ตอนที่ 1037
บทที่ 1037 ยุ่งมากเกินไปจะทำให้คนอื่นเกลียดได้
October 31, 2026
“มีธุระนิดหน่อยจะออกไปแป๊บหนึ่งค่ะ”
นรมนเดินไปอย่างรับร้อน ท่าทางเหมือนกับว่าร้อนใจมาก
บุริศร์รีบเอากมลส่งให้สมจิต แล้วก็ดึงนรมนไว้อย่างรวดเร็ว และพูดขึ้นว่า “จะไปไหน เดี๋ยวผมไปส่งคุณ”
นรมนอึ้งไปครู่หนึ่ง แล้วพูดขึ้นว่า “คุณไม่ยุ่งเหรอคะ?”
“ตอนนี้ยังไม่ยุ่ง เรื่องที่บริษัทชัยยศจัดการอยู่ เรื่องที่สำคัญที่สุดของผมตอนนี้ก็คืออยู่เป็นเพื่อนคุณกับลูก”
บุริศร์พูดจบก็จูงมือของนรมนไว้แล้วก้าวเดินออกไปข้างนอก
กมลเห็นว่าตัวเองโดนแด๊ดดี้ทิ้งอีกแล้ว ก็อดที่จะปากจู๋ขึ้นมาไม่ได้
“คุณน้าสมจิต หนูก็จะหาแฟนค่ะ! น่ารังเกียจที่สุดเลย ทิ้งหนูไว้คนเดียวอีกแล้ว!”
มุมปากของสมจิตอดไม่ได้ที่จะกระตุกขึ้นทีหนึ่ง
เด็กสมัยนี้ล้วนแก่แดดเร็วขนาดนี้เลยเหรอ?
แค่สี่ขวบเองก็จะหาแฟนแล้วเหรอ?
งั้นเธอที่อายุยี่สิบห้าแล้ว ยังไม่มีแฟน มันแย่มากเลยใช่ไหม
สมจิตรู้สึกว่าตัวเองโดยกระทบกระเทือนใจแล้ว
นรมนไม่รู้ความคิดที่ยิ่งใหญ่ของลูกสาวตัวเองเลยสักนิด พอโดนบุริศร์ลากขึ้นรถมาแล้วถึงพูดขึ้นว่า “คุณไม่ถามฉันเลยเหรอคะว่าจะไปไหน?”
“ขึ้นรถแล้วคุณก็จะต้องบอกผมเองว่าจะไปไหน ไม่ใช่เหรอ?”
บุริศร์สตาร์ทรถขึ้น
ก็ได้ ผู้ชายคนนี้มักจะเอาเธออยู่หมัดได้ตลอดเลย
นรมนพูดเสียงต่ำขึ้นว่า “ไปร้านKFCที่อยู่ละแวกทิศเหนือของชานเมืองค่ะ”
แล้วบุริศร์ก็ไม่ได้ถามนรมนว่าเพราะอะไรถึงไปที่นั่น แต่ก็ขับรถมุ่งไปทางนั้นเลย
รถขับได้อย่างนิ่งสนิท ความเร็วของรถก็ไม่ได้ช้า ผ่านไปไม่นานก็มาถึงหน้าประตูร้านKFC
คราบน้ำตาที่อยู่บนใบหน้าของอรอุรชายังไม่แห้ง เธอจ้องมองนาฬิกาไม่หยุด แล้วก็จ้องมองรอบข้าง ท่าทางเหมือนกับว่าร้อนใจมาก
นรมนเปิดกระจกหน้าต่างออกโดยตรง
“ขึ้นรถ!”
อรอุรชาอึ้งไปเล็กน้อย
เมื่อไม่นานก่อนหน้านี้เธอเพิ่งชนรถของนรมนพังไป คิดไม่ถึงว่าตอนนี้จะมีรถส่วนตัวโผล่ออกมาอีกคันแล้ว
อรอุรชารู้อยู่แล้ว ว่าฐานะทางบ้านของนรมนจะต้องไม่เลวมากแน่
แววตาของเธออดไม่ได้ที่จะมืดขรึมลงมาหลายส่วน และมีความรู้สึกต่ำต้อยและหงุดหงิดเพิ่มขึ้นมาเสี้ยวหนึ่ง
หลังจากที่ขึ้นรถมาแล้ว อรอุรชาก็มองบุริศร์ทีหนึ่ง เป็นเพราะว่านั่งอยู่ข้างหลัง ก็เลยไม่ได้เห็นหน้าตรงของบุริศร์ แต่ว่าเพียงแค่มองดูบุคลิกท่าทางเธอก็รู้แล้วว่าบุริศร์จะต้องเป็นบุคคลสำคัญคนหนึ่งแน่
“เจตต์เป็นอะไรไปเหรอ?”
นรมนไม่รู้ว่าอรอุรชากำลังคิดอะไรอยู่ แล้วก็เปิดปากพูดขึ้น
ถึงแม้ว่าเธอจะไม่รู้ว่าอรอุรชามาเกี่ยวข้องกับเจตต์ได้ยังไง แต่ว่าเมื่อกี้เป็นสายโทรศัพท์ที่อรอุรชาโทรมาจริง ๆ แล้วพูดว่าเจตต์เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ขึ้น แล้วเธอก็ถามนรมนว่าจะไปดูด้วยกันไหม
แน่นอนว่านรมนจะต้องไม่พูดอะไรแล้วก็รีบมาแน่
ตอนที่บุริศร์ได้ยินคำว่าเจตต์คำนี้นั้นก็อึ้งไปเล็กน้อย
“เจตต์เหรอ?”
