ตอนที่ 1470
บทที่ 1470 ที่ฉันนี่ไม่ต้อนรับคุณ
October 31, 2026
ตอนที่นรมนได้ยินข่าวนี้นั้นหัวเราะจนเอวยืดตรงขึ้นมาไม่ได้เลย จนทำให้บุริศร์ตกใจจนหวาดระแวง และสีหน้าก็ขาวซีดขึ้นมาเลย
“อย่าหัวเราะ อย่าหัวเราะ ระวังร่างกายของคุณด้วย”
“ไม่เป็นไรค่ะ ลูกไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้น”
นรมนหัวเราะไปด้วยแล้วก็โบกมือไปด้วย จากนั้นก็ถามขึ้นว่า “คุณว่านภดลทำไมถึงได้ซื่อขนาดนี้คะ?”
“มีความเกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมที่เขาเติบโตมาน่ะ ฉัตรยาเป็นคู่สร้างคู่สมกับเขามาตั้งแต่เด็ก ชอบเขาก็บอกกับเขาเลย โดยไม่ได้รู้สึกอะไรสักนิด และไม่ได้รู้สึกว่านี่คือความดีงามของผู้หญิง เพราะฉะนั้นจากที่นภดลดูแล้ว การชื่นชอบก็ต้องให้คนอื่นเป็นคนบอกกับเขา”
คำพูดของบุริศร์ทำให้นรมนอึ้งไปเล็กน้อย
“งั้นปาณีก็เคยบอกแล้วนี่คะ ตั้งแต่แรกปาณีก็บอกว่าชอบเขาแล้วนี่คะ”
“แต่ว่าต่อมานภดลได้ปฏิเสธไปแล้วไม่ใช่เหรอ? พอหลังจากที่ปฏิเสธแล้วปาณีก็ไม่เคยพูดอีกเลย ผมเดาว่า ปาณีไปที่เกาะร้างทำไมนภดลก็คงไม่รู้เรื่องหรอก แปดสิบเบอร์เซ็นต้องคิดว่าปาณีไปเพื่อฝึกฝีมือให้เก่งขึ้นจริง ๆ แน่”
การวิเคราะห์ของบุริศร์ทำให้ทั้งตัวนรมนรู้สึกไม่ดีขึ้นมาเลย
“คงจะไม่ได้ซื่อขนาดนี้จริง ๆ หรอกมั้ง?”
“หรือไม่คุณลองถามดูไหม?”
พอเห็นท่าทางภรรยาที่ไม่เชื่อแบบนี้ บุริศร์จึงอดไม่ได้ที่จะออกความคิดเห็นขึ้นมา แต่จริง ๆ ก็คืออยู่ในสภาพที่อยากจะดูอะไรสนุก ๆ มากกว่า
แล้วนรมนก็เอาโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหานภดลจริง ๆ ด้วย
“นภดล นายรู้หรือเปล่าว่าทำไมปาณีถึงไปฝึกฝนบนเกาะร้าง?”
พอได้ยินคำถามของนรมน นภดลก็นิ่งไปครู่หนึ่ง แล้วก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเป็นกังวลขึ้นมาเล็กน้อย
“ทำไมครับ? หรือว่ายังมีสาเหตุอื่นอีกเหรอครับ?”
“นายรู้สึกว่าคือสาเหตุอะไรล่ะ?”
“ไม่ใช่เป็นเพราะรู้สึกว่าตัวเองอ่อนแอมาก แล้วไปฝึกฝนฝีมือสักหน่อยเหรอครับ?”
พอคำพูดนี้พูดออกไป นรมนก็มองบุริศร์อย่างรู้สึกนับถือมากขึ้นมาทันที และยังชูนิ้วโป้งออกมาให้เขานิ้วหนึ่งด้วย
แน่นอน คนที่เข้าใจผู้ชายมากที่สุดก็คือผู้ชายเอง
ตอนนี้นรมนรู้สึกโชคดีเป็นอย่างมากที่คนที่ตัวเองชอบนั้นไม่ใช้ผู้ชายซื่อบื้อแบบนภดล ไม่งั้นตัวเองจะหงุดหงิดขนาดไหนกัน
“มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกับปาณีใช่หรือเปล่าครับ?”
