*** ทักทายคร้า ***

เมื่ออาบน้ำเสร็จเรียบร้อย เดฟเดวิทก็เดินออกไปรับลมที่ระเบียงหน้าห้องนอน สายตาคมมองผ่านความมืดมิดไปยังพื้นทรายเบื้องหน้า วันหลายที่อยู่ท่ามกลางไอแดดร้อนระอุของทะเลทราย ทำให้เขารู้ว่าที่นี่แม้แสงแดดตอนกลางวันจะร้อนแทบแผดเผาทุกชีวิตให้มอดไหม้ ยามกลางคืนก็หนาวเหน็บและน่ากลัว ทุกอย่างคือคือความหฤโหดของพื้นทรายแห่งนี้ แต่ในความโหดร้ายนั้นกลับกลายเป็นมนตร์เสน่ห์ร้องเรียกให้ผู้คนเข้ามาสัมผัส บางคนก็ตั้งหลักปักฐานอยู่ที่นี่เพียงเพราะต้องการอยู่ใกล้คนที่รัก สำหรับเขาเกลียดทะเลทรายยิ่งกว่าอะไรเพราะหาความจรรโลงใจไม่ได้ สาวๆ ก็ปิดหน้าตา มีเพียงแค่ดวงตาที่โผล่ออกมาให้เห็น แต่วันนี้เขากลับอยู่ได้และไม่อยากจากไปไกล เพราะใจคอยแต่จะคิดถึงคนที่นี่จนต้องดั้นด้นมาในยามวิกาล และมีเพียงเหตุผลเดียวเท่านั้นที่ทำให้เขายอมทิ้งความตั้งใจ...นั่นคือคำว่ารักเพียงคำเดียว...เขารักเธอ…นั่นคือคำยืนยันในหัวใจที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ…

เฮลิคอปเตอร์แบบ Mil Mi-28 (มิลเอ็มไอ 28) ลดระดับลงมาช้าๆ แรงลมจากใบพัดทำให้ฝุ่นละอองทรายฟุ้งกระจายลอยขึ้น เมื่อเครื่องจอดสนิทประตูห้องผู้โดยสารก็เปิดออก ร่างสูงสง่าของเดฟเดวิทก้าวออกมาพร้อมกับดอกเตอร์คิม ฟรีดายืนยิ้มอยู่ข้างนายพลกาเบรียนมองเพื่อนอย่างยินดี เดฟเดวิทเดินไปจับมือนายพลหนุ่มแล้วยิ้มทักทายกันตามปกติ คิมเข้าไปเกาะแขนพี่ชายแล้วยิ้มให้ฟรีดาด้วยแววตาล้อเลียน

“สวัสดีค่ะว่าที่พี่สะใภ้...”

ฟรีดาหน้าแดงซ่านกับคำเรียกขาน กาเบรียนยกมือขึ้นโยกศีรษะนุ่มอย่างเอ็นดูและถูกใจ

“พอได้แล้วเรา ว่าที่พี่สะใภ้อายจนหน้าแดงเป็นลูกตำลึงแล้ว...”

ฟรีดาเอื้อมมือไปหยิกเอวหนาเต็มแรง กาเบรียนจึงจับมือที่แอบทำร้ายไว้

“เฮ้อ! น่าอิจฉาจริง...” เดฟเดวิทเอ่ยขึ้นมาลอยๆ ตามองพระอาทิตย์ดวงใหญ่ที่เคลื่อนตัวขึ้นเหนือสันทรายช้าๆ

“นายกับคิมหวานไม่พอหรือยังไง...”

“หวานจนขมเพราะเจอปืน...”

กาเบรียนหัวเราะในลำคอเพราะรู้ความร้ายกาจของน้องสาวคนนี้ดี คิมย่นจมูกใส่อย่างน่ารักจนเดฟเดวิทมันเขี้ยว นี่ถ้าไม่เกรงใจเพื่อนเธอคงถูกเขาลงโทษ โทษฐานทำตัวน่ารักเป็นแน่

“กรรมตามทัน...”

เดฟเดวิทออกอาการฟึดฟัดเมื่อถูกเพื่อนรักประชดประชัน และการสนทนาก็ขาดตอนไปเมื่อนายทหารในเครื่องแบบสีเขียวขี้ม้าวิ่งตรงมาหา

“ท่านนายพลครับ ผู้พันตัสมินกับคุณวินสตันกลับมาแล้วครับ ตอนนี้อยู่ที่ห้องพยาบาล…” ยังไม่ทันที่ทหารคนนั้นจะรายงานเสร็จทั้งหมดก็พากันไปที่ห้องพยาบาลอย่างร้อนใจ พอเปิดประตูเข้าไป เดฟเดวิทกับนายพลกาเบรียนผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก เมื่อเห็นสภาพของลูกน้องคนสนิทไม่ได้บาดเจ็บมากมายอย่างที่กลัว

“ปะทะกับฝ่ายโน้นนิดหน่อยครับ...” วินสตันรายงานขณะที่พยาบาลสาวกำลังเย็บแผลที่ไหล่ซ้าย ฟรีดาหันไปมองอาการคนสนิทของบิดาอย่างเป็นห่วง

“ตัสมินเป็นยังไงบ้าง...”

