ตอนที่ 1502
บทที่ 1502 ไอ้คนหน้าไม่อาย
October 31, 2026
“นภดล!”
ด้วยสถานการณ์ที่เร่งด่วนบุริศร์จึงตะโกนออกมา แต่ร่างกายกลับไม่กล้าอืดอาด รีบหลบไปด้านข้างทันที
ร่างของนภดลชะงักเล็กน้อย ดวงตาที่แดงก่ำคู่นั้นจ้องไปที่บุริศร์เหม่อลอยไปเพียงชั่วครู่ แล้วโจมตีไปที่บุริศร์อย่างรวดเร็วอีกครั้ง
คิมกับชินทรตามเข้ามาแล้ว ตอนที่เห็นนภดลกับบุริศร์กำลังประมือกันก็ตกใจเล็กน้อย ชินทรจึงพูดขึ้นทันที: “เข้าไปดึงดูดความสนใจของนภดล ปกป้องบุริศร์ให้ดี”
คนรอบๆข้างรีบตามขึ้น ความกดดันของบุริศร์จึงลดลง
ชินทรถือโอกาสดึงตัวของบุริศร์ออกมา
“พ่อครับ------”
บุริศร์สีหน้าสับสน ไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไร สถานการณ์ก็นอกเหนือจากที่เขาจะพูดอะไรได้ นภดลแรงเยอะมาก จัดการคนพวกนี้จนกระเด็นออกไปหมด
ในตอนนี้เอง ไม่รู้ว่าจณัตว์ออกมาจากไหน ในมือกำลังถือเข็มฉีดยา กระโจนเข้าไปที่ด้านหลังของนภดลอย่างรวดเร็ว แล้วแทงเข็มฉีดยาไปที่เขาทันที
“อ๊าก------”
นภดลร้องออกมาอย่างคลุ้มคลั่งราวกับสัตว์ร้าย เตะจณัตว์กระเด็นออกไป ดวงตาที่แดงก่ำมากขึ้นทำให้คนรู้สึกหวาดกลัว
บุริศร์ใจเต้นตึกตัก ไม่ทันคิดแล้วว่าทำไมจณัตว์ก็อยู่ที่นี่ อดไม่ได้ที่จะเข้าไปช่วย แต่กลับเห็นนภดลโซเซอยู่ชั่วครู่ แล้วล้มลงไปบนพื้น ทั้งยังหลับตาอีกด้วย
ตอนนี้ทุกคนจึงคลายกังวลลงได้
บุริศร์ค่อนข้างงุนงง แต่กลับได้ยินจณัตว์ตะโกนออกมาด้วยความเจ็บปวด: “น้องเขย นายมาช่วยพยุงฉันหน่อย โอ้ย ซี่โครงฉันแทบหัก”
ได้ยินอย่างนี้ บุริศร์จึงยกมุมปากเล็กน้อย
ถ้าซี่โครงหักจริงๆเสียงเขาจะเป็นอย่างตอนนี้เหรอ?
บุริศร์เดินเข้าไป ดึงจณัตว์ขึ้นมา เห็นบนมือของเขามีบาดแผลไม่น้อยเลย จึงอดไม่ได้ที่จะชะงักเล็กน้อย
“นายไม่มีอะไรทำก็เลยเจาะเลือดตนเองเล่นงั้นเหรอ?”
“นายคิดว่าฉันเหมือนนายหรือไง? ฉันไม่ทรมานตัวเองหรอกนะ”
จณัตว์ปัดๆเศษดินบนร่างกาย พูดขึ้น: “ฉันเจาะเลือดเพื่อให้เลือดกับนภดล กรุ๊ปเลือดของฉันกับเขาตรงกันพอดี ของคนอื่นๆใช้ไม่ได้”
พูดถึงนภดล แววตาของบุริศร์ก็ลุ่มลึกขึ้นเล็กน้อย
“เกิดอะไรขึ้นกันแน่? ไหนบอกว่าเขาไม่มีอาการคลุ้มคลั่งไม่ใช่เหรอ?”
“ถ้าไม่พูดอย่างนี้ นรมนจะสบายใจไหมล่ะ?”
จณัตว์ถอนหายใจ แต่กลับทำให้บุริศร์เข้าใจอะไรขึ้นมาแล้ว
ชินทรกับคิมพวกเขาสั่งคนให้พานภดลเข้ามาในห้องทดลองชั้นใต้ดิน บุริศร์ก็ตามไปด้วย
ประตูห้องทดลองของที่นี่เป็นกระจกที่ป้องกันการแตกกระจายทั้งหมด แต่บุริศร์กลับพบว่าตอนนี้มีประตูบานหนึ่งที่โดนเตะจนเปลี่ยนรูปทรงไปแล้ว ไม่แปลกใจสักนิด ที่นภดลเป็นคนทำทั้งหมด
ดูแล้วพละกำลังการทำลายล้างกับพละกำลังในการฆ่าคนของนภดลรุนแรงเกินไป
ไม่ง่ายเลยกว่าที่นภดลจะสงบลง เมื่อรอบๆด้านเชื่อมต่อระบบความปลอดภัยอย่างสมบูรณ์ ทุกคนจึงคลายกังวลลงได้
เห็นนภดลโดนขังอยู่ที่นี่ราวกับเป็นตัวอันตราย ในใจของบุริศร์ก็กลัดกลุ้ม เขารู้ ถ้านรมนเห็นล่ะก็ คงจะยิ่งเสียใจ วินาทีนี้เขาจึงเข้าใจพวกชินทรแล้วว่าทำไมถึงต้องปิดบังนรมนเรื่องนี้ด้วย
“ปกปิดความจริงไม่ได้หรอกครับ ช้าเร็วนรมนก็ต้องรู้”
คำพูดของบุริศร์ทำให้ทุกคนเงียบกันหมด
“เกิดอะไรขึ้นกันแน่? เซลล์ในร่างกายของนภดลไม่ควรคลุ้มคลั่งขึ้นมาเร็วขนาดนี้ไม่ใช่เหรอครับ?”
