ตอนที่ 1333
บทที่ 1333 อย่าแกล้งให้เขาลำบากมากนัก
October 31, 2026
หลายปีแล้วที่นงลักษณ์ไม่ได้เห็นแววตาอย่างนี้ของบุญทิวา ก็ยิ่งยิ้มสดใสขึ้น
“ฉันสวยมั้ยคะ”
คำถามของเธอราวกับสาวแรกแย้ม
บุญทิวาพยักหน้าโดยไม่รู้ตัว แต่กลับรู้สึกว่าตัวเองทำตัวไม่ค่อยถูก ก็รีบก้มหน้า ไม่กล้ามองดวงตาของนงลักษณ์อีก แต่สำหรับนงลักษณ์ นี่ก็มากพอแล้ว
“คุณลุกมาอาบน้ำละกันค่ะ ฉันจะไปทำอะไรให้กิน จริงสิ เดี๋ยวถ้าพวกนรมนมา คุณช่วยฉันต้อนรับหน่อย คุณน่าจะรู้จักนรมนใช่มั้ยคะ เมื่อวานเธอพาคุณมา หลานสาวของคุณ ลูกสาวของชินทร”
นงลักษณ์รู้ว่าหลายปีนี้บุญทิวาไม่ได้ติดต่อกับตระกูลทวีทรัพย์ธาดา เขาไม่รู้สถานะของนรมนแน่ชัดนัก แม้ว่าเมื่อวานเธอจะพาเขามา แต่รายละเอียดเป็นใคร คิดว่าในใจบุญทิวายังคาดเดาอยู่
นึกไม่ถึงครั้งนี้บุญทิวาจะตอบแล้ว
“ผมรู้เธอคือใคร ลูกของพี่ชายผมกับพี่สาวคุณ แต่หน้าตาไม่ยักเหมือนพวกเขาสองคน”
นงลักษณ์อึ้งนิดหนึ่ง จากนั้นก็ยิ้มอธิบาย “นรมนเคยเกิดอุบัติเหตุ ศัลยกรรมใบหน้าแล้ว เมื่อก่อนก็หน้าตาเหมือนพี่สาวฉันกับพี่ชายคุณนั่นแหละค่ะ เดี๋ยวฉันเอารูปเธอเมื่อก่อนให้ดูคุณก็จะเห็นเอง”
“ครับ”
บุญทิวาเมื่อได้ยินนงลักษณ์เล่านรมนเคยเกิดอุบัติเหตุ ก็ชะงักไปครู่หนึ่ง แต่ไม่ได้ซักถามอะไร ในใจคงพอเดาอะไรได้
นงลักษณ์มองเขา ก็ออกจากห้องไป
บุญทิวามองนงลักษณ์ออกไปแล้วค่อยรู้สึกโล่งอก อยู่กับนงลักษณ์ไม่มีทางจะสงบจิตสงบใจได้
นงลักษณ์ออกไปแล้ว บุญทิวาก็รีบอาบน้ำ แม้ว่าจะยังเป็นเสื้อผ้าเมื่อคืน แต่เมื่อเทียบกับหลายปีมานี้ในคุกใต้ดิน เขาก็ยังพอใจกับเรื่องเล็กน้อยได้ง่ายๆ
ต้องกล่าวว่า เวลาและสภาพแวดล้อมลบเหลี่ยมคมของคนหนึ่งไปหมด บุญทิวาในตอนนี้ไม่เปิดเผยเหมือนครั้งยังหนุ่ม แต่กลับตกตะกอนมากขึ้น และเงียบขรึมขึ้นมาก
นรมนย่อมไม่อาจนอนได้สบายใจ ถ้าไม่เพราะบุริศร์ห้ามไว้ เธอคงลุกไปดูบุญทิวาตั้งแต่กลางดึกแล้ว
ตอนนี้เช้าแล้ว ได้ยินเสียงดังมาจากห้องของนงลักษณ์ นรมนรีบวิ่งไป
เธอค่อนข้างกังวล ถึงกับมือเปียกชื้น
บุริศร์เห็นภรรยาเป็นอย่างนี้ ก็อดยิ้มไม่ได้ จากนั้นก็เคาะประตูห้องของนงลักษณ์
บุญทิวาค่อนข้างกังวล แต่ก็บอกตัวเอง ตอนนี้เขาเป็นอิสระแล้ว เขาต้องปรับตัวกับสังคมตอนนี้และมนุษยสัมพันธ์
เมื่อนึกถึงตรงนี้ บุญทิวาเตรียมตัวพร้อมแล้ว จากนั้นก็เอ่ยขึ้น “เข้ามาได้”
ใจของเขาสับสน และไม่สงบ วินาทีที่เห็นนรมนกับบุริศร์ ไม่รู้เพราะพวกเขาเป็นคนที่พาเขาออกมาหรือเปล่า ความรู้สึกสับสนและไม่สงบทั้งหมดของบุญทิวาก็พลันหายไป
“พวกเธอเองหรือ อรุณสวัสดิ์”
บุญทิวาทักทายก่อน
นรมนตกตะลึง
เมื่อคืนวานตอนที่เห็นบุญทิวา เขาดูอ่อนล้าและไม่กล้าสู้หน้า ถึงกับดูหน้าตาเขาไม่ออก แต่ตอนนี้บุญทิวาถูกนงลักษณ์ตัดผมเผ้าจนสะอาดสะอ้าน ถึงกับเหมือนกับพ่อของเธอในรูปถ่ายอย่างกับคนเดียวกัน
สีหน้าของเขาที่ไม่พบแสงตะวันมานานขาวซีด ถึงกับดูซูบผอม ผมก็ขาวโพลน รู้สึกสะดุดตา
นรมนพลันรู้สึกสะอึก
“คุณอาบุญทิวาผมของอา...”
