ตอนที่13 สร้างปัญหา

เธอเมามากจริง ๆ เธอจึงไม่อายเลยที่จะนั่งลงข้างๆฉินลี่เยี่ย

"นี่สำหรับคุณ!"

ใบหน้าของฉินลี่เยี่ยคล้ำลง คว้าแก้วไวน์เอาไว้

ถ้าเฉียวอวี่ถงไม่ใช่คนที่เขารู้จักก็คงจะดีกว่านี้ "ฉันเข้าใจแล้ว คุณกลัวว่าคุณชายกู้จะหึงใช่ไหม พวกคุณสามคนเป็น ฮ่าฮ่าฮ่า....."

ประโยคนี้ช่างใส่ร้ายป้ายสีกันอย่างไร้ศีลธรรมเกินไปแล้ว

กู้เจ๋ออวี่เป็นคนหัวโบราณเลยตามไม่ทัน เขาไม่เข้าใจ

แต่ถึงยังไง เขาก็อดหัวเราะตามไม่ได้

"ฉันบอกคุณแล้ว ฉันต้องให้การศึกษากับเสี่ยวจิ่น ฉันไม่สามารถปล่อยให้เขาเดินตามรอยเท้าของคุณได้" เฉียวอวี่ถงวาดแขนไปโอบรอบคอของฉินลี่เยี่ย โน้มเขาเข้ามาใกล้แล้วพูดความในใจออกมาจนหมด

ประธานหวางยังคงอยู่ในเมฆหมอก

"เจ๋ออวี่ นายไปกับประธานหวางนะ ฉันจะกลับก่อน"

หลังจากนั้นเขาก็ลากเฉียวอวี่ถงออกไป

"ผู้ช่วยกู้ นี่มันเรื่องอะไรกันครับ?"

"ฤดูใบไม้ผลิของประธานฉินมาถึงแล้วยังไงล่ะครับ คุณก็เห็นแล้วว่าสาวน้อยคนนั้นจัดการได้ไม่ง่ายเลย คงต้องใช้เวลาอีกพอสมควร"กู้เจ๋ออวี่ยิ้มแบบมีเลศนัย

ประธานหวังพยักหน้าอย่างรู้กัน "ดี ดี ดี"

เมื่อทั้งสองคนออกไปข้างนอกแล้ว เฉียวอวี่ถงก็โวยวายขึ้นมาเสียงดัง

สิ่งเดียวที่ฉินลี่เยี่ยสามารถทำได้คือเร่งฝีเท้าของเขา

อย่างไรก็ตามขณะที่พวกเขากำลังเร่งรีบเดินไปตามทาง ดวงตาคู่หนึ่งก็กำลังจับจ้องเฉียวอวี่ถง

คนคนนี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นลูกสาวของแม่เลี้ยงของเฉียวอวี่ถงชื่อเฉียวเข่อซิน

ตระกูลเฉียวกำลังตามหาตัวเฉียวอวี่ถง แต่เธอคิดไม่ถึงเลยว่าจะมาพบเข้าโดยไม่ต้องใช้ความพยายามใดๆ เธอและเพื่อนๆ ของเธอออกมาดื่มกัน จึงทำให้ได้รับรู้ข่าวสำคัญเช่นนี้เข้า ดูจากการแต่งกายของเฉียวอวี่ถงแล้วเธอก็พอจะรู้อะไรเพิ่มขึ้น ไม่จำเป็นต้องเดือดร้อนไล่ตามหาเธออีก เพราะเพียงแค่มาที่นี่ก็จะพบเธอ ถ้าจะให้ดีที่สุดก็ต้องให้พ่อของพวกเขาและคุณยายเฉียวที่แสนจะลำเอียงเข้าข้างหลานสาวมาพบเธอด้วยตัวเอง

"เฮ้! นั่นเฉียวอวี่ถงนี่ ปล่อยไปแบบนั้นจะไม่เป็นอะไรเหรอ?"

การได้เห็น"ความตกต่ำ"ของเธอก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้เธอมีความสุข

เธอแทบทนไม่ไหวอยากจะเล่าเรื่องนี้ให้คนตระกูลเฉียวฟัง

"เข่อซิน คุณดูอะไรอยู่เหรอ?"

“ ไม่มีอะไร พอดีฉันเพิ่งนึกได้ว่ามีเรื่องสำคัญมากต้องไปทำ ฉันกลับก่อนนะ แล้ววันหลังพวกเราค่อยพบกันใหม่”

เฉียวเข่อซินรีบหนีออกไปโดยที่ไม่เปิดโอกาสให้เพื่อนๆได้โต้แย้ง

ชั่วขณะหนึ่งเธอแทบจะไม่สามารถยับยั้งความตื่นเต้นภายในใจของเธอได้

……

ฉินลี่เยี่ยมีบ้านที่อยู่ใกล้ๆกับบาร์ Intoxicated

เฉียวอวี่ถงพัวพันเขาไม่หยุด เขาอาจจะถูกทรมานจนตายถ้าเขาขับรถกลับบ้าน แล้วยังมีเสี่ยวจิ่นอยู่ที่บ้านอีก คงไม่ดีแน่ถ้าเขาจะเห็นเธอเมาแบบนี้

พักใกล้ๆก่อนก็แล้วกัน

"นี่ไม่ใช่บ้านของฉันนี่! ฉินลี่เยี่ยคุณจะทำอะไร!"

