เหมยฮวาบัญชาการ นิยาย บท 3

หลังเอาชนะศึกในพื้นที่แขวนได้ ทั้งแม่ทัพและเหล่าทหารกล้าแห่งทัพไป๋หู่ก็ยิ่งฮึกเหิมมากขึ้น ในทางกลับกัน ฝ่ายทัพต้าเจาก็อ่อนกำลังลงจนต้องถอยร่นไปตั้งหลักที่เมืองข้างเคียง เป็นเหตุให้จินเกาหยางสามารถยึดเมืองหลันเจา เมืองเล็กที่เป็นด่านแรกของต้าเจาได้สำเร็จ

ธงพยัคฆ์ขาวโบกสะบัดอยู่เหนือกำแพงเมืองหลันเจา ฝูซิ่นฮวายิ้มด้วยความพอใจ พิษหมื่นบุปผาที่ทำให้น้องชายของนางเกือบต้องเอาชีวิตมาทิ้ง เป็นพิษที่ชาวเมืองหลันเจาแห่งนี้เป็นผู้ทำขึ้น โชคดีที่ฝูซิ่นฮวาอ่านตำรามามาก ทำให้นางรู้วิธีสกัดพิษหมื่นบุปผาก่อนจะเข้าสู่หัวใจ หาไม่ ทั้งฝูซิ่นเล่อและทหารอีกหลายร้อยชีวิต คงไม่มีโอกาสได้กลับมาล้างแค้นต้าเจาอีกเป็นแน่

“ท่านกุนซือขอรับ” นายกองคนหนึ่งเรียก “จากที่ข้าได้ลองพูดคุยกับชาวเมืองหลันเจา คนที่นี่ลำบากไม่น้อย เพราะต้องส่งเสบียงให้กองทัพ แม้แต่วัว แกะ ที่อายุไม่กี่เดือนก็ยังต้องส่งไปเป็นเสบียง ความเป็นอยู่จึงค่อนข้างลำบาก ชาวบ้านอดอยาก เงินทองขัดสน เพราะฮ่องเต้ต้าเจาสั่งเก็บภาษีไปใช้ในกองทัพจนหมด”

“เช่นนั้นจงปฏิบัติต่อคนที่นี่ให้ดี อย่าทำร้ายใครโดยไม่จำเป็น บางทีเราอาจใช้พวกเขาเป็นจารชนให้เราได้” ฝูซิ่นฮวากล่าว

“ขอรับกุนซือ” นายกองรับคำแล้วเดินแยกไป ทิ้งให้ฝูซิ่นฮวาเดินอยู่กับองครักษ์ของนาง จินเกาหยางเห็นดังนั้นจึงเดินตามมาสมทบ

“กุนซือฝู”

“ขออภัย” ฝูซิ่นฮวาพูด ก่อนจะเบือนหน้าหนีแล้วใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดปากไอติด ๆ กันหลายครั้ง

หญิงสาวกระชับเสื้อคลุมให้แนบกายมากยิ่งขึ้น หัวคิ้วของจินเกาหยางขมวดเข้าหากันเล็กน้อย แม้มีลมพัดค่อนข้างแรง แต่อากาศก็ไม่ได้จัดว่าหนาวมาก สำหรับเขา ลมเพียงเท่านี้ไม่ระคายผิวด้วยซ้ำ แต่มันกลับทำให้ฝูซิ่นฮวาไอติดกันอย่างน่าสงสาร

ดูท่าว่านางจะไม่ได้อ่อนแอเพียงภาพลักษณ์ภายนอก แต่ร่างกายของนางอ่อนแอจริง ๆ

“เจ้าเป็นอะไรมากหรือไม่” จินเกาหยางถามด้วยความเป็นห่วง

“ท่านแม่ทัพอย่าได้ห่วงเลยเจ้าค่ะ นี่เป็นอาการปกติของข้า อีกไม่นานท่านก็จะชินไปเอง” ฝูซิ่นฮวายิ้มบาง ใบหน้าที่ไร้การแต่งแต้มสีสันของนางซีดจัด ริมฝีปากที่เคยเป็นสีชมพูอ่อนก็เกือบจะขาวซีด

“เจ้าป่วยบ่อยหรือ?”