แม้ว่านงลักษณ์ตัดผมของเขาสั้นแล้ว แต่สีผมก็ยังคงสะดุดตามาก
บุญทิวากลับพูดไม่ใส่ใจ “ไม่เป็นไร คนยังไม่ตาย เรื่องอื่นไม่ใช่ปัญหาหรอก”
เขาพูดอย่างเปิดใจ แต่กลับยิ่งรู้สึกเศร้าใจเหลือเกิน
นรมนวิ่งเข้าไป กอดบุญทิวาแน่ ร้องไห้เรียกเขา “คุณอาบุญทิวา คุณอาบุญทิวา!”
เธอไม่รู้ว่าตัวเองควรพูดอะไร และพูดอะไรได้บ้าง
ยี่สิบกว่าปีก่อนเธอยังไม่เกิด ไม่รู้เรื่องที่บุญทิวาเผชิญชัดเจนนัก ถ้าจะแสดงความเห็นอกเห็นใจก็ดูเสแสร้งไปหน่อย ไม่ค่อยเหมาะนัก แต่คนที่อยู่ตรงหน้าเธอคือคุณอาบุญทิวาของเธอนะ เป็นผู้ชายที่หน้าเหมือนพ่อของเธออย่างกับแกะ
นรมนไม่เคยเห็นพ่อของตัวเอง ตอนนี้เห็นบุญทิวารู้สึกผูกพันมาก
ที่จริงตระกูลทวีทรัพย์ธาดาพี่น้องสี่คนหน้าตาเหมือนกันมาก แต่ชินทรกับบุญทิวาหล่อกว่าหน่อย และพวกเขาก็สุขุมภูมิฐาน ไม่เหมือนธรรศกับธรณี พวกเขาค่อนข้างเป็นผู้ชายมากกว่า อาจเป็นเพราะพวกเขามีประสบการณ์ในกองทัพ
ความรู้สึกของนรมนกับบุญทิวาพิเศษมาก ด้วยความปรารถนาและรอคอยพ่อ ตอนนี้เธอจึงตื่นเต้นจนสุดจะพรรณนา
ในใจบุญทิวาก็ตื่นเต้น
ลูกสาวของพี่ชายโตขนาดนี้แล้ว แต่ชีวิตนี้เขาไม่มีความหวังอะไรแล้ว
บุญทิวาตบไหล่นรมน พูดเสียงเบา “เธอทำอย่างนี้พี่ชายของอาน้อยใจแย่”
นรมนชะงักนิดหนึ่ง พูดสะอื้น “หนูไม่เคยเจอหน้าพ่อค่ะ”
เธอเล่าเรื่องที่ตัวเองต้องเผชิญให้บุญทิวาฟังสั้นๆ
ฟังชีวิตระหกระเหินของนรมนแล้ว บุญทิวาก็รู้สึกสงสารเธอจับใจ
“หนูต้องลำบากแล้ว ชื่อนรมนใช่มั้ย ทำไมไม่ใช้นามสกุลทวีทรัพย์ธาดาล่ะ”
นรมนไม่รู้ควรจะอธิบายอย่างไรดี
บุริศร์พูดเสียงเบา “คุณอาบุญทิวา พวกเราเรียกชินแล้วครับ”
“ก็ดี พวกเธอชอบใจก็พอแล้ว”
อารมณ์ของบุญทิวาซับซ้อนมาก หลายปีมานี้ เขาคิดไม่ถึงพี่ชายกับแม่ของตัวเองจะตายไปแล้ว ตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ
เขาถอนหายใจ ก็ได้ยินนรมนถามขึ้น “คุณอาบุญทิวา คนที่ขังอาในคุกใต้ดินคือพระราชาของประเทศFใช่มั้ยคะ”
“เรื่องนี้หนูไม่ต้องเข้ามายุ่ง เดี๋ยวอาจะบอกคุณอาธรรศกับคุณอาธรณีของหนุเอง”