ก่อนหน้านี้บุริศร์เชื่อคำพูดของพวกเขาจริงๆ ตอนนี้เห็นสภาพของนภดลเป็นเช่นนี้ เขาจึงเป็นกังวลมาก
คิมให้บุริศร์นั่งลงก่อน แล้วให้คนไปรินน้ำมาแก้วหนึ่ง ชินทรมองบุริศร์ พูดขึ้นเบาๆ: “เดิมทีน่าจะไม่มีปัญหา แต่......”
เห็นชินทรหยุดพูด จณัตว์จึงพูดต่อ
“ผมพูดเองครับ ในห้องทดลองการทหารที่ประเทศF นภดลไม่มีอาการคลุ้มคลั่งจริงๆ ทุกอย่างเหมือนกับที่พวกเราบอกไปก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นแผนวางกับดักอย่างหนึ่ง แต่หลังจากเขามาที่นี่กลับคลุ้มคลั่งขึ้นมา ทั้งยังมีอาการอย่างรวดเร็วจนรับมือไม่ทัน”
ได้ยินจณัตว์พูดอย่างนี้ บุริศร์ก็พอจะเข้าใจอะไรบ้างแล้ว
“เป็นเพราะห้องทดลองระเบิดหรือเปล่า? สัตว์ร้ายรอบๆจึงพากันติดเชื้อไปหมด นภดลก็พลอยติดเชื้อไปด้วย?”
จณัตว์พยักหน้า
“แต่ทำไมพวกคุณถึงไม่เป็นอะไรล่ะ? นภดลกับพวกคุณไม่เหมือนกันเหรอ?”
อย่างรวดเร็วบุริศร์ก็จับจุดสำคัญได้
จณัตว์มองเขา แล้วพูดขึ้น: “เดิมทีในร่างกายของนภดลก็มียีนของสัตว์ร้ายอยู่แล้ว ฉันคิดว่าตอนแรกหลังจากที่ดร.ฐานทัตพัฒนายีนพวกนี้แล้วจะฉีดเข้าไปในร่างกายของมนุษย์ ว่ากันว่าหลังจากที่แม่ของนภดลโดนฉีดยาก็เสียสติไปเลย เอาแต่ทำร้ายตนเอง ดร.ฐานทัตจึงต้องส่งคนไปดูแลทำให้เธอคลอดนภดลได้อย่างราบรื่น
แต่แม้จะเป็นเช่นนี้ ตอนที่นภดลเพิ่งคลอดออกมายังคงอาการร่อแร่ ดร.ฐานทัตจึงใช้ยาทุกชนิดเพื่อช่วยชีวิต ครึ่งปีให้หลังถึงได้มีสัญญาณชีพ ดังนั้นโลกภายนอกจึงได้พูดกันว่าเลือดของนภดลต่อให้มีเงินก็ซื้อไม่ได้แม้แต่หยดเดียว เพราะใช้พืชสมุนไพรและยาเม็ดที่มีค่าที่สุดในโลกบำรุงร่างกายให้รอดมาได้
แต่ตอนนั้นก็ไม่มีใครรู้ว่าเป็นสมุนไพรหรือยาตัวไหนที่มีสภาวะเป็นกลางกับยีนในร่างกายของเขากันแน่ เกรงว่าดร.ฐานทัตเองก็ยังไม่เคยวิจัยผลลัพธ์นี้ออกมา ตอนนี้ห้องทดลองระเบิด ปัจจัยด้านในกับประสิทธิภาพของยาในร่างกายของเขาที่ก่อให้เกิดการต่อต้าน ทำลายขอบเขตสภาวะความเป็นกลางนี้ไปในทันที ดังนั้นระดับความคลุ้มคลั่งในร่างกายของเขาควบคุมไม่อยู่แล้ว หมดหนทางแล้วเราถึงได้ขังเขาเอาไว้”
ได้ฟังถึงตรงนี้ แม้บุริศร์จะไม่ได้เข้าใจมาก แต่ก็เข้าใจว่าพวกเขามีความจำเป็นที่ต้องทำอย่างนี้ ส่วนที่คิมกับชินทรปิดบังพวกเขา ก็คงเป็นเพราะนรมน
อันที่จริงนรมนได้รับความช่วยเหลือจากนภดล ถ้าไม่มีนภดลก็ไม่มีนรมนในตอนนี้ ถ้าเธอรู้สถานการณ์ของนภดลในตอนนี้คงจะเป็นกังวล และเดิมทีสุขภาพของเธอก็ไม่ดีอยู่แล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะนภดลกับจณัตว์เกิดเรื่อง ตอนนี้นรมนคงจะอยู่ดูแลลูกในท้องอย่างปลอดภัยที่คฤหาสน์ตระกูลโตเล็กแล้ว
บุริศร์มองชินทรกับคิม พูดขึ้นเบาๆ: “วางใจเถอะครับ เรื่องนี้ผมจะไม่บอกนรมน แต่ก็คงปิดไว้ได้ไม่นาน”
“ปิดได้นานเท่าไหนก็เท่านั้น สุขภาพของเธอตอนนี้แม่เป็นห่วงจริงๆ”
คิมสีหน้าเจ็บปวด
ตอนที่ลูกสาวต้องการตนเองที่สุดเธอกลับไม่อยู่ข้างๆ ตอนนี้ได้อยู่ข้างๆกันแล้ว แต่กลับคุยกันตรงๆไม่ได้ ความรู้สึกอย่างนี้แย่มากจริงๆ