บัลลังก์หมอยาเซียน นิยาย บท 425

หยวนชิงหลิงเหลือบมองทั้งสี่แวบหนึ่ง สายตาพวกเขาทั้งหมด ต่างก็สื่อความหมายว่าไม่ต้อนรับอย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง

จากนั้นก็มองไปที่หยู่เหวินเห้าอีกครั้ง ใบหน้าของเขากระตือรือร้นเต็มที่ ราวกับว่าเขาไม่เห็นความรู้สึกไม่ต้อนรับในสายตาของทุกคน

หยวนชิงหลิงจึงนั่งลงอีกครั้ง เพื่อตอบแทนความกระตือรือร้นในสายตาของเจ้าห้า

ทั้งสี่คนยกยิ้มอย่างแข็งทื่ออีกครั้ง ในสายตาของหยวนชิงหลิงที่มองเห็น กลับดูเหมือนรอยยิ้มอันแสนขมขื่น

พี่ซูหลงเอ่ยขึ้นว่า: "หากพระชายาไม่รังเกียจหัวข้อสนทนาอันน่าเบื่อหน่ายของพวกเรา ขอเชิญนั่งลงดื่มชากับพวกเราเถอะนะ"

หยวนชิงหลิงอยากดื่มชา แต่นั่นย่อมไม่อาจดื่มชาของที่นี่ได้ อย่างน้อย คนที่ฮองเฮาส่งมาก็ไม่อนุญาตให้ทำเช่นนั้น

หลังการปรนนิบัติดูแลวุ่นวาย หยิบจับจัดเรียงกล่องอาหารอยู่ครู่หนึ่ง ก็เห็นว่าบนโต๊ะมีทั้งของกินเครื่องดื่มพร้อมสรรพ แน่นอนว่า มันมีแค่ส่วนของหยวนชิงหลิง

ทุกคนต่างพากันตะลึง หันไปมองหยู่เหวินเห้าด้วยความยากลำบาก

หยู่เหวินเห้ากลับโอ๋หยวนชิงหลิงราวกับโอ๋เด็กเล็ก ๆ "กินเถอะ กินก่อนเลย ไม่ได้กินอาหารเย็นเร็วขนาดนั้น อย่าปล่อยให้ท้องหิว หมอหลวงบอกว่าเจ้าต้องกินวันละห้ามื้อนะ"

หยวนชิงหลิงดื่มโจ๊กรังนก เห็นแม่ทัพหลู่หมางดึงตัวหยู่เหวินเห้าออกไปอีกด้าน เสียงของเขาอันที่จริงก็ดังไปหน่อย หยวนชิงหลิงอยากจะแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินก็ไม่ไหวจริงๆ

“ท่านอ๋องนี่มันเกิดอะไรขึ้นกับท่านเนี่ย ? ทำไมถึงพานางมาด้วยล่ะ? ท่านไม่ใช่ว่ารังเกียจนางอย่างที่สุดหรอกหรือ?”

“นั่นมันเมื่อก่อน ตอนนี้นางไม่เหมือนเดิมแล้ว”

“หมาย่อมไม่อาจเปลี่ยนนิสัยชอบกินขี้ได้” หลู่หมางพูดด้วยน้ำเสียงโกรธเคือง

หยวนชิงหลิงถึงกับพ่นโจ๊กรังนกในปากออกมาเลยทีเดียว

พี่ซูหลงซึ่งนั่งอยู่ตรงกันข้ามกับนาง เช็ดโจ๊กรังนกที่หวานเยิ้มเหนียวเหนอะบนใบหน้า ด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ ถอนหายใจแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน

“ข้าขอโทษเจ้าค่ะ!” หยวนชิงหลิงรีบวางชามลงอย่างรวดเร็ว หยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาอยากจะส่งไปให้เขา แต่คิดไม่ถึงว่า พี่ซูหลงกลับคิดว่านางจะเช็ดให้ด้วยตัวเอง จึงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “เจ้าหยุดมือเดี๋ยวนี้ อย่าได้แตะต้องข้า ข้าไม่อาจแบกรับผลของมันได้ "

