สาวโก๊ะทะลุมิติ มาใช้ชีวิตในยุคโบราณ นิยาย บท 12

“ภารกิจการปรับปรุงบ้านใหม่ในครั้งนี้ โฮสต์มีเวลาที่จะทำภารกิจอยู่ 5 เดือนนับจากนี้” ระบบบอกระยะเวลาในการปรับปรุงบ้านใหม่ หลิวฟางเหนียงได้ยินดังนั้นก็รู้สึกขัดใจขึ้นมานิดๆ มันจะไม่นานเกินไปหรอกรึ “กว่าข้าจะได้ทำภารกิจอื่นต่อก็ต้องรอไปถึง 5 เดือนเช่นนั้นหรือ” หากเป็นเช่นนั้นจริงๆ แล้วปีไหนนางจะหาเงินสะสมครบสักทีล่ะ คิดได้เช่นนั้นแล้วนางก็ทำคอตกลงมาทันที “โฮสต์ อย่าพึ่งเสียใจไป ในระหว่างนี้ระบบจะมีภารกิจเสริมให้ทำ นั่นก็คือโฮสต์ต้องหาเงินมาเพิ่มเข้าตู้ แต่โฮสต์จะต้องหาเงินมาด้วยวิธีสุจริตเท่านั้น และหากว่าสิ่งที่โฮสต์หามาได้มีราคาที่สูงโฮสต์ก็จะได้เงินรางวัลเพิ่มขึ้น เงินรางวัลในภารกิจนี้ขั้นต่ำที่โฮสต์จะได้รับคือ 500 อิแปะ และโฮสต์จะได้รางวัลด้วยโดยที่โฮสต์ไม่ต้องใช้กระดาษรางวัลมาแลก เพราะระบบจะคำนวณมาจากเงินที่โฮสต์ได้มา” นางฟังแล้วก็รู้สึกว่าน่าสนใจ ตอนนี้นางมีปุ๋ยวิเศษอยู่ในมือ นางต้องได้อะไรจากปุ๋ยวิเศษนี้มาบ้างไม่มากก็น้อย “โฮสต์จะรับทำภารกิจนี้รึไม่” นางพยักหน้าตอบทันที ในตอนนี้สมองของนางกำลังใคร่ครวญอยู่ว่านางทำอะไรกับปุ๋ยวิเศษนี้ได้บ้าง แต่ที่แน่ๆ นางต้องปลูกอะไรสักอย่างที่มีราคาสูงหน่อย แล้วใช้ปุ๋ยวิเศษนี้เพิ่มราคาให้กับมัน “หากโฮสต์รับภารกิจนี้แล้ว ภารกิจนี้เริ่มมีผลตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป” นางกับระบบคุยรายละเอียดเรื่องภารกิจนี้กันสักพัก นางก็ขอตัวไปอาบน้ำเข้านอน เพราะตอนนี้มันดึกมากแล้ว อีกอย่างนางก็ง่วงนอนแล้วด้วย

“เหมยเหม่ยเจ้าคิดรึยังว่าเจ้าจะออกจากงานวันไหน” ฟางเหนียงถามเหมยเหม่ยในขณะที่กำลังเดินไปขึ้นรถม้า ตอนนี้นางคิดว่าจะออกในอีก 3 วันให้หลังเพื่อให้เถ้าแก่หาคนงานมาแทนพวกนาง ที่นางออกเร็วเช่นนี้ก็เพราะว่านางอยากมีเวลาไปทำภารกิจเพื่อหาเงินเพิ่มให้มากขึ้น “ข้าว่าน่าจะ 3 วันนี่แหละ เพราะท่านพ่อของข้ากำลังจะเริ่มทำนาแล้ว” เหมยเหม่ยไม่อยากอยู่นานเดี๋ยวท่านแม่นางทนไม่ไหวจะต้องออกไปช่วยท่านพ่อแน่ๆ “ข้าก็คิดเช่นเดียวกับเจ้า เช่นนั้นวันนี้เราต้องบอกกับเถ้าแก่แล้วล่ะ แกจะได้รับคนงานใหม่มาเร็วขึ้น” นางทั้งสองไปคุยกับเถ้าแก่เรื่องที่จะออกจากงาน เถ้าแก่ที่ได้ฟังเหตุผลของนางทั้งสองแล้วแกก็ไม่ว่าอะไร แค่บอกกับนางทั้งสองว่าอย่าหักโหมกับงานมากเกินไปนะ สุขภาพของตัวเองต้องดูแลมันให้ดีๆ วันไหนว่างๆ ก็แวะมาหาแกได้ นางทั้งสองที่ได้ยินเช่นนั้นก็พากันร้องไห้ออกมา ตั้งแต่ทำงานกับเถ้าแก่มาแกไม่เคยบ่นหรือดุด่าว่าร้ายพวกนางเลย มีแต่ความเป็นห่วงให้พวกนางอยู่เสมอ เถ้าแก่เมื่อรู้ว่านางทั้งสองจะออกจากงานพร้อมกัน วันนี้แกจึงออกไปหาคนงานมาเพิ่มอีก 4 คนเลย เพราะในร้านก็ขาดคนตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แต่เถ้าแก่ยังไม่มีเวลาจะไปหาคนงานมาเพิ่ม

