สาวโก๊ะทะลุมิติ มาใช้ชีวิตในยุคโบราณ นิยาย บท 21

หลังจากฟางเหนียงทำใจในห้องเป็นเวลานานถึงครึ่งชั่วยาม ท้องของนางก็เริ่มโวยวายขึ้นมาด้วยความหิว นางเดินไปแง้มประตูห้องเพื่อแอบดูเขาว่าอยู่ที่โต๊ะกับข้าวหรือเปล่า แต่แล้วนางก็ต้องผิดหวังเพราะเขายังนั่งรอนางอยู่ แต่ตอนนี้เขาใส่เสื้อเรียบร้อยแล้ว ฟางเหนียงที่ยามนี้ทนความหิวไม่ไหวจึงหน้าด้านออกไปทานข้าวต่อหน้าเขา

“เจ้ามาแล้วรึ มาทานข้าวกันเถอะ” ฟางเหนียงไม่กล้ามองหน้าเขาแม้แต่หางตา ได้แต่ก้มหน้าก้มตาทานข้าวไม่พูดไม่จา เจิ้งเจี๋ยที่เห็นอาการของฟางเหนียงเป็นเช่นนั้นก็อมยิ้มออกมา ทั้งสองคนทานข้าวด้วยกันอย่างเงียบๆ ไร้ซึ่งคำพูดใดๆ ต่อกัน หลังจากทานข้าวเสร็จเจิ้งเจี๋ยอาสาล้างจานเอง ฟางเหนียงจึงถือโอกาสนี้รีบเดินเข้าไปในห้องทันที ฟางเหนียงนั่งลงที่ขอบเตียงแล้วเรียกระบบออกมาด้วยเสียงที่เบาที่สุด จะว่ากระซิบก็ยังได้ แต่เรียกเท่าไหร่ระบบก็ไม่ตอบกลับมาสักที หรือว่ามีคนอยู่ด้วยระบบถึงไม่ตอบนาง นางนึกคิดอยู่ในใจ

“ใช่แล้วล่ะ ต่อจากนี้โฮสต์กับระบบจะสื่อสารกันผ่านความคิดเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยของเรา” อุ๊ย!!! ฟางเหนียงสะดุ้งโหยง ที่อยู่ๆเสียงของระบบก็ดังออกมาจากหัวของนาง "อีกแล้วนะ ข้าหัวใจจะวายกับเจ้านี่แหละระบบ" นางบ่นออกมาทันที “ยินดีกับโฮสต์ด้วยนะ ที่จะได้มีสามีแล้ว” จะมายินดงยินดีอะไรล่ะ ป่านนี้เขาคงคิดว่านางเป็นคนบ้าไปแล้วล่ะสิไม่ว่า คิดแล้วก็น่าอายจริงๆ “ระบบ อยู่ที่นี้ข้ายังทำภารกิจเสริมได้หรือไม่” นางถามเพื่อความแน่ใจ เพราะภารกิจหลักอยู่ที่บ้านเมืองนาง ถึงนางจะมาอยู่ที่นี่แต่นางก็ยังให้ท่านลุงสร้างบ้านให้นางต่อเพื่อภารกิจ “ได้ตามปกติเลยโฮสต์” เช่นนั้นก็ดีเลยอยู่ที่นี่อาจมีของแปลกๆ ไปขายในอำเภอก็ได้ การแต่งงานครั้งนี้นางไม่ได้กังวลอะไรมาก ดูแล้วว่าที่สามีของนางก็เป็นคนดี ดีซะอีกนางจะได้มีคนช่วยหาเงิน จะยุคไหนสมัยไหนมีเงินติดบ้านไว้อุ่นใจที่สุดล่ะ

ตัดมาที่เจิ้งเจี๋ย เขาล้างจานเสร็จก็ไปตรวจดูความเรียบร้อยภายในบ้านแล้วจึงเข้าห้องนอน เขาไม่คิดเลยว่าฟางเหนียงยังอยากจะอยู่กับเขาที่นี่ต่อ ทั้งๆ ที่เขาก็ไม่มีอะไรติดตัวแล้ว เขารู้สึกชอบนางตั้งแต่แรกพบ เมื่อครั้งนั้นที่ท่านแม่ออกไปรับท่านพ่อที่หน้าจวน เขาก็ได้ยินบ่าวรับใช้พูดกันว่าท่านพ่อพาสหายกลับมาด้วย เขาจึงไปแอบดูว่าเป็นใคร ในขณะที่เขากำลังสำรวจว่ามีใครบ้าง สายตาของเขาก็ต้องไปสะดุดกับรอยยิ้มที่ไร้เดียงสานั้นที่กำลังยิ้มให้กับท่านแม่ของเขา เขารู้สึกชอบรอยยิ้มของเด็กหญิงผู้นั้นเป็นอย่างมาก จึงหาวิธีที่จะได้เข้าไปเล่นกับนาง วันนั้นเขาเดินเล่นที่สวนดอกไม้เห็นว่านางกำลังวิ่งไล่จับผีเสื้ออยู่ จึงอยากเข้าไปเล่นด้วย การที่เขารีบเดินเข้าไปขวางนางเช่นนั้นมันทำให้เกิดเรื่องที่เขาไม่ได้คาดคิดขึ้นจนทำให้ศีรษะของเขาแตก แล้วนางก็ยังได้รับบาดเจ็บจากการกระทำของเขาอีกด้วย หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้นเขาก็ทำเป็นว่าโกรธนาง เผื่อว่านางจะยอมเล่นกับเขา มีครั้งหนึ่งที่เขาทำให้นางโกธรมากจนนางต้องวิ่งหนีเพราะไม่อยากเล่นด้วย ใบหน้าที่โกรธเกรี้ยวของนางมันทำให้แก้มย้อยๆของนางป่องออกมาเหมือนกับซาลาเปา เห็นแล้วมันหน้าหยิกยิ่งนัก เขาจึงชอบแกล้งนางสารพัดวิธีเพื่อให้นางโกรธ