มือของหยวนชิงหลิงถึงกับแข็งค้างกลางอากาศ รู้สึกกระอักกระอ่วนอย่างมาก

เสี้ยวหงเฉิงยังพูดประชดประชันขึ้นมาอีกประโยคว่า “ใช่แล้ว ครั้งนี้ถ้าได้แตะต้องไป ก็ไม่รู้ว่ากลับไป จะไปร้องห่มร้องไห้ฟ้องท่านอ๋องอย่างไรอีกบ้าง จนส่งผลให้ความสัมพันธ์ของพวกเราต้องแตกคอเหินห่างกัน”

จู่ๆ ก็มีภาพบางอย่าง ไหลหลั่งเข้ามาในสมองของหยวนชิงหลิง

หลังจากที่เจ้าของร่างเดิมแต่งเข้าไปแล้ว หยู่เหวินเห้าเคยได้เชิญคนหลายคนมาร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์

คืนนั้นเจ้าของร่างเดิมตั้งใจออกมาอยู่ร่วมงานกับเขา เพราะมีบุคคลภายนอกอยู่ด้วย หยู่เหวินเห้าจะไล่ตะเพิดออกไปก็ทำไม่ได้ง่าย ๆ นางใช้ประโยชน์ในช่วงที่หยู่เหวินเห้าผละออกไปเพียงชั่วครู่ ทำเป็นเชิญทุกคนคารวะสุรา สุรานั้นหกลงบนร่างของพี่ซูหลง นางหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาแล้วเช็ดแทนเจ้าตัว แต่คิดไม่ถึงว่า หลังจากเช็ดให้เสร็จกลับกล่าวหาว่าเขาลวนลามทำมิดีมิร้ายนาง

หยวนชิงหลิงนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาได้ แล้วก็จำได้ด้วยว่า เพราะอะไรเจ้าของร่างเดิมถึงทำอย่างนั้น นางต้องการลองใจดูว่า สุดท้ายแล้วหยู่เหวินเห้าใส่ใจนางบ้างหรือไม่ ในเมื่อชายาของตัวเองถึงกับถูกคนลวนลาม ในความเป็นจริงนั่นเป็นเรื่องที่เสียหน้าเสียศักดิ์ศรีอย่างมาก นางอยากเห็นท่าทางในตอนที่หยู่เหวินเห้าห่วงใยใส่ใจนางบ้าง

หยวนชิงหลิงมองหน้าพี่ซูหลง แท้ที่จริงนางรู้สึกละอายแก่ใจอย่างถึงที่สุด

เจ้าของร่างเดิมหนอ ทำไมเจ้าถึงต้องทำแบบนี้ด้วย ? เจ้าทำให้ข้าไม่มีทางรอดจริง ๆ!

ไม่น่าแปลกใจที่หลังจากนั้น หยู่เหวินเห้าก็ไม่เคยได้เจอพวกเขาอีกเลย เป็นเพราะคนเขาพากันกลัวจนเข็ดขยาดไปหมดแล้วนี่เอง

นางนั่งลงช้า ๆ หน้าร้อนฉ่าราวมีไฟลุกไหม้ นางทำได้เพียงพูดแทนเจ้าของร่างเดิมไปประโยคหนึ่งว่า “เรื่องก่อนหน้านี้ข้าต้องขอโทษด้วยเจ้าค่ะ ข้ายั้งตัวเองไม่อยู่ทำเรื่องไม่ดีไม่เหมาะออกไป แต่มันมีเหตุผลนะเจ้าคะ หลังจากถูกหมากัด ข้าก็ชักกระตุกเป็นระยะ ๆ แบบนี้เสมอ"

พี่ซูหลงพูดอย่างเฉยชาว่า: "ถูกหมากัดแล้ว ให้ดีที่สุดก็หัดซ่อนตัวให้มันมิดชิด อย่าออกมาวิ่งเพ่นพ่านไปทั่วเช่นนี้"

หยวนชิงหลิงไม่สนใจคำประชดประชันนั้น ตอบกลับไปว่า "ข้าจะจำให้ขึ้นใจเจ้าค่ะ"

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บัลลังก์หมอยาเซียน