พิชิตใจหม่ามี๊ตัวแสบ นิยาย บท 339

นวิยายกยิ้ม“ ตาของฉันมองไม่เห็นแล้วค่ะ ”

“มองไม่เห็น?”วารุณีอ้าปากกว้างอย่างประหลาดใจ

แม้เธอจะพอเดาได้ แต่เมื่อได้ยินมันเข้าจริงๆ ก็ยังประหลาดใจอยู่ดี

นัทธีก็พูดขึ้นว่า “ก่อนหน้านั้นดวงตาของนวิยาก็เริ่มพร่ามัวและก็มามีสภาพที่มองไม่เห็น เมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนเธอโทรหาผม บอกว่าเธอมองไม่เห็นอะไรเลย ผมจึงได้รีบกลับมาเพื่อที่จะพาเธอไปโรงพยาบาล”

ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง

วารุณีพยักหน้าให้ทันที ความคิดที่ฟุ้งซ่านกับการกระทำของเขาที่ประคองตัวนวิยานั้นก็ได้จางหายไป

เธอไม่ชอบจริงๆที่พวกเขาใกล้ชิดสนิทสนมกันแบบนี้ แต่นวิยาเป็นคนป่วย เธอจะมาหึงแม้กระทั่งกับเรื่องแค่นี้ไม่ได้

“ในเมื่อเป็นแบบนี้ งั้นคุณ ก็พาคุณนวิยาไปโรงพยาบาลเถอะค่ะ” วารุณีพูดจบ ก็จูงมือของเด็กๆหลีกทางให้ เปิดทางให้พวกเขาได้เดินไป

นัทธีตอบอืมกลับมาคำหนึ่ง“มื้อค่ำพวกคุณก็กินกันไปก่อนนะ ไม่ต้องรอผม หากผมกลับดึก ก็เข้านอนกันไปก่อนได้เลย ”

“ค่ะ”วารุณีเหยียดมุมปาก แสดงให้รู้ว่ารับรู้แล้ว

นัทธีประคองตัวนวิยาเดินออกไป วารุณียืนมองดูพวกเขาจนลับตาไป จากนั้นจึงได้พาเด็กๆเข้าไปในบ้าน

ในคืนนั้น นัทธีไม่ได้กลับมา แต่ได้โทรมาบอก แจ้งว่านวิยาจะเข้าผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตา เขาจะคอยดูอยู่ที่โรงพยาบาล

แม้วารุณีจะไม่พอใจเท่าไร แต่ก็ยอมให้เขาอยู่เฝ้าที่โรงพยาบาล

เช้าวันรุ่งขึ้น ในตอนที่วารุณีกำลังจะพาเด็กๆออกจากบ้าน ป้าส้มก็ถือกระติกน้ำร้อนและถุงผ้าเดินเข้ามาหา“ คุณผู้หญิง วานช่วยเอาของพวกนี้ไปให้คุณผู้ชายด้วยนะคะ”

วารุณีรับกระติกน้ำร้อนและถุงผ้านั้นมา เห็นด้านในถุงผ้าคือเสื้อผ้าของนัทธี ก็ตอบรับ “ได้ค่ะ หนูจะแวะเอาไปให้เขา งั้นพวกหนูขอตัวก่อนนะคะ ”

เมื่อพูดจบ เธอก็พาเด็กน้อยทั้งสองคนออกจากบ้านไป

หลังจากที่ส่งเด็กทั้งสองคนไปโรงเรียนอนุบาลแล้ว วารุณีก็ขับรถมุ่งไปยังโรงพยาบาล สอบถามห้องพักผู้ป่วยของคุณนวิยาแล้วเสร็จ ก็เดินไปหา

เมื่อมาถึงที่หน้าประตู ห้องพักผู้ป่วยนั้นเปิดประตูกว้างเอาไว้ วารุณีที่กำลังจะยื่นมือไปเคาะห้อง ใบหน้าก็ต้องแข็งค้างขึ้นมาทันที

