เหมยฮวาบัญชาการ บทที่ 63 สู่จินเจา

sprite

ฝูซิ่นเล่อไม่เปิดโอกาสให้เสวียนชิวได้โจมตี เพียงชั่วพริบตา ชายหนุ่มก็หลบหลีกจากทวนของฝ่ายตรงข้ามได้ พร้อมทั้งฟาดทวนในมือใส่เสวียนชิว แม่ทัพแห่งต้าเจาหลบได้อย่างหวุดหวิด ใจเต้นไม่เป็นส่ำ ฝูซิ่นเล่อยังคงตวัดทวนในมือเข้าหาเสวียนชิวได้อย่างต่อเนื่อง ชายหนุ่มหมุนควงอาวุธในมือได้อย่างเชี่ยวชาญ เนื่องด้วยวิชาทวนนี้เป็นวิชาที่เขาได้รับการถ่ายทอดจากแม่ทัพฝูหานผู้เป็นบิดาโดยตรง

ยามนี้ทัพต้าเจาถูกขนาบด้วยทหารทัพไป๋หู่ เสวียนชิวขบกรามแน่น หากมิใช่เพราะต้าจินวางแผนมาเป็นอย่างดี ก็แสดงว่าแผนการที่น้องสาวของเขาขโมยมาได้เป็นแผนลวง

กลับไปถึงค่ายเมื่อใด เขาจะตัดคอนังแพศยานั่นด้วยตัวเอง!

“ว่าอย่างไร เจ้าลูกสุนัข คิดจะยอมแพ้แล้วหรือยัง”

ฝูซิ่นเล่ออาศัยโอกาสที่เสวียนชิวกำลังโมโหยั่วยุอีกฝ่ายจนขาดสติ แล้วโจมตีอย่างหนักหน่วงต่อเนื่อง จนม้าของเสวียนชิวก้าวถอยหลังหนีไปเรื่อย ๆ แต่ก็ยังมิอาจหนีจากฝูซิ่นเล่อไปได้

เสวียนชิวต้องคมจากทวนของฝูซิ่นเล่อเข้ากลางอก หากแม้มิใช่เพราะมีชุดเกราะช่วยขวางกั้นไว้ เกรงว่าทวนของแม่ทัพแห่งกองทัพพยัคฆ์ขาวคงฟันร่างเขาขาดจากกัน

โลหิตของเสวียนชิวอาบไล้อยู่บนทวนของฝูซิ่นเล่อ แต่นั่นยังไม่พอ ชีวิตของรัชทายาทผู้นั้นต่างหากที่เขาต้องการ

แม่ทัพหนุ่มวาดทวนใส่เสวียนชิวอีกครั้ง แม่ทัพแห่งต้าเจาพลิกกายหลบจนตกจากหลังม้า ยามนั้นเองที่เกาทัณฑ์จำนวนมากพุ่งเข้าใส่ฝูซิ่นเล่อ

ฝูซิ่นเล่อใช้ทวนปัดป้องเกาทัณฑ์อย่างง่ายดาย ในขณะที่เสวียนชิวได้รับการช่วยเหลือจากองครักษ์และทหารแห่งทัพต้าเจา

“ถอยทัพ! ถอย!” รองแม่ทัพต้าเจาตะโกนลั่น พร้อมกับเสียงตีฆ้อง ที่ดังขึ้น

พลทหารต้าเจาเร่งรุดหนี พลธนูของต้าจินวิ่งขึ้นมาเรียงแถวแล้วง้างคันธนู ระดมยิงไล่หลังต้าเจาไป

ยามเมื่อศัตรูถอนทัพ สิ่งที่ไม่ควรทำคือการเร่งรุดติดตามไปบดขยี้ เพราะอาจต้องกลลวงของศัตรูและถูกซุ่มโจมตีได้ ซึ่งฝูซิ่นเล่อเองก็แน่ใจว่า เสวียนชิวจะต้องมีกองกำลังทหารลับรออยู่ระหว่างทางเพื่อโจมตีเขาเมื่อติดตามไป ยามนี้ทัพไป๋หู่จึงพยายามตัดกำลังของต้าเจาให้ได้มากที่สุด ทหารต้าเจาจำนวนไม่น้อยทั้งบาดเจ็บและล้มตายด้วยฝีมือพลธนูแห่งต้าจิน

“กลับค่าย” ฝูซิ่นเล่อสั่งการ “พรุ่งนี้เราจะบุกหงเจา!”