"จะให้ผมทำอะไรดีล่ะ!"

เมื่อเข้าไปในห้อง เฉียวอวี่ถงก็ถลาไปนอนที่โซฟาทันทีที่เห็นมัน ราวกับว่าเธอไม่ได้ถามคำถามเมื่อกี้

"โซฟาตัวนี้สบายจังเลย แต่ว่ามันร้อนไปหน่อย!”

เดิมที่เสื้อผ้าชุดนั้นก็แทบจะปิดอะไรไม่มิดอยู่แล้ว ตอนนี้ยิ่งปิดไม่มิดเข้าไปอีก คนเมาที่ไหนจะยังมัวห่วงเรื่องภาพลักษณ์

"จริงๆเลย!" ฉินลี่เยี่ยสบถเบาๆ

เขาเองก็เป็นผู้ชายคนหนึ่ง เมื่อเห็นสภาพของเฉียวอวี่ถงแล้วหัวใจของเขาก็ย่อมเต้นแรงเป็นธรรมดา

อีกอย่าง ...

"ยอมแพ้เลย!" ฉินลี่เยี่ยสบถ

มือปลาหมึกของเฉียวอวี่ถงคอยแต่จะพันตัวเขาอยู่เรื่อย

"อย่าสิ!"

"ไม่งั้นอย่ามาโทษฉันก็แล้วกัน!" เสียงของฉินลี่เยี่ยหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ

……

ตระกูลเฉียว

สามทุ่มแล้วแต่ไฟยังเปิดสว่างจ้า

"ฉันเห็นพี่สาวของฉันจริงๆนะ" เฉียวเข่อซินโอดครวญซ้ำไปซ้ำมาอย่างไม่หยุดหย่อน ซึ่งก็ดีกว่าปล่อยให้เฉียวอวี่ถงได้แต่งงานกับคุณชายเจ้าสำราญอย่างเฉินเฉิงนั่น แค่นี้เธอก็เป็นฝ่ายชนะเกมนี้แล้ว

คุณยายเฉียวมองดูด้วยสีหน้ารังเกียจ "ไม่ว่าจะพูดยังไง ฉันก็ไม่เชื่อว่าถงถงจะไปทำงานที่บาร์!"

ฉินซู่ซู่ตอบกลับว่า “เข่อซิน เรื่องนี้จะว่าไปก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่แต่ก็ไม่ใช่เรื่องเล็ก เธอบอกความจริงมาเถอะ เธอแน่ใจรึเปล่าว่าคนที่เธอเห็นคือถงถง?” แน่นอนว่าเธอกำลังช่วยลูกสาวตัวเอง ยิ่งผลักเฉียวอวี่ถงออกไปไกลได้มากเท่าไหร่ เฉียวเข่อซินก็ย่อมมีโอกาสมากขึ้น

เฉียวเข่อซินพูดซ้ำอีกครั้ง "คุณยาย พ่อ แม่ ฉันไม่ได้ดูผิด พี่สาวอยู่ที่บาร์จริงๆ"

"เฮอะ! นางลูกอกตัญญู!" คุณพ่อเฉียวโกรธจนตบโต๊ะ "หมั้นกับตระกูลเฉิน แล้วยังจะไปสถานที่แบบนั้นอีก ฉันรู้ว่าเธอจงใจทำให้ตระกูลเฉียวของเราต้องขายหน้าแน่ๆ!"

คุณยายเฉียวตวาดลั่น "หุบปาก ที่ถงถงต้องเป็นแบบนี้ก็เป็นเพราะแกไม่ใช่รึไง! แกไม่เคยฟังเธอเลยตั้งแต่เล็กจนโต ตอนนี้มาทำเป็นไม่พอใจ แกถือสิทธิ์อะไร! ลูกชายตระกูลเฉินมีชื่อเสียงเป็นยังไงแกก็รู้ดี แล้วยังจะผลักเธอให้ไปตกนรกอีก ในโลกนี้มีพ่อที่ไหนเขาทำแบบแก!"

