ห้วงอาวรณ์ คืนสู่วันวาน นิยาย บท 32

วันนั้นเธอละทิ้งความเย่อหยิ่งทะนงตัวคุกเข่าลงท่ามกลางสายฝนต่อหน้าทุกๆคนเป็นเวลาครึ่งชั่วโมง กลายเป็นเรื่องตลกที่น่าขำขันไปแล้วน้ำตาของเบญญาหล่นลงทีละเม็ด ร่วงตกลงไปบนเสื้อผ้าของมรุเดชจนเปียกไปทั่ว เธอเกลียดเขามาก แต่ที่เกลียดกว่าก็คือตัวของเธอเองการตายของสาวินทำให้เธอไม่อาจให้อภัยมรุเดชได้ แล้วก็ไม่อาจที่จะให้อภัยตัวเองด้วยเช่นกันดูเหมือนว่ามรุเดชจะรู้สึกได้ถึงความโกรธเกลียดของเธอ เขามือสั่นอยู่ไม่น้อย ในหัวมีเพียงแค่ความคิดเดียวเท่านั้น ถ้าสาวินตายไปแล้วจริงๆ แล้วเบญญาจะเต็มใจยอมที่จะอยู่ข้างกายของเขาได้ยังไงเขาจะยอมให้เบญญาจากเขาไปไม่ได้ ไม่ได้เด็ดขาด!เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมา มรุเดชดึงสติกลับมา มือหนึ่งกอดเบญญเอาไว้มือหนึ่งล้วงเข้าไปหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกงก่อนจะกดรับสายพิรัชย์เป็นคนโทรมา พอกดรับสาย ในสายก็มีเสียงที่รีบร้อนลนลานดังขึ้น"คุณเดช สาวินกระโดดตึกฆ่าตัวตายระหว่างทางไปศาลครับ ตายคาที่ จะให้จัดการกับศพยังไงครับ?"มรุเดชรู้สึกกลัดกลุ้มใจ ความตื่นกลัวในช่วงระยะเวลาสั้นๆผุดขึ้นมาในตาของเขา เขาตกอยู่ในสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกอีกครั้ง ไม่รู้ว่าจะตอบพิรัชย์กลับไปยังไงเขาถือโทรศัพท์เอาไว้ห่างๆอย่างช่วยไม่ได้ กลัวว่าเบญญาจะได้ยินเสียง"คุณเดชคุณให้คำตอบผมหน่อยสิครับ ต้องบอกเรื่องกายตายของสาวินกับคุณเบญญาไหมครับ?"คนในสายพอไม่ได้รับการตอบรับก็พูดถามขึ้นมาด้วยความกระวนกระวาย"เดี๋ยวฉันจะไปเอง นายจัดการไปก่อน"มรุเดชสูดหายใจเข้าลึกๆหนึ่งเฮือก ก่อนจะวางสายไปร่างกายของเบญญาอ่อนปวกเปียกอยู่ในอ้อมกอดของเขา เหมือนกับ"ตาย"ไปแล้ว เธอหลับสองตาน้ำตาไหลออกมาจากหัวตาไม่หยุดมรุเดชยื่นมือออกมาเช็ดน้ำตาที่หน้าของเธอ พอนิ้วมือโดนหัวตาของเธอ เบญญาลืมสองตาขึ้นมา ในดวงตาที่แดงเปล่าเปลี่ยวเงียบงัน"ฉันอยากจะไปดูเขา"มรุเดชพูดตอบกลับมา"ได้ ฉีนจะพาเธอไปดูเอง"เลือดบนมือของเบญญาเปื้อนเสื้อของมรุเดช ส่งกลิ่นคาวอย่างมาก มรุเดชเป็นคนรักความสะอาดอยู่ไม่น้อย พอเห็นแล้วก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยขณะที่กำลังคิดว่าจะจัดการยังไงอยู่นั้น พยาบาลก็ทำธุรการเสร็จเดินออกมาแล้วหลังจากที่เห็นสถานการณ์ทางด้านนี้แล้ว ก็รีบวิ่งตรงเข้ามาอย่างรีบร้อนลนลาน สีหน้ากระวนกระวายและรู้สึกผิด"คุณเบญญา คุณไม่เป็นไรใช่ไหม? ฉันผิดเอง ฉันควรจะให้คุณไปนอนในห้องผู้ป่วย"เบญญานอนซุกอยู่ในอ้อมกอดของมรุเดชทำให้มองไม่เห็นสีหน้าของเธอ แต่ดูจากร่างกายที่สั่นเทาของเธอแล้ว ก็เดาได้ว่าในเวลานี้เธอกำลังอดกลั้นความเจ็บปวดแสนสาหัสเอาไว้อยู่นางพยาบาลไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ว่าพอเห็นสีหน้าที่เคร่งขรึมของผู้ชายคนนี้บวกกับความโกลาหลวุ่นวายบนพื้นแล้ว ก็เดาว่าทั้งสองคนจะต้องทะเลาะกันแน่ๆนางพยาบาลรู้สึกหวาดกลัวมรุเดชโดยสัญชาตญาณ ผู้ชายที่อยู่ตำแหน่งสูงส่งมานานมากแล้วให้ความรู้สึกหวาดกลัวและตกใจ แค่ใบหน้าที่นิ่งเฉยไม่พูดไม่จาตามปกติก็ทำให้คนรู้สึกหายใจไม่ออกอยู่แล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงใบหน้าที่เคร่งขรึมแบบในตอนนี้ ในดวงตาสีดำมืดราวกับหินออบซิเดียนเต็มไปด้วยน้ำแข็งที่เย็นยะเยือก"เก็บกวาดพื้นให้เรียบร้อย ผมจะพาเธอออกไปข้างนอกสักหน่อยเดี๋ยวก็กลับมาแล้ว""แต่คุณหมอชิตบอกแล้วว่าต้องให้น้ำเกลือก่อนนะคะ""ถ้าอย่างนั้นคุณก็ไปบอกเขาว่า ผมจะพาเบญญากลับมาที่โรงพยาบาลภายในสามชั่วโมง ถ้าเขาไม่วางใจก็โทรศัพท์มา ถึงตอนนั้นผมจะให้คนมาเอายาที่โรงพยาบาลเอง"พูดถึงขนาดนี้แล้ว เธอจะทำอะไรได้อีก? นางพยาบาลรู้สึกโทษตัวเองอย่างมาก เดินตรงเข้ามาเก็บรถเข็นกับหลอดถุงน้ำเกลืออย่างฉับไวต่อหน้าของผู้ชายคนนี้ ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไร้ประโยชน์ทั้งนั้น มรุเดชพาเบญญามานั่งลงบนรถเข็น ก่อนจะรับผ้าก๊อซกับน้ำยาฆ่าเชื้อมาจากมือของนางพยาบาล ทำแผลที่มือของเธออย่างง่ายๆแผลที่ถูกเข็มขีดข่วนยาวประมาณหกเซนติเมตร หนังถลอกเลือดไหลอาบเห็นแล้วรู้สึกเจ็บแทนเบญญาเป็นคนที่กลัวเจ็บมาก แต่ครั้งนี้กลับไม่ขมวดคิ้วเลยแม้แต่นิดเดียว

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ห้วงอาวรณ์ คืนสู่วันวาน