ตอนที่ 1262
บทที่ 1262 ธูปนี้มีปัญหา
October 31, 2026
บุริศร์คิ้วขมวดเบาๆ นรมนก็มองกระจกหลังตามสัญชาตญาณ มีรถเก๋งสีดำตามหลังพวกเขาจริง ขับไม่ช้าไม่เร็ว เหมือนเป็นเงาติดตาม
นรมนกับบุริศร์สบตากัน พยักหน้าอย่างรู้กันทั้งสองฝ่าย
บุริศร์นำกมลมากอด ส่วนนรมนก็นำกิจจามากอดเอาไว้
“แด๊ดดี้?”
“หม่ามี้?”
กิจจากับกมลงุนงงพร้อมกัน
“นอนไปนะจ๊ะ”
นรมนยิ้มบางๆ กิจจาพยักหน้า หลับตาลงและหลับไปในอ้อมแขนของนรมน ส่วนกมลเห็นกิจจาหลับไป เดิมทีง่วงอยู่แล้วจึงฟุบหลับไปบนตัวของบุริศร์
“ขับตรงไป!กลับรถทางแยกข้างหน้า”
เสียงของบุริศร์ไม่ดัง แต่คนขับได้ยินชัดเจน
รถยังคงขับเกาะถนนอย่างมั่นคง เมื่อถึงทางแยกข้างหน้า คนขับหักเลี้ยวกะทันหัน และเบรกรถอย่างรีบร้อน ส่วนรถด้านหลังเหมือนกับไม่คิดว่าจะเป็นเช่นนี้ รีบเหยียบเบรกภายใต้สถานการณ์คับขัน น่าเสียดายกลับไม่ทันการ
“โครม” รถชนเข้ากับรั้วข้างทาง เกิดเสียงดังสนั่น
รถของบุริศร์เลี้ยวกลับมาแล้ว ขับแฉลบผ่านด้านข้างของรถด้านหลังไป
เนื่องจากท้องฟ้าค่อนข้างมืด นรมนจึงมองอีกฝ่ายในรถไม่ชัดว่าเป็นใคร แค่รู้สึกว่ามีสายตาหม่นหมองติดตามพวกเขา ทำให้อึดอัดมาก
นรมนขมวดคิ้ว ก็ได้ยินบุริศร์พูดขึ้น “เลี้ยวซ้ายข้างหน้า เปลี่ยนรถหลังจากเข้าไปในซอย”
“ครับ ประธานบุริศร์”
คนขับรีบนำมือถือออกมาติดต่อ
นรมนไม่ได้ถามอะไร เงียบสงบสุดๆ แต่เต็มไปด้วยความตื่นตัว เอาแต่มองออกไปข้างนอก
รถที่สะกดรอยตามคันนั้นไม่ได้ตามมาอีก หลังจากบุริศร์กับนรมนเปลี่ยนรถในซอยก็ตรงไปสนามบิน
ที่นั่นมีเครื่องบินส่วนตัวจอดรออยู่ เมื่อเห็นบุริศร์กับนรมนมาถึง พวกเขาก็เปิดประตูเครื่องบินอย่างรวดเร็ว ออกแรงดึงบุริศร์กับนรมนและคนอื่นขึ้นไปทันที
หลังจากเครื่องบินบินขึ้นไป นรมนถึงจะเอ่ยถาม “รถที่สะกดรอยตามพวกเราเป็นใคร?”
“ไม่รู้สิ”
บุริศร์ส่ายหน้า สีหน้าเคร่งขรึม
คิ้วของนรมนขมวดยิ่งกว่าเดิม
“ฉันรู้สึกถึงสายตาที่ไม่เป็นมิตรคอยจ้องพวกเราตลอดทาง ฉันกล้ารับรองว่าอีกฝ่ายไม่ได้เป็นมิตรกับพวกเรา”
“ไม่เป็นไรนะ มีผมอยู่ ผมไม่มีทางปล่อยให้เกิดเรื่องขึ้นกับคุณและลูกๆ”
บุริศร์กุมมือปลอบโยนนรมน
นรมนกลับถอนหายใจเบาๆ “ฉันไม่ได้กลัวว่าจะมีอันตรายอะไร ฉันแค่แปลกใจ เขมทัตถูกพวกเราจับไปแล้ว ยังมีใครคิดจะสะกดรอยตามพวกเราอีก?จะเป็นกล้าณรงค์รึเปล่า?”