สำหรับข้อกล่าวหาของหญิงชรา คุณพ่อเฉียวทำได้แค่จ้องมองเท่านั้น คำแก้ตัวใดๆล้วนพูดไม่ออก

"โธ่แม่ พูดอะไรอย่างงั้นผมก็เป็นคนมีความยุติธรรมนะ ผมเป็นพ่อของทั้งเข่อซินแล้วก็ถงถงเหมือนกัน จะให้ทำผิดต่อถงถงได้ยังไง เรื่องที่ลูกชายตระกูลเฉินมีข่าวไม่ค่อยดีนั้น ผมก็ไปสอบถามมาแล้วว่าไม่เป็นความจริง อีกอย่างหนึ่งผู้ชายน่ะพอแต่งงานแล้วก็จะอยู่กับร่องกับรอยมากขึ้นเองแหละ"

ฉินซู่ซู่เองก็ย่อมเออออตามคุณพ่อเฉียวเป็นธรรมดาอยู่แล้ว ถึงแม้ว่าคำพูดบางคำจะทำให้ไม่พอใจอยู่บ้างก็ตาม แต่ถ้ามัวแต่จะทำตามใจตัวเองทั้งหมดก็กลัวว่าจะมีวันคืนที่ไม่ดี "ถ้าถงถงแต่งงานไปแล้ว ต่อไปเธอก็จะต้องกลายเป็นคนตระกูลเฉิน"

คุณยายเฉียวแววตาเต็มไปด้วยความเยาะเย้ย "ถ้าดีขนาดนี้ทำไมไม่แนะนำให้ลูกสาวของเธอเองซะล่ะ?"

"ถงถงเป็นลูกสาวคนโต จะทำผิดธรรมเนียมได้ยังไง" ทุกประโยคล้วนฟังดูดีมีเหตุผล

"พูดง่ายๆเลยก็คือ ฉันไม่เห็นด้วยที่จะให้ถงถงแต่งงานกับเฉินเฉิง!"

เฉียวเข่อซินโพล่งออกมา “ฉันเห็นพี่สาวออกไปจากบาร์กับผู้ชายคนหนึ่ง ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น ก็ไม่แน่ว่าจะมีผู้ชายคนไหนอยากจะแต่งงานกับพี่สาวอีก"

“อีกอย่าง ถึงยังไงตระกูลเฉียวกับตระกูลเฉินก็หมั้นหมายกันเอาไว้แล้ว คุณยังจะทำอะไรได้อีก”

"คุณยาย!" เฉียวเข่อซินกระแทกเสียงอย่างขุ่นเคือง

ฉินซู่ซู่ส่งสายตาให้คุณพ่อเฉียว

เขารู้ว่าต้องทำอะไร

"แม่ เข่อซินเป็นลูกสาวของผม แล้วก็เป็นหลานสาวของแม่ด้วย แม่จะพูดอย่างนั้นได้อย่างไร?"

"เฮอะ! ฉันก็ไม่รู้สินะ เข่อซินเป็นลูกสาวของตระกูลหยางไม่ใช่เหรอ?"

ไม่นานนักก่อนที่แม่ของเฉียวอวี่ถงจะเสียชีวิต คุณพ่อเฉียวก็พาฉินซู่ซู่และเฉียวเข่อซินเข้ามาในบ้าน โดยปกปิดตัวตนของเฉียวเข่อซินเอาไว้ เพื่อรักษาภาพลักษณ์ที่ดีต่อหน้าบุคคลภายนอก

แต่เรื่องพวกนี้ก็ไม่สามารถรอดพ้นสายตาของคุณยายเฉียวไปได้ เพราะลูกชายเผลอหลุดเรื่องของเด็กคนนี้ออกมาหลายต่อหลายครั้ง

นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่เธอคอยปกป้องเฉียวอวี่ถงมาโดยตลอด

"เฮอะ!" เฉียวเข่อซินโมโห "ฉันก็พูดอย่างที่เห็น ถ้าวันหน้าชื่อเสียงของตระกูลเฉียวก็เหม็นโฉ่ขึ้นมา ก็อย่ามาหาว่าฉันไม่เตือน"

ฉินซู่ซู่แสร้งทำเป็นโกรธ "เข่อซิน ตั้งแต่เล็กจนโตฉันสอนให้เธอพูดจาแบบนี้กับผู้ใหญ่เหรอ?"

คนหนึ่งร้องคนหนึ่งรับ ราวกับกำลังเล่นละคร

พวกเขาจะเล่นมากกว่านี้อีกถ้าเฉียวอวี่ถงอยู่ด้วย

คุณยายเฉียวแก่มากแล้ว มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ไม่สามารถจัดการได้ ทำให้ชีวิตของเฉียวอวี่ถงในตระกูลเฉียวมีแต่ความทุกข์

"แม่ แม่ไม่ค่อยแข็งแรง อย่าโมโหอีกเลย" คุณพ่อเฉียวแทบจะเรียกได้ว่าเป็นลูกกตัญญู

"จะไม่ให้ฉันโมโหแกได้ยังไง!" คุณยายเฉียวยกมือขึ้นกุมหน้าอก "ฉันบอกแกแล้ว ว่าให้พาถงถงกลับบ้าน! เธอเป็นคนตระกูลเฉียวเท่านั้น!" คุณยายเฉียวมักจะย้ำเรื่องนี้อยู่เสมอ แต่คุณพ่อเฉียวเองก็มักรับปากอย่างขอไปทีแต่ไม่เคยออกไปตามหาจริงๆจังๆเลยสักครั้ง

ในใจของเขามีลูกสาวเพียงคนเดียวคือเฉียวเข่อซิน ดังนั้นเขาจึงทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างให้กับลูกสาวของเขา ...

Bình Luận ()

0/255