"ฟางเหนียงเจ้าจะทำนาเลยรึไม่ หรือเจ้าจะรอไปก่อน” เหมยเหม่ยคิดว่าหากทำนาเสร็จแล้วค่อยไปช่วยฟางเหนียงทีหลัง “เดี๋ยวข้าต้องไปดูที่นาก่อน ป่านนี้คงรกร้างมากแน่ๆ” นางไม่ได้ไปดูนาเลยสักครั้งตั้งแต่พ่อนางจากไป เลิกงานวันนี้นางจะแวะไปดูสักหน่อย หากมีหญ้ารกทึบนางจะได้ถากถางหญ้าพวกนั้นให้หมดก่อนถึงจะได้พลิกหน้าดิน แล้วจึงค่อยหว่านเมล็ดข้าวตามไป หลังเลิกงานวันนี้นางกับเหมยเหม่ยไปเดินเล่นที่ตลาด นางจะไปดูว่าที่ตลาดมีสินค้าอะไรที่จะขายได้ในราคาสูงบ้าง เผื่อว่าไปหาที่เชิงเขาแล้วเอามาขาย นางเข้าไปถามในร้านขายยา เถ้าแก่ร้านบอกว่าโสม เห็ดหลินจือ กล้วยไม้สกุลหวาย ถั่งเช่า จะมีราคาสูงแต่เป็นสินค้าที่หายากมาก ไม่เห็นชาวบ้านเอามาขายนานแล้ว ขนาดชาวบ้านขึ้นเขาอยู่ทุกวันยังหาไม่เจอเลย แล้วนางล่ะไม่ต้องพูดถึงเลย แค่ขึ้นเขาไปก็อาจจะหลงเขาก่อนได้หาสมุนไพรพวกนั้นแน่ นางมาถึงบ้านก็แบกตะกร้าขึ้นเขาไปเก็บฟืนเพราะในบ้านนางตอนนี้ฟืนกำลังจะหมดใช้แล้ว นางคิดว่าจะไปดูที่นาก่อนเสร็จแล้วก็จะขึ้นไปเก็บคืนฟืน นางมาถึงที่นางที่ตอนนี้หญ้ารกยิ่งนัก พรุ่งนี้นางจะต้องมาถากถางที่นาของนางสักหน่อย

นางเดินเก็บฟืนมากองกันไว้หลายๆ กองแล้วค่อยเดินเก็บใส่ตะกร้าทีเดียว ตอนนี้ยังไม่เย็นมากนัก นางอยากจะสำรวจเชิงเขานี้สักหน่อยเผื่อว่าคราวหน้านางจะมีอะไรติดไม้ติดมือกลับบ้านได้บ้าง นางสำรวจดูเชิงเขานี้ในระยะใกล้ๆ หากเข้าไปลึกกว่านี้นางกลัวว่าจะต้องหลงเป็นแน่ ตรงที่นางอยู่นี้ส่วนมากจะมีสมุนไพรทั่วไปที่เอาไปขายได้แต่จะได้ในราคาไม่มากเท่าไหร่นัก แต่ถ้าเก็บรวมๆ กันแล้ว ก็ขายได้ไม่น้อยเช่นกัน นางเก็บสมุนไพรกลับไปเยอะพอสมควรแต่ก็ยังคงเหลือเยอะอยู่ดี ช่วงนี้ชาวบ้านคงยุ่งๆ กับการทำนากันอยู่ เลยไม่ค่อยมีใครขึ้นมาหาสมุนไพรไปขาย ถ้าหากทำนาเสร็จแล้วสมุนไพรพวกนี้คงไม่ได้มาถึงมือนางแน่ๆ นางเอาสมุนไพรห่อไว้ในผ้าแล้วมัดคาดตัวไว้ ส่วนหลังของนางก็แบกตะกร้าที่ใส่ฟืนกลับบ้าน “สมุนไพรพวกนี้น่าจะขายได้หลายอิแปะอยู่มั่ง” นางพึมพำออกมา เมื่อถึงบ้านแล้วแกะผ้าออกเอาสมุนไพรออกมาดูเพื่อจะเอาไปขายในวันพรุ่งนี้

