ข้านี่แหละ ลูกผู้ชายตัวจริง นิยาย บท 191

 

 “เชอะ!”

หั่วกังได้ยินคำพูดยั่วโมโหแบบนี้ของเจียงเฉิง เลยทำเสียงไม่พอใจใส่ ยังไงเขาก็คิดไม่ถึง คิดไม่ถึงว่าสวี่ฉิงเจอสถานการณ์แบบนี้แล้วจะไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้ สรุปว่าเธอชอบคนไร้ความสามารถนั่นตรงไหนนะ

สวี่จื้อกั๋วเห็นสถานการณ์นี้ เลยรีบพูดว่า“จื้อจุน ช่วงนี้แกอยู่ทางนี้ น่าจะใช้ชีวิตไม่ค่อยสะดวกสบายเท่าไหร่ใช่ไหม?”

“ใครบอกเหรอ ผมเปิดบริษัทเล็กๆอยู่ทางนี้ เป็นอิสระดี”สวี่จื้อจุนพูดและเหลือบมองสวี่จื้อกั๋วด้วยสายตาเย็นชา

“พี่ใหญ่ วันนี้ที่มาเพราะเรื่องของสวี่ฉิงใช่ไหมคะ?”เย่จู้ผิงยิ้มถามสวี่จื้อกั๋ว

“ใช่นะสิ น้องสะใภ้ พูดตามตรงนะ ปัญญากับฐานะของฉิงเอ๋อร์ สามารถแต่งเข้าตระกูลที่ดีได้ ดูหั่วกังสิไม่เลวเลยนะ”สวี่จื้อกั๋วรีบพูดขึ้น

“ดูตอนนี้หั่วกังอายุน้อย ตอนนี้เขาเป็นรองประธานของสมาคมการแพทย์แห่งหัวตง สามารถพูดได้ว่าเป็นคนอายุน้อยมีอนาคตนะ”สวี่จื้อกั๋วพูดแล้วมองเจียงเฉิงด้วยความลำพองใจ

“เจียงเฉิง ได้ยินว่าเมื่อก่อนคุณเป็นพยาบาลในโรงพยาบาลเหรอ? งานปรนนิบัติเอาใจคนอย่างนั้น เงินเยอะไหม?”หั่วกังรีบหัวเราะเยาะใส่เจียงเฉิง

“นั่นมันเมื่อก่อน ตอนนี้เจียงเฉิงเป็นหมอประจำของโรงพยาบาลแล้ว”สวี่จื้อจุนพูดตักเตือนอยู่อีกด้าน

 “น้องชาย หมอของโรงพยาบาลหาเงินได้เท่าไหร่ล่ะ? วันหนึ่งคุณชายหั่วหาเงินได้หนึ่งหมื่นหยวน เขาจะมาเทียบคุณชายหั่วได้เหรอ?”สวี่จื้อกั๋วเหลือบมองสวี่จื้อจุนอย่างเย็นชา

ชัดเจน สวี่จื้อกั๋วต้องการหาทุกวิธีทางมากดเจียงเฉิง เพื่อทำให้สวี่จื้อจุนรู้ถึงความแตกต่างของทั้งสองคน และทำให้สวี่ฉิงกับเจียงเฉิงหย่ากัน

“ศ.สวี่ คำพูดนี้ของคุณห่างไกลต่างกันมากเลย ตอนนี้ผมหักตามเปอร์เซ็นต์ที่กำหนดอะไรแล้ว วันหนึ่งมากกว่าหนึ่งหมื่นหยวนแล้ว”หั่วกังพูดด้วยความภาคภูมิใจ

“หนึ่งวันหนึ่งหมื่นนับว่าเยอะเหรอ?”

สวี่จื้อจุนไม่อยากให้ลูกเขยของตัวเองเสียหน้า เลยรีบพูดว่า“ครั้งก่อนลูกเขยของผมช่วยฟาง……”

“ไม่พูดเรื่องในอดีตแล้ว พวกเราพูดปัจจุบันตอนนี้ ไม่ว่าจะด้านไหนคุณชายหั่ว ย่อมแข็งแกร่งกว่าเจียงเฉิง เมื่อพูดเรื่องชาติตระกูล เรื่องเส้นสาย เขามีคุณสมบัติอะไรมาเทียบ?”

สวี่จื้อกั๋วพูดตัดบทสวี่จื้อจุนด้วยน้ำเสียงอึมครึม

สวี่จื้อจุนกำลังจะโม้เรื่องของเจียงเฉิง ก็ถูกตัดบท เขารู้สึกไม่พอใจมาก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เลยต้องอดทนอดกลั้นไว้

“ลุงสวี่ ไม่ใช่ว่าพวกเราอยากจะกดดันคุณนะครับ แต่สวี่ฉิงหย่าร้างกันกับลูกเขยของคุณคนนี้ มันเป็นเรื่องที่ดีจริงๆนะครับ ลูกสาวของคุณจะได้รับความสะดวกสบายมีชีวิตที่ดี ตระกูลหั่วที่อยู่เมืองหลวงจะอำนวยความสะดวกให้ตระกูลสวี่มากมาย คุณก็กลับไปที่เมืองหลวงได้ด้วยนะครับ”หั่วกังพูดกับสวี่จื้อจุนเพื่อที่จะเกลี้ยกล่อมเขา

“ผมไม่ต้องการ”สวี่จื้อจุนพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา

เย่จู้ผิงเห็นสถานการณ์ไม่ดี เลยรีบพูดว่า“พอแล้วๆ อาหารมาแล้ว กินข้าวกันก่อนเถอะนะ”

อาหารมื้อนี้กินด้วยความอึดอัดกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ไม่มีคนพูดคุยกันเลย จะมีก็แต่เย่จู้ผิงที่ยังนับว่าสนทนาพูดคุยกับหั่วกังอยู่บ้าง

ตอนเจียงเฉิงออกไปเข้าห้องน้ำ หั่วกังเองก็ตามออกไป

“เจียงเฉิง นายคิดว่านายอยู่กับสวี่ฉิงแล้ว นายคู่ควรกับเธอไหม?”หั่วกังรู้สึกว่าการที่เจียงเฉิงอยู่กับสวี่ฉิง มันคือดอกไม้งามปักบนขี้วัว

“ผมรู้สึกว่าเหมาะสมคู่ควรดีนะ คุณไม่ได้ดูว่าพวกเราสองคนอยู่ด้วยกันมานาน สวี่ฉิงให้ผมบำรุงจนมีน้ำมีนวลแค่ไหนเหรอ?”ตอนเจียงเฉิงพูดว่ามีน้ำมีนวล ยังจงใจเน้นคำลงน้ำหนักด้วย

หั่วกังได้ยินเจียงเฉิงพูดแบบนี้ มันทำให้เขาโมโหมาก เขาโหยหาสวี่ฉิงมานานแล้ว เห็นสวี่ฉิงเป็นของรักหวงแหนมาตั้งนาน ไม่อนุญาตให้ใครแตะต้อง คิดไม่ถึงว่าเจียงเฉิงจะพูดว่าบำรุงสวี่ฉิง

“นายพูดเลอะเทอะ พวกนายสองคนเห็นอยู่ชัดเจนว่าแต่งกันในนาม!”

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละ ลูกผู้ชายตัวจริง