ในน้ำเสียงของนภดลแฝงไว้ด้วยความเป็นห่วงเสี้ยวหนึ่ง กลับทำให้นรมนทนทำใจไม่ได้บ้างแล้ว
“ถ้าหากฉันจะบอกนายว่าที่ปาณีไปฝึกฝนบนเกาะร้างก็เพื่อนายนั้น นายจะคิดยังไงกัน?”
“เป็นไปได้ยังไงครับ? ที่เธอฝึกฝนนั้นคือร่างกายของตัวเอง มีความเกี่ยวข้องอะไรกับผมครับ?”
คำตอบของนภดลทำให้นรมนรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาบ้างแล้ว
“นายนี่โง่หรือเปล่าเนี่ย?”
อารมณ์ของนรมนพุ่งขึ้นมาทันทีเลย
เธอรู้สึกว่าปาณีนั้นช่างไม่ง่ายเลยจริง ๆ ทำไมถึงได้ชอบเจ้าท่อนไม้ใหญ่นี่เข้าได้นะ?
“ทำไมเหรอครับ?”
สิ่งที่น่าโมโหที่สุดก็คือนภดลยังไม่รู้สึกว่าตัวเองพูดอะไรผิดไปอีก และยังมาถามอย่างน้อยใจมากอีก
บุริศร์หัวเราะออกมาตรง ๆ เลย
เพราะว่าเปิดลำโพงเองไว้ เพราะฉะนั้นนภดลเองก็ได้ยินเสียงหัวเราะของบุริศร์ จึงอดไม่ได้ที่จะถามขึ้นว่า “ประธานบุริศร์ก็อยู่ด้วยเหรอครับ”
“อืม อยู่ นภดล ที่จริงสมองที่ความคิดซื่อตรงของนายสามารถสลายไปหน่อยได้แล้ว”
บุริศร์พูดได้อย่างถนอมน้ำใจเป็นอย่างมาก
นรมนกลับรู้สึกว่านภดลไม่เหมาะกับการถนอมน้ำใจ แล้วก็พูดออกไปตรง ๆ เลยว่า “ที่ปาณีไปที่เกาะร้างก็เพื่อที่จะอยู่เป็นเพื่อนนาย อยู่เป็นเพื่อนนาย เป็นเพื่อนนาย! ฟังชัดเจนหรือยัง? ผู้หญิงที่อ่อนโยนคนหนึ่งจะไปฝึกฝนร่างกายทำไมกัน?”
“แต่ว่าคุณนายเองก็มีฝีมือเหมือนกันไม่ใช่เหรอครับ?”
นภดลรู้สึกไม่เข้าใจเท่าไหร่เลย
นรมนรู้สึกว่าไม่รู้จะพูดยังไงขึ้นมาทันที
“ที่ฉันมีฝีมือนั้นมันเป็นเรื่องจำเป็น”
“ปาณีก็เหมือนกันนี่ครับ”
คำพูดของนภดลทำให้นรมนรู้สึกไม่รู้ว่าควรจะพูดยังไงต่อไปดีแล้ว
บุริศร์รับโทรศัพท์ไป ยิ้มแล้วพูดขึ้นว่า “นภดล ปาณีเป็นพยาบาลคนหนึ่ง ถ้าหากไม่ใช่เป็นเพราะว่าเธอชอบนาย ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมาทำให้ชีวิตตัวเองเหนื่อยขนาดนี้เลย ทักษะของเธอสามารถทำให้เธอมีชีวิตที่ดีมาก ๆ ได้ ไม่มีการต่อสู้ ไม่มีการลอบทำร้าย อยู่อย่างเรียบง่ายไป แล้วหาหมอสักคนหรือใครคนอื่นแต่งงานมีลูก ก็จะมีความสุขมากได้ แต่เป็นเพราะว่ามาชอบนายเข้า เพราะฉะนั้นเธอถึงได้อยากจะเข้าใกล้นาย ถึงได้รู้สึกว่านายไปฝึกฝนบนเกาะร้างคนเดียวนั้นลำบากเกินไป เงียบเหงาเกินไป เพราะฉะนั้นถึงได้ไปอยู่เป็นเพื่อนนาย เป้าหมายของเธอไม่ใช่ต้องการไปฝึกฝนฝีมือ แต่คือหวังว่าบนเกาะร้างจะมีแค่พวกนายสองคนง่าย ๆ จะสามารถใกล้ชิดกันได้ สามารถพัฒนาความสัมพันธ์ได้ สามารถกลายเป็นคนที่คนสนิทที่อยู่ข้างกายนายได้จริง ๆ”
หลังจากที่นภดลฟังจบแล้วก็นิ่งเงียบไปนาน นานจนนรมนนึกว่าเขาหลับไปแล้ว หรือว่าไม่อยู่แล้ว
“ตกลงนายยังฟังอยู่หรือเปล่าเนี่ย?”