จนวันสุดท้ายก่อนที่นางจะกลับ เขาได้ไปขอร้องท่านพ่อให้หมั้นนางให้กับเขา ตอนนั้นเขาคิดแค่ว่าหากเขากับนางหมั้นกันแล้ว เขาจะได้เล่นกับนางได้มากกว่านี้ แต่ไม่คิดเลยว่าการขอร้องของเขาในวันนั้นจะทำให้นางต้องมาลำบากกับเขาในวันนี้ เขาเห็นนางที่โตเต็มวัยกับใบหน้าที่เคยมีแก้มเป็นซาลาเปา ยามนี้กลายเป็นใบหน้ารูปไข่ ที่เนียนใสไร้ที่ติ ยามที่นางกำลังเดินลงมาจากรถม้า เขาไม่รู้จะทักทายนางด้วยคำไหนดีได้แต่ยืนนิ่งอยู่เช่นนั้น สภาพของเขายามนี้ไม่คู่ควรกับนางเลยสักนิด แต่นางที่เห็นเขาในสภาพนี้กลับไม่แสดงความรังเกียจเขาเลยแม้แต่น้อย หากเป็นหญิงสาวคนอื่นคงไม่แม้แต่จะลงจากรถม้าด้วยซ้ำ หลังจากที่เห็นสภาพบ้านที่ทรุดโทรมของเขา แม้แต่หญิงสาวในหมู่บ้านแห่งนี้ยังมีแต่คนรังเกียจเขา มีแต่นางเท่านั้นที่พร้อมจะเดินเข้าไปในบ้านของเขาอย่างไม่นึกรังเกียจ นางเป็นผู้หญิงเช่นไรกันแน่นะ

ฟางเหนียงตื่นเช้ามาก็ไม่เห็นเจิ้งเจี๋ยแล้ว นางไม่รู้ว่าเขาไปไหน นางจึงเข้าครัวไปทำกับข้าว หลังจากที่นางทำกับข้าวเสร็จเขาก็เดินเข้ามาในบ้าน “เจิ้งเจี๋ยข้าทำกับข้าวเสร็จแล้ว มาทานข้าวกันเถอะ” นางเรียกเขาทั้งๆ ที่ยังก้มหน้าจัดโต๊ะกับข้าวอยู่ นางยังทำใจเรื่องเมื่อคืนไม่ได้จริงๆ เจิ้งเจี๋ยนั่งลงตรงข้ามกับนางแล้วพูดเรื่องที่เขาไปจัดการมาเมื่อเช้านี้ “ฟางเหนียง วันนี้เราแต่งงานกันนะ” ฟางเหนียงชะงักไปกับสิ่งที่นางได้ยิน เจิ้งเจี๋ยกำลังขอนางแต่งงานอยู่อย่างนั้นรึ ที่โต๊ะทานข้าวนี่นะ นางเงยหน้ามองเขาด้วยสายตาที่ว่างเปล่าเพราะตอนนี้ในหัวของนางมันได้สตั้นไปแล้ว เกร็ง!! นางได้สติอีกครั้งหลังได้ยินเสียงของตะเกียบตกจากมือนาง “ตะ ตะ แต่งวันนี้เลยรึ” นางที่เพิ่งหาเสียงตนเองเจอก็พูดออกมาด้วยเสียงตะกุกตะกัก