เขาถามขึ้นอย่างอัตโนมัติคำหนึ่ง น้ำเสียงที่ทุ่มต่ำแทบจะให้หูของคนที่ได้ยินตั้งท้องขึ้นมา
“คุณอย่าเพิ่งพูดอะไรเลยค่ะ”
แต่นรมนกลับพูดขัดคำพูดของบุริศร์ไปเลย
อรอุรชาเห็นนรมนร้อนใจเรื่องของเจตต์มากขนาดนี้ มือเล็ก ๆ คู่นั้นก็กำเข้าหากันแน่นขึ้นมา
ที่เธอให้นรมนไปดูด้วยนี่ตกลงผิดหรือถูกกันแน่?
แต่ว่าเธอไม่มีเงินนี่ ถ้าเกิดว่าเจตต์บาดเจ็บรุนแรงมาก แล้วเธอจ่ายค่ารักษาพยาบาลไม่ไหวแล้วทำให้เจตต์เสียเวลาไปขึ้นมา
พอคิดถึงจุดนี้ อรอุรชาก็กัดริมฝีปากพูดขึ้นว่า “ฉันก็ไม่รู้ ตอนที่ได้รับโทรศัพท์นั้นก็นึกว่าเป็นพวกโทรศัพท์หลอกลวง ก็เลยไม่ได้สนใจ แต่ว่าเมื่อไม่นานมานี้คุณหมอก็ใช้โทรศัพท์ของเจตต์โทรมาหาฉันอีก แล้วบอกว่าสถานการณ์ของฉุกเฉิน ให้ฉันรีบไปดู คุณนรมน ฉันรู้สึกกลัวนิดหน่อย บนตัวฉันไม่มีเงิน ฉันขอยืมเงินคุณมาจ่ายค่านอนโรงพยาบาลให้เจตต์ก่อนได้ไหมคะ?”
อยู่ ๆ บุริศร์ก็ขมวดหัวคิ้วขึ้นเล็กน้อย
“อย่างเจตต์ยังไม่มีเงินนอนโรงพยาบาลอีกเหรอ?”
ไม่ใช่มั้ง?
เจ้าหมอนั่นออกไปรักษาตัวที่ต่างประเทศ คงจะไม่ได้ทำให้ตัวเองกลายเป็นคนจนไปหรอกมั้ง?
อรอุรชารีบส่ายหัวแล้วพูดขึ้นว่า “ไม่ใช่ค่ะ เงินของเขาก็เป็นของเขา แต่ว่าตอนนี้สถานการณ์ของเขาฉุกเฉิน ฉันก็คงจะต้องออกไปให้ก่อน”
“คุณไม่ต้องยืมหรอก ค่าใช้จ่ายของเจตต์ฉันมาออกเอง อยู่โรงพยาบาลไหนเหรอ?”
“โรงพยาบาลโยโกฮาม่าค่ะ”
อรอุรชาได้ยินนรมนพูดได้อย่างง่ายดายแบบนี้ ก็ยิ่งรู้สึกเก็บกดขึ้นมาแล้ว
ไม่ว่ายังไงเธอก็เทียบกับนรมนไม่ได้เลย
ถึงว่าล่ะขนาดผู้หญิงคนนี้แต่งงานไปแล้ว เจตต์ก็ยังคงไม่ลืมเลือนเธออีก
อรอุรชากัดริมฝีปากไว้แล้วก้มหัวลงไป ขอบตาก็แดงขึ้นมา
นรมนไม่ได้สังเกตเห็นถึงปฏิกิริยาของเธอ แล้วก็นั่งรถไปกับบุริศร์ที่ขับรถอย่างเร็วจนมาถึงโรงพยาบาลโยโกฮาม่า
“บุริศร์ นรมน? ทำไมพวกคุณถึงมาที่นี่ได้ล่ะ?”
รมิดามองพวกเขาสองคนอย่างรู้สึกสงสัย
นรมนเองก็อึ้งไปเล็กน้อย
“คุณทำงานอยู่ที่นี่เหรอคะ?”
“อย่างเจ้ยังจะต้องทำงานอีกเหรอ? คือผู้อำนวยการโรงพยาบาลโทรศัพท์หาฉัน บอกว่ามีการผ่าตัดของผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถยนต์คนหนึ่งค่อนข้างยาก แล้วพอดีว่าฉันอยู่ในเมืองชลธีพอดี ก็เลยติดต่อให้ฉันมานั่งแท่นทำการผ่าตัด”
คำพูดของรมิดาทำให้นรมนนึกถึงเจตต์ขึ้นมาทันที
“ชื่อผู้ป่วยชื่ออะไรคะ? ใช่ชื่อเจตต์หรือเปล่าคะ?”
“เหมือนจะใช่นะ”
คำพูดของรมิดาทำให้นรมนคว้ามือเธอมาจับไว้แน่นทีหนึ่งแล้วพูดขึ้น “ขอร้องคุณล่ะ จะต้องรักษาเขาให้หายให้ได้นะคะ”
“นี่มันอะไรกัน? เจตต์เป็นอะไรกับคุณเหรอ? ถึงได้สนใจมากขนาดนี้! บุริศร์ คุณได้แต่ดูเฉย ๆ ไม่ยุ่งอะไรเลยเหรอ?”
บุริศร์พูดขึ้นอย่างยิ้มอ่อน ๆ ว่า “เจตต์เป็นลูกพี่ลูกน้องของภรรยาผม”
“ลูกพี่ลูกน้อง”ในตอนที่คำคำนี้ทะลุเข้าไปในหูของอรอุรชานั้น เธอก็เงยหน้าขึ้นมาอย่างรวดเร็ว แล้วจ้องมองนรมนอยู่อย่างแปลกใจ
ลูกพี่ลูกน้องเหรอ?
เป็นไปได้ยังไงกัน?