*** ทักทายคร้า ***

เมื่อแสงสีทองของวันใหม่สาดส่องเป็นริ้วเหนือสันทราย พระจันทร์ดวงใหญ่หลบเลื่อนเคลื่อนเข้าไปในพื้นฟ้าสีเงิน แสงจันทร์เริ่มอ่อนแรงถูกซ้อนทับด้วยแสงแรกแห่งอรุณ เสียงมุอัซซินอันไพเราะดังสะท้อนทั่วขุนเขาที่รายล้อมกองกำลังเถื่อน บอกเวลาการทำละหมาดครั้งแรกของวัน แต่บนเนินทรายอันเวิ้งว้าง ร่างสูงใหญ่สวมชุดคลุมสีดำยืนมองแสงแห่งอรุณด้วยแววตาเรียบเฉย สายลมทะเลที่พัดรอบกายจนสายเสื้อคลุมสะบัดไหว หากแววตายับย่นไปด้วยริ้วรอยแห่งวัย ยังคงทอดนิ่งออกไปไกล จนกระทั่งเสียงเครื่องยนต์ดังแว่วมาให้ได้ยิน ร่างที่ยืนนิ่งมานานก็หันไปมอง

รถจิ๊บแบบทหารที่ใช้ในทะเลทรายวิ่งเข้าไปจอดใกล้ๆ ชาเล็ตในชุดสีดำรัดรูปก้าวลงจากรถ บนบ่ามีปืนกลมือรุ่นใหม่สะพายอยู่ มือข้างหนึ่งกำถุงพลาสติกใสแน่น นัยน์ตาสีฟ้าอ่อนไหวระริกอย่างยินดี ชาเล็ตเดินเข้าไปหยุดตรงหน้าคนชุดดำแล้วโค้งคำนับอย่างนอบน้อม พร้อมกับยื่นของในมือให้

“หลักฐานที่จะสาวถึงพวกเราผมได้มันมาแล้วครับท่าน…” คนที่ยืนบนเนินทรายยกมือจับหมวกคลุมศีรษะตกลงไปด้านหลัง ใบหน้าคนที่ซ่อนอยู่ในเงามืดถูกแสงสีทองส่องสะท้อนชัดเจน …ประธานาธิบดีจาซิเยฟยกยิ้มที่ริมฝีปากและยื่นมือไปรับถุงพลาสติกใส สายตายับย่นมองประกระสุนและถุงมือสีขาวด้วยแววตาสมหวัง

“ดีมากชาเล็ต พวกมันไม่มีหลักฐานก็อ้างกับศาลไม่ได้ฮ่า…ฮ่า…ฮ่า…” จาซิเยฟหัวเราะสายตามองออกไปเบื้องหน้าด้วยแววตาหมายมาด หลายปีที่เขาเฝ้าทำทุกอย่างเพื่อจะได้ครอบครองพื้นทราย ที่คาคั่งไปด้วยทองคำสีดำมูลค่ามหาศาล หากเขาได้ครองพื้นที่ทะเลทรายแถบนี้ เงินมากมายมหาศาลก็จะหลั่งไหลเข้ากระเป๋าเพียงแค่เปิดให้ต่างชาติเข้ามาประมูล

“ถึงเวลาที่เราต้องรุกคืบเต็มกำลังแล้วนะครับท่าน…” จาซิเยฟกระตุกยิ้มที่มุมปากเมื่อศัตรูตัวฉกาจอย่างสุลต่านซาเย็ดเลมลาโลกไป

“เป้าหมายต่อไปจะเดินทางกลับดาลัสกัสพรุ่งนี้ นายกับฟรังซัวรีบจัดการซะ อย่าให้มันรอดไปรวบรวมกำลังประชาชนได้ ไม่อย่างนั้นอาหมัดจะทำงานลำบาก…”

“แล้วเดฟเดวิทกับนายพลกาเบรียนละครับ ท่านจะให้จัดการต่อเลยไหม…”

“อยากระหายความตายขนาดนั้นชาเล็ต พรุ่งนี้นายจัดการกับนายพลยัสซินด้วยกระสุนยูเรเนียมที่เหลือ ในเขตคาร์ซาเล็ม เพื่อดึงดาลัสกัสออกจากปัญหาทั้งหมด และเดฟเดวิทก็จะกลายเป็นจำเลยสังคมไปโดยปริยาย แล้วเครดิตของจีเอ็มโอก็ลดลง ราคาหุ้นของมันก็จะลดต่ำลงไปด้วย…”

“แล้วท่านก็จะซ้อนซื้อมาให้ได้มากที่สุดเพื่อเป็นเจ้าของเสียเองใช่ไหมครับ…” จาซิเยฟหัวเราะเสียงดังลั่นอย่างพอใจกับคำพูดของลูกน้องคนสนิท