“อืม วันนี้ข้าเตรียมโต๊ะบูชาเสร็จแล้ว แต่ว่าข้าจะจัดพิธีแค่เราสองคน” เจิ้งเจี๋ยก้มหน้าลงแล้วพูดด้วยเสียงที่เบาและรู้สึกผิดเป็นอย่างมาก ที่ไม่สามารถจัดงานแต่งงานให้นางได้ เรื่องนี้ฟางเหนียงไม่คิดมากอยู่แล้ว ในยุคของนางอยู่ด้วยกันก่อนแต่งก็เยอะแยะไป หากนางกับเขาหาเงินได้ค่อยจัดงานแต่งทีหลังก็ได้ไม่เสียหายอะไร แต่อยู่ๆ จะพูดขึ้นมาเยี่ยงนี้นางก็ตั้งตัวไม่ทันเช่นกันนะ “ไม่เห็นเป็นไรเลย อย่างไรก็เป็นการแต่งงานเช่นกันนั่นแหละ” นางตอบด้วยรอยยิ้มที่สดใสให้กับเขา เจิ้งเจี๋ยมองนางด้วยสายตาที่สับสนแว๊บหนึ่ง ทำไมนางถึงตอบเขาได้สบายใจเช่นนี้ นางไม่รู้สึกน้อยใจสักนิดเลยหรือ หลังจากทั้งสองทานข้าวกันเสร็จแล้ว เจิ้งเจี๋ยก็ออกไปรับจ้างข้างนอก ส่วนฟางเหนียงก็ทำความสะอาดบ้านและสำรวจสวนข้างบ้านว่าพอจะทำอะไรได้บ้าง เจิ้งเจี๋ยปลูกบ้านไม่ใหญ่มากนักแต่พื้นที่ข้างบ้านนั้นกว้างพอสมควรน่าจะประมาณ 3 หมู่ได้ไม่รวมพื้นที่ปลูกบ้าน ช่วงนี้ฝนไม่ตกแล้วนางจะชวนเขาปรับหน้าดินเพื่อปลูกผัก ตอนนี้นางมีปุ๋ยที่เร่งการเจริญเติบโตและเพิ่มปริมาณผลผลิตของพืชอยู่ นางจะลองใช้ดูว่าผลมันจะออกมาดีเพียวใด

ทั้งสองคนตอนนี้เตรียมตัวอยู่ในพิธีแต่งงานกันแล้ว ฟางเหนียงอยู่ในชุดสีแดงที่ท่านพ่อของนางเคยซื้อให้เป็นของขวัญ เมื่อครั้งที่นางเข้าพิธีปักปิ่น และมีผ้าคลุมสีแดงที่ปิดบังใบหน้านางอยู่ ส่วนเจิ้งเจี๋ยก็อยู่ในชุดสีแดงเช่นกันเป็นชุดที่ท่านแม่เคยซื้อให้เขาเพราะอยากให้เขาใส่ชุดสีอื่นบ้างไม่ใช่ใส่แค่ชุดสีน้ำเงิน นางและเขาได้อยู่ตรงหน้าโต๊ะบูชาเพื่อคำนับฟ้าดินด้วยกัน ตอนนี้นางรู้สึกประหม่าขึ้นมาบ้างเล็กน้อยถึงแม้จะมีแค่นางกับเขาในพิธีแต่งงานนี้ก็เถอะ แต่ว่าคืนนี้นางจะต้องเข้าหอกับเขานี่สิ อาจจะเป็นเรื่องธรรมชาติของคืนเข้าหอแต่ก็เป็นเรื่องธรรมชาติที่ผู้หญิงจะรู้สึกอายกับครั้งแรกของตนเองเช่นกัน ฟางเหนียงพยายามทำใจเรื่องนี้ให้ได้แต่ก็ยังรู้สึกกลัวอยู่ดี แล้วเสียงเจ้าบ่าวก็ดังขึ้น “1 คำนับฟ้าดิน ทั้งสองคำนับ 2 คำนับพ่อแม่ ทั้งสองคำนับ 3 คำนับซึ่งกันแหละกัน ทั้งสองคำนับ เสร็จพิธี” จากนั้นเจ้าสาวก็เดินเข้าไปในห้องหอเพื่อรอเจ้าบ่าวมาเปิดผ้าคลุมหน้า ไม่นานเจ้าบ่าวก็เข้ามาในห้อง เจ้าบ่าวใช้พัดในการเปิดผ้าคลุมหน้าของเจ้าสาว เขาไม่คิดเลยว่านางแต่งหน้าแล้วจะสวยมากถึงเพียงนี้ เขาไม่อยากละสายตาจากนางเลยแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว เสร็จจากการเปิดผ้าคลุมหน้าของเจ้าสาว ต่อไปก็เป็นการดื่มเหล้าแต่งงาน นางและเขาดื่มเหล้าในแก้วของตัวเองแค่ครึ่งแก้วแล้วสลับกันดื่ม และพิธีสุดท้ายที่นางไม่อยากให้มาถึงก็มาจนได้ ตอนนี้หัวใจของนางเต้นแรงมากจนคนข้างกายยังได้ยิน เหงื่อที่เต็มหน้าผากของนางในตอนนี้แสดงให้เขาเห็นว่านางรู้สึกเช่นไร

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: สาวโก๊ะทะลุมิติ มาใช้ชีวิตในยุคโบราณ