ทางด้านซินเอ๋อร์ที่ถูกทิ้งไว้ในค่ายทหารเมืองลวี่เจา กำลังพยายามหาทางหนีออกจากค่ายที่เหลือทหารเฝ้ายามไม่มากนัก เรียกได้ว่าทั้งค่ายแทบจะว่างร้าง หญิงสาวใจเต้นแรงขณะหลบพลทหารที่ออกมาเดินตรวจตราความเรียบร้อย

“องค์หญิง” เสียงคนของฝูซิ่นเล่อที่เป็นผู้พาซินเอ๋อร์หนีออกจากหลันเจาเอ่ยเรียก

“เจ้ายังอยู่ที่นี่หรือ” ซินเอ๋อร์ถามอย่างดีใจ

“พ่ะย่ะค่ะ” ชายหนุ่มตอบ “องค์หญิงคิดจะหนีออกจากค่ายหรือพ่ะย่ะค่ะ”

“ใช่” หญิงสาวพยักหน้ารับ “หากเสด็จพี่รัชทายาทพ่ายแพ้แม่ทัพฝู เขาต้องกลับมาฆ่าข้าแน่”

หญิงสาวเนื้อตัวสั่นเทาเมื่อนึกถึงแววตาอำมหิตของผู้เป็นพี่

“เจ้าช่วยข้าได้หรือไม่ ข้าต้องการกลับวังหลวง”

“กลับไปวังหลวงก็มีค่าเท่ากับอยู่ที่นี่นั่นละพ่ะย่ะค่ะ โทสะของรัชทายาทจะติดตามท่านไปทุกที่”

“...”

“กระหม่อมสามารถช่วยองค์หญิงหนีออกจากค่ายได้ แต่กระหม่อมมีเรื่องที่ต้องทูลถาม”

“ว่ามา”

“เท่าที่กระหม่อมทราบมา พระมารดาขององค์หญิงเป็นบุตรีของเจ้าเมืองจินเจาใช่หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”

“ใช่ แม่ข้าเป็นบุตรีคนรองของเจ้าเมืองจินเจา” ซินเอ๋อร์ตอบอย่างขมขื่น

พระสนมหลัว มารดาของนางเคยเล่าว่า สิบกว่าปีก่อน ฮ่องเต้ต้าเจาเสด็จเยือนจินเจาและได้พบกับบุตรีคนรองของเจ้าเมือง ซึ่งก็คือมารดาของนาง ฮ่องเต้จึงพาหญิงงามที่ได้พบกลับมาเป็นสนม แต่ความโปรดปรานของฮ่องเต้นั้นหาใช่สิ่งที่มั่นคง หญิงงามมากมายรายล้อมข้างพระวรกาย ซ้ายโอบ ขวากอด เรียกได้ว่าหญิงงามมิเคยขาดมือ นานวันไปสนมหลัวก็เริ่มถูกลืม นางและธิดาทั้งสองคือซินเอ๋อร์และองค์หญิงซวงเอ๋อร์ถูกสนมอื่นคอยรังแก แต่กลับไม่กล้าให้ความนี้ทราบถึงเจ้าเมืองจินเจา ด้วยกลัวว่าบิดาจะคิดเป็นปรปักษ์ต่อฮ่องเต้ จนสกุลหลัวต้องโทษทัณฑ์ทั้งตระกูล

“เช่นนั้นขอองค์หญิงเสด็จไปประทับยังเมืองจินเจาเถิดพ่ะย่ะค่ะ ที่นั่นน่าจะทรงปลอดภัยมากกว่าเสด็จกลับไปที่วังหลวง”

ซินเอ๋อร์ระบายลมหายใจออกมาอย่างเครียดจัด

“ข้ารู้” นางกล่าว “แต่ข้าต้องกลับไป แม่และน้องของข้าอยู่ที่นั่น”

“แต่ยามนี้เจ้าเมืองจินเจาคิดต่อต้านฮ่องเต้แล้วนะพ่ะย่ะค่ะ”

“ว่าอย่างไรนะ!”