ฟางเหนียงกับเหมยเหม่ยมาถึงที่ร้านก็เห็นว่าคนงานใหม่มาถึงก่อนพวกนางแล้ว คงพากันพักอยู่ไม่ไกลนักถึงได้พากันมาแต่เช้าขนาดนี้ คนงานใหม่มีผู้หญิง 3 คนชาย 1 คน หญิงสองคนให้อยู่หน้าร้าน ที่เหลือให้มาจัดเตรียมวัตถุดิบ วันนี้นางทั้งสองสอนคนงานใหม่ทั้งวัน แต่ไม่เหนื่อยมากเหมือนทุกวันเพราะมีลูกมือช่วย คนงานใหม่แต่ละคนก็สอนง่ายยิ่งนักบอกแค่ครั้งสองครั้งก็พากันจำได้หมด เป็นเช่นนี้ก็ดีแล้วเถ้าแก่จะไม่เหนื่อยมาก วันนี้ลู่จื้อส่งของให้ลูกค้าเสร็จเร็วกว่าทุกวัน เขาจึงชวนพวกนางไปเลี้ยงข้าวเพื่ออำลาเพราะพรุ่งนี้เขาไม่ว่าง พรุ่งนี้พวกนางก็ทำงานเป็นวันสุดท้ายแล้ว เขาไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะมีโอกาสจะไปทานข้าวด้วยกันจึงถือโอกาสนี้เลี้ยงส่งพวกนาง

“พวกเจ้าเลือกได้เลยนะ ว่าจะกินอะไร วันนี้ข้าเลี้ยงพวกเจ้าเอง” ลู่จื้อบอกพวกนางไม่ให้เกรงใจ เขาก็รู้สึกเสียใจที่พวกนางออกไปแต่ก็เข้าใจเช่นกัน นางทั้งสองก็พากันเลือกอาหารมาไม่กี่อย่าง แค่พอทานหมดเท่านั้น “พวกเจ้าเลือกอาหารจำพวกเนื้อด้วยสิกินแต่ผักเช่นนี้จะจืดชืดเอาได้นะ” ลู่จื้อสั่งเป็ดปักกิ่งและหมูตุ๋นมาเพิ่ม นางเห็นที่ลู่จื้อสั่งดังนั้นก็คิดขึ้นมาได้ว่าตั้งแต่นางมาอยู่ที่นี้ นางยังไม่เคยได้กินเนื้อสัตว์เลยสักครั้ง นางกินแต่ไข่ บางวันนางก็ไม่ได้กินเลยหากว่าวันนั้นนางเหนื่อยจากการทำงานมากๆ "เจ้าทั้งสองลองชิมเป็ดปักกิ่งดูก่อนสิ ลองแล้วพวกเจ้าจะต้องติดใจเป็นแน่" ลู่จื้อคีบเนื้อเป็ดให้ทั้งสองคนละชิ้น ฟางเหนียงคีบเนื้อเป็ดเข้าไปในปาก แล้วใช้ลิ้นในการสัมผัสรสชาติที่กลมกล่อมอย่างตั้งใจ "อืมมม อาาร่อยย" ฟางเหนียงไม่คิดเลยว่าเป็ดปักกิ่งในยุคโบราณนี้จะอร่อยได้ถึงเพียงนี้ เหมยเหม่ยและลู่จื้อเห็นท่าทางของฟางเหนียงที่เป็นเช่นนั้น ก็พากันหัวเราะออกมาเสียงดัง "ฮ่า ฮ่า ฮ่า"

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: สาวโก๊ะทะลุมิติ มาใช้ชีวิตในยุคโบราณ