“ข้าป่วยอยู่ตลอดเวลา” นางหัวเราะอย่างไม่คิดปิดบัง “แต่ไม่ได้เป็นอะไรหนักหนาหรอกเจ้าค่ะ ป่วยก็ส่วนป่วย งานก็ส่วนงาน ข้ายังคงทำงานได้เป็นปกติ” พูดจบ นางก็หันไปไอต่อ “ขออภัย”

“ไม่เป็นไร” จินเกาหยางยิ้มให้นาง นึกชื่นชมอยู่ในใจ

หากเป็นสตรีอื่นคงล้มหมอนนอนเสื่อ ให้บ่าวไพร่มาคอยปรนนิบัติกันให้วุ่น แต่ฝูซิ่นฮวาทำเหมือนอาการเจ็บป่วยของตนเป็นเรื่องเล็ก ทั้งยังสามารถทำงานในกองทัพได้เป็นปกติ

ทั้งที่ร่างกายอ่อนแอถึงเพียงนี้ แต่จิตใจของนางกลับเข้มแข็งยิ่งนัก

“แผนการต่อไปของเจ้าคืออะไร” จินเกาหยางถาม ขณะเดินสำรวจรอบ ๆ เมืองหลันเจาด้วยกัน

“ตีเมืองเล็กที่กระจัดกระจายก่อนตีเมืองใหญ่ ต้าเจามีเมืองเล็กอยู่สิบหกเมือง เรายึดหลันเจามาได้แล้วหนึ่งเมือง แผนต่อไปจึงเป็นการยึดครองเมืองเล็กที่เหลือ หากทำได้ก็จะเป็นการตัดกำลังต้าเจาไปด้วยในตัว เพราะจะไม่มีเมืองใดสามารถส่งเสบียงให้ทัพต้าเจาได้อีก” ฝูซิ่นฮวาตอบ

“ข้าเห็นด้วย” จินเกาหยางกล่าว “แต่แม่ทัพต้าเจาก็น่าจะรู้ทันแผนการนี้ของเรา บางทีตอนนี้อาจเตรียมการรักษาเมืองที่เหลือแล้วก็ได้”

“หากแม่ทัพต้าเจาไม่ใช่คนเขลา ก็คงเตรียมการรักษาเมืองที่เหลือเช่นที่ท่านว่า”

“เช่นนั้น เจ้ามีแผนการรับมืออย่างไร”

“ยามนี้เมืองที่อยู่ใกล้เรามากที่สุดคือเฮยเจา ต้าเจาต้องเตรียมรับมือเราอยู่ที่นั่น”

“เจ้าจึงคิดจะไปเมืองอื่น?”

“หวงเจาที่อยู่ไกลไปอีกหน่อยก็น่าสนใจนะเจ้าคะ” ฝูซิ่นฮวายิ้ม

แม้จะเพิ่งรู้จักกันได้ไม่นาน แต่จินเกาหยางลอบสังเกตหลายอิริยาบถของนางอยู่เงียบ ๆ เมื่อใดที่นางยิ้มเช่นนี้ ย่อมต้องมีแผนร้ายอยู่ในใจแล้วเป็นแน่

ขณะเดียวกัน เสวียนชิวก็กำลังประชุมกับเหล่าแม่ทัพและนายกองอยู่ในค่าย ทุกคนล้วนมีสีหน้าเคร่งเครียด เนื่องจากฮ่องเต้ไม่พอพระทัยเป็นอย่างมากที่ต้องเสียเมืองหลันเจาให้แก่ต้าจิน จนถึงกับมีรับสั่งว่า หากต้องเสียเมืองใดไปอีก ทหารทั้งกองทัพจะต้องรับโทษ

“กุนซือหม่า” เสวียนชิวเรียก “สถานการณ์ตอนนี้ เจ้าคิดว่าเราควรชิงเอาหลันเจาคืนมาให้ได้ก่อน หรือควรเตรียมการปกป้องเมืองอื่น”

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เหมยฮวาบัญชาการ