ภาพภายในห้อง นวิยานั่งอยู่บนเตียงคนป่วย ดวงตามีผ้าพันแผลพันตาอยู่ และกำลังกอดนัทธีเอาไว้แน่น ตัวนัทธีเองก็ไม่ได้ผลักร่างของเธอออก และกำลังตบไปที่หลังเธอเบาๆพูดอะไรบางอย่างแก่กัน

เมื่อเห็นภาพๆนี้ วารุณีก็เม้มริมฝีปากแดงแน่น ความคุกรุ่นในใจก็ปะทุขึ้นมา

ภาพเมื่อวานที่เขาประคองหญิงสาว เธอก็ยังพอจะรับมันได้ แต่การกอดกันในวันนี้ เธอรับมันไม่ได้จริงๆ

เธอไม่ใจกว้างพอ ที่แบ่งปันอ้อมกอดของสามีตัวเอง ให้กับผู้หญิงคนอื่น

วารุณีก็จึงก้มหน้าอันเรียวเล็กลง ยกมือขึ้นแล้วเคาะไปที่ประตูดังๆสองที ปลุกคนทั้งสองในห้องพักให้ได้สติ

นัทธีขมวดคิ้ว แล้วหันมามอง เห็นวารุณียืนอยู่ตรงหน้าประตู ดวงตาก็ฉายแววความประหลาดใจ ไม่นานก็กลับคืนสภาพปรกติ ปล่อยมือออกจากนวิยาแล้วลุกขึ้นยืน เดินเข้ามาหาเธอ“คุณมาได้ยังไง ?

“ใครคะ?นัทธี?”นวิยามองไม่เห็น สองมือถือผ้าห่มแล้วถามออกไป

วารุณีมองไปที่เธอแวบหนึ่ง แล้วตอบกลับอย่างเรียบเฉยว่า“ฉันเอง”

“คุณวารุณีนั่นเอง”นวิยาจำเสียงวารุณีได้

วารุณีไม่ได้สนใจเธอ ยัดกระติกน้ำร้อนและถุงผ้าในมือให้กับนัทธีแล้วหันหลังเดินจากไป

นัทธีรู้ว่าหญิงสาวกำลังโกรธเขา คว้าตัวเธอเอาไว้ “จะไปแล้วเหรอ?”

วารุณียิ้มเยาะ“ไม่ไปแล้วจะให้อยู่ขวางพวกคุณกำลังมีความสุขกันหรือไงคะ ?”

คำพูดนี้ทำให้นัทธีรู้สึกตัว การกระทำของตัวเองกับนวิยาเมื่อครู่ ทำเธอเข้าใจผิด อดไม่ได้ที่จะคลึงไปที่หว่างคิ้ว“คุณเข้าใจผิดแล้วมันไม่ได้เป็นอย่างที่คุณคิด”

“ใช่ค่ะคุณวารุณี เมื่อครู่ฉันแค่เกือบจะตกเตียง นัทธีเลยเข้ามาช่วย ไม่ได้มีอะไรเกินเลยทั้งนั้น คุณอย่าคิดมากเลยนะคะ”

นวิยาที่อยู่บนเตียงก็ทำราวกับกลัวคนทั้งสองจะเข้าใจผิดกัน จึงรีบโบกมือเพื่ออธิบาย

แต่วารุณีก็ขมวดคิ้ว ไม่เชื่อในสิ่งที่เธอพูด ดวงตาจ้องมองไปยังนัทธีไม่วางตา “ที่เธอพูดเป็นความจริงเหรอ ?”

นัทธีพยักหน้าให้เล็กน้อย“ นวิยาเพิ่งฟื้นจากการผ่าตัด ฟื้นมาแล้วมองอะไรไม่เห็นก็จึงกลัวมาก เกือบตกลงมาจากเตียง แม้ผมจะช่วยเธอเอาไว้ได้ทัน แต่เธอก็ยังตกใจกลัวอยู่ ดังนั้นผมจึงปลอบเธอก็เท่านั้น ”

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พิชิตใจหม่ามี๊ตัวแสบ