“ไม่มีทาง ตอนนี้กล้าณรงค์ยุ่งมาก ไม่มีทางมุ่งเป้ามาที่พวกเรา”
ในเมื่อบุริศร์พูดแบบนี้ แน่นอนว่าจะต้องรู้เบาะแสในปัจจุบันของกล้าณรงค์
นรมนไม่ได้ถามเรื่องนี้ แต่เอ่ยถามเบาๆ ว่า “น่าแปลก ยังมีใครคอยจ้องพวกเราอีก?”
“ตอนนี้อย่าเพิ่งคิดเรื่องนี้ หลังจากพวกเราไปหมู่บ้านดารายนแล้วค่อยว่ากัน ถ้ามีคนคิดติดตามพวกเราความจริงจะเผยให้เห็นเอง”
ได้ยินบุริศร์พูดแบบนี้ นรมนทำได้เพียงพยักหน้า แต่พูดสิ่งที่นึกขึ้นได้ออกมา “จะเป็นคนของธนเดชรึเปล่า?”
“ไม่แน่ใจ ค่อยดูตามสถานการณ์ไปเรื่อยๆ”
ทั้งสองคนจับมือกันแน่น ในขณะเดียวกันก็รู้ว่า การเดินทางไปหมู่บ้านดารายนครั้งนี้อาจจะไม่ค่อยราบรื่น
บุริศร์ไม่พักผ่อนตลอดทาง แต่กลับเร่งรัดให้นรมนหลับสักงีบ
นรมนไม่อาจต้านทานการเร่งรัดของบุริศร์ได้ จึงหลับตาพักผ่อน แต่ไม่รู้ว่าตนเองผล็อยหลับไปได้อย่างไร
เมื่อเธอตื่นขึ้นอีกครั้ง เครื่องกำลังจะลงจอด
เห็นสถานที่ที่คุ้นเคยแห่งนี้ อารมณ์ของนรมนเปลี่ยนไปเล็กน้อย
คราวก่อนมาที่นี่ไม่คิดว่าจะได้กลับมาอีก วันนี้ได้เหยียบลงบนผืนดินนี้อีกครั้ง นรมนไม่อาจพูดได้ชัดเจนว่าในใจรู้สึกอย่างไร
ส่วนบุริศร์ก็นิ่งไปมาก เหมือนกำลังคิดอะไร และเหมือนไม่ได้คิดอะไร แต่นัยน์ตาของเขามืดมนอยู่ตลอด ทำให้คนคาดเดาไม่ถูก
หลังจากพวกเขาลงจากเครื่องบิน ก็มีรถจอดรอพวกเขาที่สนามบิน
นรมนเห็นเครื่องแบบบอดี้การ์ดตระกูลโตเล็ก จึงอดถามไม่ได้ “คุณพาพวกเขามาตั้งแต่เมื่อไหร่?”
“คราวก่อนหลังจากซื้อหมู่บ้านก็ส่งคนมา อย่างไรเสียที่นี่คือบ้านเกิดของเธอ”
บุริศร์อุ้มกมลลงจากรถก่อน
กมลอ้าปากหาว เห็นที่โล่งโกร๋นตรงหน้า กลับมีศาลบรรพบุรุษตั้งตระหง่านอยู่ตรงนั้น จึงอดขยี้ตาถามไม่ได้ “แด๊ดดี้ ที่นี่ที่ไหนคะ?”
“หมู่บ้านดารายน”
เมื่อบุริศร์พูดออกมา นัยน์ตาของกมลส่องแสงทันที
“ที่นี่คือหมู่บ้านดารายนเหรอ? ไม่เหมือนกับที่หนูจินตนาการเอาไว้เลยสักนิด”
กมลผิดหวัง
ไม่ว่าอย่างไรหมู่บ้านดารายนก็คือหมู่บ้านหนึ่ง ทำไมถึงได้รกร้างแบบนี้?
กิจจากลับมองทิวทัศน์ตรงหน้าอย่างตื่นเต้น ถามเสียงเบาว่า “แด๊ดดี้ นั่นคือทุ่งสมุนไพรเหรอครับ?”
เขาเรียนหมอ แน่นอนว่าค่อนข้างว่องไวในด้านนี้
นรมนนึกถึงคราวก่อนบุริศร์ได้อนุรักษ์ทุ่งสมุนไพรนี้เอาไว้ก่อนจากไป วันนี้เห็นกิจจาตื่นเต้นแบบนี้ จึงอดกล่าวด้วยรอยยิ้มไม่ได้ “ใช่จ้ะ นั่นคือทุ่งสมุนไพร ว่ากันว่ามีสมุนไพรหายากเยอะเลย”
“ผมเข้าไปดูได้ไหมครับ”
กิจจาดูต้องการมาก
บุริศร์พยักหน้า