นัยน์ตาเป็นประกายเมื่อเห็นความห่วงใยในสายตาลูกสาวเจ้านาย นายพลกาเบรียนแอบไม่พอใจอยู่ลึกๆ

พอเห็นตัสมินลุกขึ้น ฟรีดาก็ขยับเท้าปลายจะเข้าไปประคอง แต่ถูกมือหนายึดต้นแขนไว้เธอถึงเงยหน้าขึ้นไปมอง

“เราสองคนพยายามหาอาวุธปืนกระบอกนั้น

เดฟเดวิทสบตากาเบรียนอย่างกังวล แม้จะเชื่อมือแอชลีย์แต่ก็ต้องกันไว้เพื่อความปลอดภัยของผู้นำประเทศ

“ถ้าเป็นนายจะเก็บอาวุธที่เป็นข่าวครึกโครมไว้กับตัวมั้ย...”

เดฟเดวิทส่ายหน้าไปมา และคิดตามคำพูดของนายพลหนุ่ม

จีเอ็มแท็ค-ทูร์ ผ่านตม. เข้าไปในอัลไบได้ยังไง...” เดฟเดวิทครุ่นคิดเส้นทางของอาวุธด้วยใบหน้าเคร่งเครียด

ถ้าหมอนั่นไม่ได้นำอาวุธติดตัว แสดงว่ามันต้องใช้เส้นทางอื่นที่มีการตรวจตราไม่เข้มงวด...”

“เส้นทางที่การตรวจตราไม่เข้มงวดเหรอ...” เดฟเดวิททบทวนคำพูดกับตัวเอง แล้วทั้งเดฟเดวิทกับกาเบรียนก็อุทานออกมาพร้อมกันด้วยสีหน้ากังวล

“ของบริจาคช่วยเหลือผู้อพยพ…” ห้องทั้งห้องถึงกับเงียบกริบไปชั่วคราว กาเบรียนรีบไปหยิบแผนที่เส้นทางที่ออกมากางบนโต๊ะ

ที่ปรากฏบนแผ่นที่ด้วยใบหน้าเคร่งเครียด “เส้นทางนี้ฉันแน่ใจว่า อาวุธนั่นไม่สามารถผ่านเข้ามาได้เด็ดขาด...ส่วนอีกทางมาจากประเทศดูไบเข้ามาทางชายแดนดาลัสกัส…”

“แล้วเส้นทางนี้ล่ะ...” เดฟเดวิทใช้ปลายนิ้วไล่ไปทางด้านซ้ายของแผนที่ กาเบรียนวางมือบนขอบโต๊ะสายตาจับจ้องเส้นทางที่เดฟเดวิทถามอย่างใช้ความคิด

มีทหารหน่วยผสมคุ้มกันแน่นหนามาก ดูแล้วการตรวจตราน่าจะน้อยกว่าทุกคัน...” กาเบรียนตอบพลางมองเดฟเดวิทและวินสตัน

“ทางนี้...”

ส่วนนายอยู่อารักขาองค์สุลต่านที่นี่ ฉันเชื่อว่าชาเล็ตและฟรังซัวจะต้องรออาวุธอยู่ไม่ไกลจากที่นี่แน่...” เดฟเดวิทออกความเห็น

“เสียดายผมไม่ได้อยู่ช่วยพวกคุณที่นี่เพราะมีหน้าที่สำคัญรออยู่...” ตัสมินบอกกับทุกคนอย่างจริงใจ วินสตันวางมือลงบนไหล่นายพันหนุ่มและบีบเบาๆ อย่างให้กำลังใจ

“ไม่เป็นไรเราต้องเจอกันอีกแน่ผู้พัน...”

ตัสมินยื่นมือไปประกบกับมิตรใหม่อย่างวินสตันและยิ้มให้กันอย่างจริงใจ เป็นจังหวะเดียวกับสุลต่านซาเย็ดเซมและนายพลยัสซินเปิดประตูเข้ามา ทุกคนโค้งคำนับองค์ประมุขอย่างนอบน้อม

“ไงหนุ่มๆ คนแก่อย่างฉันสองคนมาขัดจังหวะวางแผนบู๊หรือเปล่า…” องค์สุลต่านชราถามอย่างอารมณ์ดี ฟรีดาวิ่งไปกอดแขนบิดา

พวกเรากำลังวางแผน อารักขาเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหประชาชาติพะย่ะค่ะ..”

ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน แต่ก็คงต้องขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือ...” นายพลยัสซินหันไปมองนายพลหนุ่มรุ่นลูกอย่างขอบคุณ “คงต้องบอกลาทุกคนตรงนี้ ขอให้โชคดี...” เสียงแหบพร่าสั่นเล็กน้อย

“ถ้าต้องการความช่วยเหลือบอกได้เลยนะนายพล เราช่วยอย่างเผยไม่ได้แต่ช่วยในทางลับได้...” องค์สุลต่านยื่นมือไปข้างหน้า นายพลยัสซินโค้งคำนับอย่างเคารพก่อนจะยื่นมือไปจับและเขย่าเบาๆ

“ขอบพระทัยพะยะค่ะฝ่าบาท...” จากนั้นนายพลยัสซินก็เดินกุมมือบุตรสาวเดินไปขึ้นรถ กาเบรียนรีบเดินตามไปอย่างใจหายเมื่อต้องห่างคนที่เฝ้ามีใจ

“ฟรีดา...” เท้าที่กำลังก้าวตามบิดาหยุดชะงัก ใบหน้าสวยเงยหน้าขึ้นสบตายับย่นของบิดาที่มองมาอย่างแสนรัก ซึ่งไม่ต่างกับผู้ชายที่เรียกเธอเมื่อสักครู่

Bình Luận ()

0/255