“กำชับตัวตายตัวแทนของฉันให้ระวังตัว อย่าให้ใครจับได้เด็ดขาด…” ชาเล็ตโค้งคำนับรับคำสั่ง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์โทรไปกำชับคนที่นั่งอยู่อาคารรัฐสภาในกรุงเบอร์ลิน ให้ทำหน้าที่ในตำแหน่งอย่างเต็มกำลัง และระวังตัวจนกว่างานสำคัญจะจบลง “ปืนรุ่นใหม่ที่จะใช้พรุ่งนี้พร้อมแล้วใช่ไหม…” จาซิเยฟถามขณะเดินลัดเลาะไปตามทางแคบๆ ข้างโอเอซีส เพื่อไปดูอาวุธที่สั่งออกแบบมาเพื่อใช้กับกระสุน จีเอ็มแท็ค-ทูร์

“เรียบร้อยครับ…” ชาเล็ตจับผ้ากั้นยกขึ้นสูงเปิดทางให้จาซิเยฟเดินผ่านเข้าไป ฟรังซัวและชายฉกรรจ์อีกสิบคนที่กำลังตรวจสอบอาวุธอยู่ต่างลุกขึ้นยืนโค้งคำนับคนมาใหม่

“ตามสบายทุกคน อาวุธคงถูกใจนะ…” ดวงตายับย่นมองกลุ่มมาเฟียลูกน้องฟรังซัวและยิ้มบางๆส่งให้

“ถูกใจมากครับท่าน อาวุธพร้อมแบบนี้ ถึงให้บุกไปฆ่าพญามัจจุราช พวกเราก็ไม่หวั่นครับ…” จาซิเยฟหัวเราะเบาๆ อย่างถูกใจ ก่อนจะหันไปมองกล่องเล็กที่วางอยู่บนโต๊ะและเดินเข้าไปใกล้ ฟรังซัวและชาเล็ตเข้าไปยืนขนาบข้างซ้ายขวา สายตาจับจ้องกล่องนั้นเป็นจุดเดียว ฟรังซัวหยิบถุงมือหนาขึ้นมาสวมและเปิดกล่องช้าๆ กระสุนยูเรเนียมสี่นัดวางอยู่ท่ามกลางอุณหภูมิเย็นกว่าปกติ ชาเล็ตเอื้อมมือไปเปิดกล่องกำมะหยี่ขนาดกระดาษเอสี่สีน้ำเงินขึ้น ปืนสีเงินมันวาวสะท้อนกับแสงสว่างวับวาววางอยู่ข้างใน

“นี่เป็นสไนเปอร์ซุ่มยิงขนาดลำกล้อง 9มม.ประสิทธิภาพสูงไม่แพ้ จีเอ็มแท็ค-ทูร์ ระบบควบคุมทางชิกเนวี่อินดัสเตรียล ออกแบบเองทั้งหมดครับ…” ชาเล็ตรายงาน จาซิเยฟยิ้มน้อยๆ ก่อนจะเดินไปนั่งม้านั่งยาวข้างหน้าต่าง

“ฉันอยากให้งานของเราเสร็จก่อนที่งานประมูลบ่อน้ำมันที่อัลดาฮาร์ เพราะงานนี้มูลค้ามหาศาลมาก ฉันไม่อยากให้ใครมาขัดขวางทั้งนั้น…” จาซิเยฟบอกเสียงเข้มแววตายับย่นแข็งกร้าว นั้นหมายความว่าทุกคนที่ขัดขวางต้องถูกกวาดล้างอย่างไม่เหลือซาก ชาเล็ต ฟรังซัวและทุกคนต่างโค้งคำนับรับคำสั่งนั้นอย่างเต็มใจ

ถูกเนรมิตกลายเป็นห้องทำงานชั่วคราวของดอกเตอร์คิมไปโดยปริยาย เหตุผลที่บอกทุกคนก็เพียงเพื่อความปลอดภัยของหญิงสาว แต่จริงๆ

ประตูถูกเคาะเบาๆ สองครั้งและเปิดเข้ามา แอชลีย์ละสายตาจากจอคอมพิวเตอร์

“โทษทีที่ให้เดินทางมากะทันหัน เพราะเป็นคำสั่งของมาดามเลยต้องทำตามอย่างเคร่งครัด…” เดฟเดวิทเดินไปตบบ่าแอชลีย์อย่างสัพยอก

เสร็จงานนี้ของตั๋วทัวร์รอบโลกพร้อมพ็อกเก๊ตมันนี่หนักๆ ก็พอ…” แอชลีย์ขยิบตาให้เพื่อนรุ่นพี่ที่ยืนหน้าแดงระเรื่อข้างอาหนุ่ม

“คืบหน้าไปถึงไหนแล้วค่ะเรด…” ดอกเตอร์วัยกลางคน มองหญิงสาวลอดแว่นสายตาหนาและยิ้มให้ แอชลีย์เดินไปนั่งที่เดิมและเป็นคนตอบคำถามเสียเอง

“เลือดที่ติดอยู่ปลายปลอกกระสุนเป็นของมนุษย์ครับ…”

