เดเรกเงยหน้ามองท้องฟ้าที่ประกายแดดจ้าเริ่มยอแสง

“นี่ก็เย็นมากแล้วนะอีฟ แต่ถ้าคุณยังไม่อยากกลับผมก็จะอยู่เป็นเพื่อน”

“เดเรกคะ ใจจริงฉันไม่อยากรบกวนคุณเลยค่ะ แค่งานที่บริษัทของคุณก็ยุ่งมากพอแล้ว”

“ผมบอกคุณหลายหนแล้วไง อีฟ” ชายหนุ่มจับไหล่ทั้งสองนั้นไว้และจ้องลึกลงไปในดวงตางดงามคู่นั้น

“ว่าเราเป็นครอบครัวเดียวกันเสมอ”

อิสลินยิ้มออกมาทั้งน้ำตา ทว่าไม่ทันที่ทั้งสองจะได้พูดอะไรกันอีกเสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อของอีกฝ่ายก็ดังขึ้น

“ครับ...คุณแอนดรูว์ ว่าไงครับ?...หืม”

หญิงสาวมองร่างสูงที่กำลังรับโทรศัพท์ด้วยสีหน้าแปลกเปลี่ยน เธอไม่รู้ว่าเขากำลังฟังเรื่องอะไรจากปลายสายแต่ก็จำได้ว่าคนที่โทรมาเป็นหัวหน้าฝ่ายวิจัยของบริษัท อิสลินสังเกตเห็นใบหน้าของเดเรกเริ่มเคร่งเครียดแต่ความสนใจกลับถูกดึงไปตามเสียงเรียกเล็ก ๆ ที่ดังมาจากอีกฝั่ง

“มามี้...มามี้...หนูแต่งตัวให้เท็ดดี้แบร์แล้วค่ะ”

หนูน้อยวัยสี่ขวบในชุดกระโปรงชีฟองจีบระบายสำตัดกับผิวขาวละมุนวิ่งเข้ามาหาพร้อมกับตุ๊กตาหมีที่ใบหูของมันมีดอกไม้เล็ก ๆ ทัดอยู่ เรือนผมสีน้ำตาลทองของเด็กหญิงถูกปล่อยสยายและดวงตาสีฟ้าเข้มเปล่งประกายในแสงแดดอ่อน

“อีวี่...ลูกมาจากไหนกันคะ เห็นมั้ยไปเล่นจนเนื้อตัวมอมแมมหมดแล้ว”

“ตรงนู้นค่ะ...ตรงนู้น”

เด็กหญิงชี้ไปที่กอไม้ดอกเล็ก ๆ ห่างออกไปไม่ไกลขณะที่อิสลินย่อตัวลงแล้วหยิบเศษใบไม้แห้งออกจากเส้นผมชี้ฟู เธอมองลูกสาวคนเดียวที่คลอดหลังแต่งงานกับเดเรกเพียงไม่กี่เดือนก่อนย่นจมูก

“ซนจริง ๆ เลยนะ ลูกไม่ควรวิ่งเล่นไปไหนต่อไหนคนเดียวรู้ไหมคะ”

“แอนดรูว์ ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้!”

เสียงที่เดเรกกรอกลงไปทางโทรศัพท์ทำให้อิสลินต้องหันกลับไปสนใจเขาอีกครั้ง เธอมัวแต่มองชายหนุ่มแสดงสีหน้าเครียดเคร่งจนลืมว่าอีวี่น้อยวิ่งกลับไปทางเดิมแต่คราวนี้วิ่งเลยออกไปไกลจนเกือบชนกับร่างสูงของใครคนหนึ่ง เด็กหญิงหยุดกึกพร้อม ๆ กับที่ตุ๊กตาหมีพลัดตกจากมือ นัยน์ตาสีฟ้าภายในดวงตากลมโตคู่นั้นสะท้อนภาพของบุรุษร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีน้ำเงินเข้มย่อตัวลงเก็บของที่หล่นบนพื้นหญ้าก่อนส่งกลับให้เด็กน้อย อีวี่เอียงหน้ามองบุรุษที่มีประกายตาและผมสีเดียวกันอย่างสนเท่ห์

“หนูกำลังจะไปไหนหรือจ๊ะ?”

เจ้าของน้ำเสียงทุ้มลึกทว่านุ่มนวลเอ่ยถามขึ้นซึ่งก็ได้รับคำตอบกลับมาว่า

“หนูจะไป...เก็บดอกไม้...ให้มามี้”

“มามี้ของหนูอยู่ไหนล่ะจ๊ะ?”

เด็กหญิงชี้นิ้วกลับไปยังร่างบอบบางในชุดลูกไม้สีดำสนิทซึ่งกำลังยืนมองร่างสูงยืนคุยโทรศัพท์ รอยยิ้มอ่อนโยนจุดขึ้นบนมุมปากของอีกฝ่ายก่อนยื่นมือออกไปยังหนูน้อย

“มานี่สิจ๊ะ...ฉันจะพาหนูไปเก็บดอกไม้ที่ตรงโน้น มีดอกไม้สวยที่สุดในโลก มามี้ของหนู...ต้องชอบแน่ ๆ “

“จริงเหรอคะ?”

ความตื่นเต้นฉายชัดบนดวงหน้าที่มีเค้าโครงอย่างชาวเอเชียทว่าก็กลมกลืนกับสีนัยน์ตาและเรือนผมอย่างชาวยุโรป อีวี่ยอมให้เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาราวเทพบุตรจูงมือเดินตามไปด้วยความลิงโลด ทิ้งไว้แต่อิสลินที่ยืนห่างไปพอประมาณซึ่งหญิงสาวรีบเอ่ยถามขึ้นมาทันทีที่เดเรกวางสายโทรศัพท์

“มีอะไรหรือคะ เดเรก...ทำไมคุณดูเครียดจัง”

“แอร์โรว์ไวรอนต์พบปัญหาใหญ่เสียแล้ว”

ชายหนุ่มว่าพลางเก็บโทรศัพท์ไว้ในกระเป๋าเสื้อ เห็นได้ชัดว่าเดเรกมีสีหน้าแสดงความกังวลอย่างมาก

“แอนดรูว์บอกว่าเจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมแจ้งมาที่บริษัทเมื่อเช้านี้บอกว่าด่านตรวจพบการขนย้ายอาวุธเถื่อน เขาพบยูเอวี (อากาศยานไร้คนขับ) จำนวนหนึ่ง มันเป็นโดรนสังหารชนิดเดียวกับที่เราออกแบบให้กระทรวงรุ่นล่าสุด”

“อะไรนะคะ!”

“เขาสงสัยว่าเรามีส่วนเกี่ยวข้องกับพวกค้าอาวุธและคิดว่าเราปล่อยสิ่งประดิษฐ์ให้นายหน้าพวกนั้น ตอนนี้มีคนเผยแพร่ข่าวออกไปทั่วโลกทำให้ทางกลาโหมอยากทบทวนเรื่องคู่สัญญาการประดิษฐ์ยูเอวีอีกครั้ง”

“มันจะเป็นไปได้อย่างไรคะ เดเรก...แอร์โรว์ไวรอนต์ไม่เคยมีประวัติเสียหายในเรื่องแบบนี้ เป็นไปได้ไหมคะว่าอาจมีใครสักคนขายความลับของบริษัท”

“อาจเป็นอย่างที่คุณคิดหรืออาจไม่ใช่ แต่ผมคงต้องกลับอเมริกาเดี๋ยวนี้ ถ้าคุณจะอยู่ต่อผมค่อยให้เครื่องบินกลับมารับ”

Bình Luận ()

0/255