คำพูดของนรมนทำให้นภดลค่อย ๆ ตั้งสติกลับมาได้
“ฟังอยู่ครับ แต่ว่ามันเป็นอย่างนี้จริง ๆ เหรอครับ?”
“งั้นจะเป็นยังไงได้ล่ะ? นายนี่โง่จริง ๆ หรือเปล่าเนี่ย? โอกาสอยู่ด้วยกันตามลำพังที่ปาณีตั้งใจสร้างขึ้นมาอยู่นาน แต่ตลอดระยะเวลานายกลับพูดกับเธอไม่ถึงสิบประโยค นายเป็นแบบนี้จะทำให้ปาณีนึกว่านายไม่มีความรู้สึกต่อเธอได้นะ น้ำที่เดือดมากแค่ไหนก็สู้พายุหิมะกระหน่ำไม่ได้หรอกนะ นภดล ทำไมปาณีถึงตอบตกลงกับฉันว่าจะไปนัดดูตัวนายยังไม่เข้าใจอีกเหรอ?”
“เพราะอะไรครับ?”
เหมือนกับว่านภดลจะไม่เข้าใจจริง ๆ นรมนรู้สึกว่าตัวเองไม่ควรโทรโทรศัพท์สายนี้จริง ๆ
บุริศร์มองดูท่าทางที่ใกล้จะระเบิดแล้วของภรรยา จึงได้แต่ยอมจำนนแล้วพูดชี้แนะต่อไป “เพราะว่าปาณีรู้สึกว่านายไม่มีความรู้สึกต่อเธอ ความพยายามทั้งหมดของเธออยู่ในสายตานายก็เป็นแค่ตัวตลกที่น่าเกลียดเท่านั้น เพราะฉะนั้นเธอก็เลยตัดสินใจที่จะไม่ชอบนายอีกแล้ว จะเก็บความชอบที่มีต่อนายกลับคืน แล้วก็เตรียมตัวที่จะไปใช้ชีวิตกับคนอื่นแล้ว”
เก็บความชอบที่มีต่อเขาคืนตัวอักษรพวกนี้กระตุ้นโดนนภดลแล้ว จู่ ๆ เขาก็รู้สึกปวดใจขึ้นมา แล้วก็สนใจอะไรอย่างอื่นไม่ได้แล้ว และรีบวางสายโทรศัพท์ไป
พอนรมนได้ยินเสียงโทรศัพท์โดนวางสายไป แล้วก็อดไม่ได้ที่จะพูดอย่างโกรธเคืองเขาขึ้นว่า “เจ้านภดลนี่ควรจะเป็นโสดไปตลอดชีวิตเลย”
“เขาจะต้องคิดได้แน่ วางใจเถอะ”
“ฉันจะไปมีอะไรไม่วางใจกัน? ไม่ใช่ลูกชายของฉันซะหน่อย นี่ถ้าเป็นลูกชายของฉันนะ ฉันสามารถตีเขาให้ตายได้เลย”
คำพูดของนรมนทำให้บุริศร์ยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย
“งั้นผมจะต้องบอกกานต์แล้ว ว่าเป็นผู้ชายซื่อบื้อมากไม่ได้นะ”
“คุณวางใจเถอะ ลูกชายฉันไม่มีทางมีEQต่ำขนาดนั้นหรอก”
พูดถึงกานต์แล้ว อยู่ ๆ นรมนก็รู้สึกคิดถึงลูกชายขึ้นมาหน่อยแล้ว
“พูดแล้วพวกลูก ๆ ยังอยู่ทางนั้นอยู่ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไงบ้าง หรือไม่ไปรับกลับมาเถอะค่ะ?”