“จากฐานข้อมูลของเอฟบีไอที่เรามี เลือดที่ติดอยู่ที่ปลอกกระสุนไม่ใช่ของชาเล็ตและฟรังซัว…” คิมตกใจเลื่อนไฟล์ข้อมูลอย่างร้อนใจ

“แล้วเลือดมาจากไหน เป็นเลือดของคนผลิตกระสุนหรือเปล่า…” แอชลีย์ยกไหล่ขึ้นและส่ายหน้าบอกให้รู้ว่าเกินความสามารถเขาแล้ว

เสียงดอกเตอร์เรดดึงความสนใจของทุกคนให้หันไปมองไม่เว้นแม้แต่เดฟเดวิท สายตาทุกคู่จ้องเส้นสายทางกรรมพันธุ์ของมนุษย์ตาไม่กะพริบ “เราต้องเอาดีเอ็นเอของผู้ต้องสงสัยมาตรวจเปรียบเทียบ…” ดอกเตอร์เรดหยิบแว่นสายตาออกจากใบหน้า

มีชีคอาหมัคแล้วก็…” เดฟเดวิทหยุดคิดนิดหนึ่งและเอ่ยออกมา

“นายแฮ๊ดข้อมูลโรงพยาบาลกลางในเบอร์ลินได้ไหมแอชลีย์…” คิมถาม แอชลีย์สบตาหญิงสาวและค้นหาข้อมูลทันที

แอชลีย์บอกเสียงล้อเลียน แต่ถูกใจเดฟเดวิทจนต้องหัวเราะเบาๆ ในลำคอ

แอชลีย์บอกอย่างดีใจ คิมและดอกเตอร์เรดขยับเข้าไปใกล้ ข้อมูลต่างๆ ของโรงพยาบาลกลางปรากฏขึ้นบนจอ

ไม่ถึงสองนาทีรายชื่อกลุ่มคนที่บอกก็แสดงขึ้น คิมไล่สายตาไปตามตัวอักษรภาษาอังกฤษอย่างตื่นเต้น

“นายไล่ดูรายชื่อคนที่อยู่ในข่ายผู้ต้องสงสัยสิแอชลีย์…” เดฟเดวิทบอกขณะอ่านรายละเอียดของจาซิเยฟ “ที่โรงพยาบาลมีข้อมูลการตรวจดีเอ็นเอของบุคลสำคัญไว้หรือเปล่า…”

“ไม่มีครับ เพราะการตรวจหาดีเอ็นเอเป็นสิทธิส่วนบุคคล เราจะรู้ได้ก็ต่อเมื่อเราได้เส้นผมหรือเลือดของคนที่ต้องการตรวจมาเท่านั้น…” แอชลีย์ตอบคำถามอาหนุ่ม

ทั้งๆ ที่เขาไม่ใช่คนลงมือ

“เป็นไปได้ไหมว่าจาซิเยฟจะเตรียมกระสุนสั่งหารด้วยตัวเอง…” เดฟเดวิทเอ่ยขึ้นมาอย่างเคร่งเครียด ดอกเตอร์เรดหยิบแว่นสายตาไปใส่แล้วเอ่ยออกมา

เพื่อกันการกระจายตัว แต่ตลอดสามเดือนที่ผ่านมาจาซิเยฟออกสื่ออยู่ตลอดเวลา

“อะไรคะ…”

“ยกเว้นว่า…จาซิเยฟจะแยกร่างได้หรือมีพี่น้องฝาแฝดทำงานและออกสื่อแทน…” เดฟเดวิทถึงกับอึ้งไป สมองคิดไปถึงเหตุการณ์ลอบสังหารในวันเลี้ยงรับตำแหน่งของประธานาธิบดีคนใหม่…คนตายฟื้นคืนชีพมาแก้แค้น…

เรายิ่งสืบใกล้ตัวคนร้ายมากเท่าไหร่ ยิ่งซับซ้อนซ่อนเงื่อนขึ้นไปเรื่อยๆ…” คิมบอกเสียงเครียด

“ใจเย็นๆ นะคิม ปริศนามันยากก็ยิ่งท้าทายเรา…”

“แล้วเราจะเอาไงต่อดีครับอา…”

นายสืบประวัติของบริษัทที่เข้าร่วมประมูลว่าเชื่อมโยงถึงใครบ้าง ฉันว่างานนี้กลุ่มพลังมวลชนของนายพลยัสซินกับทหารของชีคอาหมัด

ประธานาธิบดีจาซิเยฟจะไปเยือนทำเนียบขาว และเข้าพบประธานาธิบดีบารัคโอบามาในช่วงที่มีประมูลพอดีครับ และงานนี้นักธุรกิจในเบอร์ลินหลายคนก็ถูกเชิญไปดูลู่ทางขยายฐานธุรกิจรวมทั้งจีเอ็มโอด้วย…” เดฟเดวิทยกมือขึ้นกอดอก

เดฟเดวิทบอกนัยน์ตาพราว แต่แล้วร่างสูงก็มองไปยังจอคอมพิวเตอร์ของแอชลีย์ “แอชลีย์…”

Bình Luận ()

0/255