*** ทักทายคร้า ***

ตึกทำการจีเอ็มโอกรุ๊ป ในกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน

แอชลีย์นั่งง่วนอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยใบหน้าเคร่งเครียด เพื่อแฮกข้อมูลสำคัญให้พ่อทูนหัวที่ผันตัวจากผู้บริหารในห้องแอร์ ไปนั่งบริหารหัวใจในทะเลทราย ทำให้เขาต้องดร็อปการเรียนเทอมสุดท้ายไว้เพื่อมานั่งบริหารงานแทนชั่วคราว ปลายนิ้วเรียวขาวกดแป้นคีย์บอร์ดถี่ยิบ หัวสมองแสนไบร์ทของว่าที่ดอกเตอร์หนุ่มด้านเคมีกำลังจ้องข้อมูลที่ปรากฏขึ้นบนจอตาไม่กะพริบ

“ว้าว...สำเร็จแล้ว ไหนดูสิเคจีบีมือหนึ่งของรัสเซียเป็นใครกัน...” แอชลีย์ใจเต้นแรงและลุ้นระทึกกับข้อมูลใหม่ที่ไม่เคยรู้ ภาพเจ้าหน้าที่เคจีบีมือหนึ่งของรัสเซียก็ปรากฏขึ้นตั้งแต่ศีรษะแล้วค่อยปรากฏเป็นภาพใบหน้าอย่างช้าๆ แอชลีย์กลั้นลมหายใจ ตาจับจ้องภาพบนจออย่างรอคอย เมื่อภาพปรากฏเต็มใบหน้าแอชลีย์ถึงกับเบิกตากว้างอย่างคาดไม่ถึง

“ชาเล็ต คาเตอร์ โอ้พระเจ้าอาชญากรข้ามชาติตัวฉกาจ อยู่ใต้ปลายจมูกเรานี่เอง...ขอดูหน้ามือรองหน่อยสิว่าเป็นใครกัน...ฟรังซัว อีวานอฟ ให้ตายสิประเทศชาติจะล่มสลายเพราะกลุ่มคนชั่วพวกนี้ครองมือหรือเปล่าเนี่ย…” แอชลีย์บอกตัวเองเสียงเครียด พร้อมกับเลื่อนเก้าอี้ไปหยิบโทรศัพท์เครื่องเล็ก โทรหาพ่อทูนหัวอย่างร้อนใจ รอสายไม่นานเสียงคนปลายสายก็ดังทักทายขึ้น

“ว่าไงแอชลีย์...”

“มีเซอร์ไพรส์ใหญ่ครับอา เจ้าหน้าที่เคจีบีมือฉมังของรัสเซียที่เหลืออยู่มีสามคน คนหนึ่งถูกอาเก็บไปแล้วเมื่อวาน อีกคนหนึ่งคือฟรังซัว อีวานอฟ เจ้าพ่อคาสิโนใหญ่ในเอเชียแล้วอีกคน…” คนปลายสายเงียบกริบเพื่อรอฟังเรื่องสำคัญ “ชาเล็ต คาเตอร์ เลขาประธานาธิบดีคนปัจจุบันของเยอรมันครับ…”

ขณะที่การสนทนากำลังจะเริ่มขึ้นเสียงสัญญาณเตือนภัยในตึกจีเอ็มโอกรุ๊ปก็ดังขึ้น...อี้ด...อี้ด...อี้ด เสียงฝีเท้าของการ์ดวิ่งไปมาอยู่ด้านนอก “เกิดอะไรขึ้นแอชลีย์...” เดฟเดวิทถามอย่างร้อนใจ

“สัญญาณดังมาจากห้องนิรภัยครับคุณแอชลีย์...” การ์ดยังรายงานไม่ทันจบ แอชลีย์ก็ก้าวออกจากห้องอย่างรวดเร็ว

แอชลีย์ตัดสายเดินแกมวิ่งไปที่ห้องนิรภัย

“หยุด...” แอชลีย์บอกแล้วต้องกระโดดหลบเมื่อปืนในมือผู้บุกรุกยิงสวนกลับมา คนร้ายวิ่งหนีไปที่ประตูทางออก แอชลีย์และการ์ดของโจนาธานมัลติโอนับสิบคนวิ่งตามไป

ไฟในห้องก็สว่างพึ่บการ์ดวิ่งกรูเข้าไปใกล้ คนร้ายก็ถอยหลังไปช้าๆ แอชลีย์จ้องสายตาที่โผล่พ้นหมวกคลุม

“ไปที่ห้องนิรภัย...” แอชลีย์บอกเสียงเข้มหมุนตัวกลับเข้าไปข้างใน คนชุดดำหัวเราะอย่างสะใจก่อนจะถอยไปใกล้ผนังห้องที่บุด้วยกระจกใสทั้งอาคาร

ไม่สามารถหยุดฝีเท้าของแอชลีย์ได้

ทูร์ ถูกเปิดทิ้งไว้ ร่างสูงเพรียววิ่งเข้าไปสอดส่ายสายตาหาสไนเปอร์ที่เก็บไว้แต่ก็ไม่พบ

แอชลีย์วิ่งไปหลบข้างเสาและยิงโต้ตอบคนร้ายอย่างโกรธแค้น ผู้บุกรุกใช้ความไววิ่งลงบันหนีไฟไปชั้นล่าง แอชลีย์วิ่งเข้าไปในลิฟต์เพื่อลงไปดักหน้าไว้

เท้าแกร่งวิ่งลงบันไดไปอย่างคล่องแคล่วจนกระทั่งลงมาถึงชั้นล่าง

“เฮ้ย...หยุด…” แอชลีย์วิ่งออกจากลิฟต์แล้วยิงเข้าใส่แต่กระสุนหมดแม็ก ชายหนุ่มจึงขวางปืนไปกระแทกข้อมือคนร้าย จนปืนในมือคนร้ายหล่นกระแทกพื้นแล้วการต่อสู้มือเปล่าก็เริ่มขึ้น

และกระโจนเข้าใส่อย่างดุเดือด ต่อสู้ยกปลายเท้าขึ้นสู้แล้วสวนหมัดตามมาติดๆ

Bình Luận ()

0/255