ตอนที่ 740
บทที่ 740 บังคับให้นางไปฆ่าคน
October 21, 2026
“พี่หน่วน ท่านเป็นอะไรไป ทำไมสีหน้าดูไม่ได้เช่นนั้น?”
ฮัวฉีหลัวดึงแขนเสื้อของกู้ชูหน่วนอย่างระมัดระวัง มักจะรู้สึกสีหน้าของนางผิดปกติ
“เป็นเพราะข้าไม่เชื่อฟัง ถือวิสาสะมาที่เผ่าหยกด้วยตัวเองเช่นนั้นหรือ? ครั้งนี้โทษข้าไม่ได้หรอก เป็นผู้อาวุโสใหญ่ของเผ่าหยกที่พาข้ามา หากไม่เชื่อ ก็ถามพี่ไป๋จิ่นได้ พี่ไป๋ท่านรีบบอกกับพี่หน่วนสิ ครั้งนี้ข้าไม่ได้ดื้อจะมาจริงๆ”
กู้ชูหน่วนลูบหัวน้อยๆของนาง ยิ้มเล็กน้อยให้นางวางใจ
“พี่หน่วนไม่โทษเจ้าหรอก เจ้าทำเหมือนที่นี่เป็นบ้านของตัวเองก็ได้ อยากไปเล่นที่ไหนก็ได้ตามใจ แต่.....นอกจากข้าแล้ว เจ้าก็ห้ามฟังคำพูดใครทั้งนั้น พวกเขาให้เจ้าทำอะไร พวกเจ้าก็ไม่ต้องทำ”
ดูเหมือนกู้ชูหน่วนจะคุยกับฮัวฉีหลัว แต่อันที่จริงดวงตาที่เฉียบคมทั้งคู่นั้นจ้องมองไปที่ไป๋จิ่นอยู่ตลอด
จิตใจของไป๋จิ่นสั่นไหวทันที เข้าใจอะไรบางอย่างรางๆแล้ว ทำมือเคารพแล้วกล่าว “ข้าน้อยเข้าใจแล้ว นายหญิงวางใจได้ เผ่าน้ำแข็งภักดีเพียงท่าน นอกจากท่านแล้วก็จะไม่ฟังผู้ใดทั้งนั้นเจ้าค่ะ”
“อืม......”
กู้ชูหน่วนพูดประโยคหนึ่งด้วยความกลัดกลุ้ม แล้วกลับไปหาผู้อาวุโสใหญ่
ฮัวฉีหลัวมองดูเงาหลังที่ไกลออกไปของนาง เอามือเข้าปากไปดูดพลางเอ่ยถามว่า “พี่ไป๋ ท่านรู้สึกหรือไม่ว่าเงาหลังของพี่หน่วนดูหนักหน่วงมาก นางมีเรื่องอะไรในใจใช่หรือเปล่า?”
“น่าจะเป็นเช่นนั้น.....เพราะเรื่องของมุกมังกรหรือเย่จิ่งหานล่ะมั้ง”
“จริงๆเลย ท่านว่าทำไมเย่จิ่งหานถึงได้กลายเป็นพี่ชายของพี่หน่วนซะได้นะ พี่หน่วนน่าสงสารจริงๆ และตอนนี้ก็หลอมรวมมุกมังกรไม่ได้อีก มิน่าล่ะพี่หน่วนถึงได้เสียใจขนาดนั้น ไม่งั้น พวกเราไปปลอบใจนางกันเถอะ”
“มีบางเรื่อง ไม่ใช่ว่าปลอบใจก็จะสามารถแก้ไข ก็เหมือนกับคำสาปโลหิตของเผ่าหยก.....ฐานะที่นางเป็นหัวหน้า จึงต้องแบกรับความรับผิดชอบทั้งหมด ไม่ว่าการหลอมรวมมุกมังกรจะต้องแลกด้วยอะไร นาง....ก็ทำได้เพียงแบกรับภาระไว้”
ดวงตาของไป๋จิ่นดูเหม่อลอยเล็กน้อย ชำเลืองมองเงาหลังที่ห่างไกลไปนานแล้ว ในตามีความเศร้าหมอง มีความทุกข์ใจ และมีความแน่วแน่