“ฮ่องเต้ทรงขูดรีดภาษีและช่วงชิงเสบียงจากชาวเมืองมาใช้ในกองทัพ จนผู้คนอดอยาก หามีผู้ใดทนได้อีกต่อไป ยามนี้จินเจาจึงคิดแข็งเมือง”

“เจ้ารู้ได้อย่างไร”

“เพราะนอกจากกระหม่อมจะเป็นคนคอยส่งข่าวให้องค์หญิงแล้ว กระหม่อมยังคอยทำหน้าที่ส่งข่าวให้เจ้าเมืองต่าง ๆ ในต้าเจา... รวมถึงแม่ทัพฝูด้วยพ่ะย่ะค่ะ”

“นี่เจ้า... หมายความว่าเจ้า...” ซินเอ๋อร์แขนขาอ่อน การคาดเดาถึงความผิดพลาดครั้งยิ่งใหญ่ผุดในสมองทันที

“กระหม่อมเป็นคนของแม่ทัพฝู หาใช่เสนาบดีจง”

“สวรรค์” คราวนี้ซินเอ๋อร์ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง

ที่ผ่านมานางคิดว่าหลอกผู้อื่นได้ แท้จริงแล้วกลับเป็นนางที่ถูกหลอกมาโดยตลอด

“ยามนี้หาได้มีเพียงจินเจาที่คิดแข็งเมือง แต่ยังมีเมืองอื่นอีกหลายเมืองที่กำลังเตรียมพร้อมเข้าร่วมกับทัพไป๋หู่ เจ้าเมืองจินเจากำลังหาทางส่งคนไปช่วยบุตรีและหลานสาวออกจากวังหลวง”

คนต้าเจากำลังจะต่อสู้กันเองเช่นนี้ บ้านเมืองของนางคงถึงคราวล่มสลายแล้วเป็นแน่ แล้วนางเล่า นางควรทำเช่นไร หรือควรเลือกอยู่ฝ่ายใด

แม้พระองค์จะมิเคยรัก แต่อย่างไรก็ทรงเป็นพ่อ!

“กลับเมืองจินเจาเถอะพ่ะย่ะค่ะองค์หญิง” เสียงหนึ่งดังขึ้น

พลทหารสิบคนในชุดเครื่องแบบทหารมีแถบสีทองที่แขน เดินมาคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าซินเอ๋อร์ คนของฝูซิ่นเล่อประคองร่างบอบบางของนางให้ลุกขึ้นยืน

“ยามนี้ลวี่เจากลายเป็นเมืองร้างแล้ว ทุกคนต่างอพยพไปยังสิบหัวเมืองที่รวมตัวกันสู้ กระหม่อมเป็นทหารที่เจ้าเมืองจินเจาส่งมาเพื่อช่วยเหลือองค์หญิง”

“...”

“ไปจินเจาเถอะพ่ะย่ะค่ะ”

“แต่แม่กับน้องของข้ายังอยู่ในวังหลวง”

“ท่านเจ้าเมืองจะช่วยพวกเขาออกมาเอง ยามนี้ขอองค์หญิงเสด็จไปจินเจาเพื่อความปลอดภัยก่อน”

[ร้อน] อ่านนวนิยาย เหมยฮวาบัญชาการ บทที่ 63 สู่จินเจา

นวนิยาย เหมยฮวาบัญชาการ ได้รับการเผยแพร่ไปยัง บทที่ 63 สู่จินเจา พร้อมรายละเอียดใหม่ที่ไม่คาดคิด อาจกล่าวได้ว่าผู้แต่ง จิ้นอิ๋ง ลงทุนใน เหมยฮวาบัญชาการ อย่างจริงใจเกินไป หลังจากอ่าน บทที่ 63 สู่จินเจา ฉันก็ทิ้งความเศร้า แต่อ่อนโยน แต่ลึกซึ้งมาก มาอ่านตอนนี้ บทที่ 63 สู่จินเจา และตอนต่อไปของซีรี่ส์ เหมยฮวาบัญชาการ ที่ Good Novel Online ตอนนี้