ฮัวฉีหลัวเหมือนจะเข้าใจแต่ไม่เข้าใจ จึงถือโอกาสไปเล่นกับอินเอ๋อร์
ในโถงยา ท่าทางของผู้อาวุโสใหญ่ยังเหมือนกับตอนที่กู้ชูหน่วนจากไปเช่นนั้น
กู้ชูหน่วนเปิดประตู เอ่ยปากพูดโดยตรง โดยขาดความเคารพต่อผู้อาวุโสใหญ่ไปเล็กน้อย “เปิดทางเข้าออกของเผ่าหยก ข้าต้องการให้พวกไป๋จิ่นออกไป”
“ทางเข้าออกของเผ่าหยกมีศิลามังกรหักอยู่ ปิดหนึ่งชิ้นต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งเดือนจึงจะเปิดออกได้ หลังจากที่ปิดสองชิ้น อย่างน้อยที่สุดต้องใช้เวลาหนึ่งปีจึงจะเปิดออกได้ หากว่าปิดสามชิ้น ทางเข้าออกของเผ่าหยกก็จะไม่มีทางเปิดได้อีกต่อไปชั่วนิรันดร์”
“ข้าให้ท่านเปิด”
“เปิดไม่ได้ แม้ว่าจะเป็นระดับเจ็ดก็เปิดไม่ได้”
“เผ่าหยกมีหลายเส้นทางไม่ใช่หรือ? ทางเข้าออกอื่นล่ะ?”
“วางศิลามังกรหักไว้หมดแล้ว”
กู้ชูหน่วนหัวเราะอย่างเย็นชาออกมาเสียงหนึ่ง “ฉะนั้น ท่านได้เตรียมทุกอย่างไว้ล่วงหน้าแล้ว จงใจบังคับให้ข้าทำให้ไป๋จิ่นอุทิศตัวบูชาใช่หรือไม่?”
ในดวงตาของผู้อาวุโสใหญ่มีแววความเจ็บปวดเศร้าเสียใจแวบผ่าน เขาอยากจะพูดแต่ก็หยุดไว้แล้ว สุดท้ายก็ถอนใจ ก้มหน้าลง
“แม้ว่าท่านจะกักขังพวกนางไว้ที่นี่ ข้าก็จะไม่เสียสละชีวิตของพวกนาง”
“ปัง.....”
ผู้อาวุโสรองผลักประตูบุกเข้ามาอย่างกะทันหัน แล้วพูดออกมามากมายก่ายกอง
“หัวหน้าเผ่า ข้าขออภัยเป็นอย่างมาก เมื่อครู่ข้ามาที่โถงยาเพื่อมาเยี่ยมผู้อาวุโสใหญ่ แต่เพราะโรคเก่ากำเริบสลบอยู่ในห้อง ภายหลังจึงได้ยินการสนทนาทั้งหมดของท่านโดยไม่ได้ตั้งใจแล้ว”
“เจ้ารอง.....” ผู้อาวุโสใหญ่โมโหทันที เคลื่อนไหวจนทำให้บาดแผลฉีก เจ็บปวดจนทำให้สูดหายใจด้วยความตกใจ
ผู้อาวุโสรองคุกเข่าลง กล่าวด้วยความเศร้ารันทด “เพื่อรวบรวมมุกมังกร ร้อยปีพันปีมานี้คนเผ่าหยกของเราเสียชีวิตอย่างต่อเนื่องกันมามากมายเพียงใด? แต่ทุกคนก็เต็มใจ เพียงแค่สามารถถอนคำสาปโลหิตได้ ครั้งนี้เพื่อช่วงชิงมุกมังกรเม็ดที่เจ็ด ลูกศิษย์ในเผ่าก็ล้มตายไปมากมาย ตอนนี้ก็ไม่ง่ายที่จะรวบรวมมาได้แต่กลับต้องล้มเลิก ข้าน้อยทำใจยอมรับไม่ได้”