ตอนที่ 1822
บทที่ 1822 นายไม่รู้สึกอะไรกับฉันสักนิดเลยเหรอ
October 31, 2026
“กานต์ ช่างมันเถอะ”
ไอราจับแขนของกานต์เอาไว้
กานต์เห็นท่าทีเป็นกังวลของไอรา แววตาจึงเปล่งประกายความอ่อนโยนออกมาเล็กน้อย พูดขึ้นเบาๆ “ช่างมันไม่ได้ นี่เป็นไตที่ฉันหามาให้เธอ ใครหน้าไหนก็ไม่มีคุณสมบัติแล้วก็ไม่มีสิทธิ์แย่งไปทั้งนั้น เชื่อฉันรอฉันกลับมานะ”
“ฉันจะไปกับนายด้วย”
ไอรากังวลใจ หวาดกลัว เธอรู้ว่ากานต์เก่ง แต่ก็อดเป็นห่วงเขาไม่ได้
ถ้าเป็นแต่ก่อน กานต์คงไม่ปฏิเสธแน่ๆ แต่ตอนนี้สุขภาพของไอราแย่มาก แม้เธอจะเก็บซ่อนเรื่องนี้อย่างเต็มที่มาโดยตลอดก็ตาม
กานต์ลูบผมของเธอ พูดเบาๆ “เชื่อฉัน รอฉันกลับมานะ”
คำพูดนี้ทำให้ไอรารู้แล้วว่าการตัดสินใจของเขาคืออะไร แววตาของเธอผิดหวัง
ท้ายที่สุดก็ไม่สามารถตามกานต์ไปได้ ตอนนี้สำหรับกานต์แล้ว ไม่รู้เลยว่าตนเองถือเป็นภาระของเขาหรือเปล่า ไอรารู้เพียงแค่ ถ้ามีโอกาสที่ต้องเลือกอีกครั้ง เธอก็ยังคงไม่ลังเลที่จะตัดสินใจเหมือนเดิม เพราะการได้รักเขากลายเป็นความเคยชินไปแล้ว
“ก็ได้ นายต้องไม่เป็นไรนะ ฉันจะรอนายกลับมา”
ไอราไม่ได้อ้อนวอนต่อไป
ในเมื่อกานต์รู้สึกว่าเธอไม่เหมาะที่จะไปกับเขา งั้นเธอก็จะรอเขาอยู่ที่นี่อย่างสงบ ถึงเธอจะร้อนรนกระวนกระวาย ถึงเธอจะเป็นห่วงเขาเหลือเกิน
กานต์รู้ว่าจริงๆในใจของไอราก็ทนไม่ได้ แต่ตอนนี้เขาต้องมีเหตุผลให้มากขึ้น เพราะรู้ว่าถ้า ไอราออกไปก็ต้องแบกรับกับความเสี่ยง แต่ความเสี่ยงนี้เขาไม่อยากให้เกิดขึ้นเลย
หลังจากเขามองไอราอย่างลึกซึ้งแล้วก็ก้าวเท้าเดินออกไป กิจจาถึงได้เดินตามหลังเขาออกไปจากห้อง
กิจจาเห็นกานต์เดินเร็วมาก จึงขมวดคิ้ว พูดขึ้น “ไม่พาเธอไปด้วยจริงๆเหรอ? จริงๆสุขภาพของเธอในตอนนี้ยังไหวอยู่นะ”
“ผมไม่หวังให้เธอเกิดเรื่องใดๆขึ้นเลย อยู่ที่นี่มีคนของเขตทหาร มีคนของตระกูลเชาวนภูติ แล้วยังมีแม่กับน้องชายของเธออีก ที่นี่ปลอดภัยจนทำให้ผมไม่ต้องกังวล พี่ใหญ่ คนๆนั้นไปทางไหน?”
กานต์เดินมาถึงทางเข้า จึงหันกลับไปมองกิจจา
กิจจาชี้ๆไปทางด้านข้าง พูดขึ้น “พี่ก็เห็นไม่ชัดมาก แต่น่าจะเป็นทางนี้ ไม่งั้นนายรอให้คนของเขตทหารตรวจสอบผลลัพธ์ออกมาก่อนแล้วค่อยตัดสินใจไหม?”
“ไม่ต้องหรอก ไตของไอรารอไม่ได้”
กานต์พูดจบก็เดินออกไปทางที่กิจจาชี้ทันที
เขาเดินไปด้วยความรีบร้อน จึงไม่เห็นความรู้สึกซับซ้อนในแววตาของกิจจา ที่แวบขึ้นมาแล้วหายไปในทันที
คนของเขตทหารก็กำลังสืบสวนเรื่องราว ทั้งโรงพยาบาลทหารโดนประกาศเคอร์ฟิวแล้ว
กานต์ไล่ตามออกไปไกลระยะหนึ่งแต่ก็ไม่พบร่องรอยใดๆ
เขาจึงหยุดฝีเท้าลง
แม้อีกฝ่ายจะเป็นผู้ก่อการร้ายที่มีความสามารถในการหลบหลีกการติดตามมากมาย แต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่พบร่องรอยใดๆเลย
กานต์ขมวดคิ้วแน่น กำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
ส่วนทางด้านนี้ กิจจากลับมาที่ห้องทำงาน เพิ่งจะเปิดประตูก็โดนใครบางคนจ่อกริชเข้ามาที่คาง
“ฉันเอง”
กิจจาไม่ได้แสดงท่าทีตกใจสักนิด ราวกับกริชที่อยู่ใต้คางนั้นทำมาจากกระดาษ ไม่มีท่าทีที่โดนข่มขู่คุกคามเลย เขาเดินเข้าไปอย่างทะนงตัว
อีกฝ่ายรีบเก็บกริชลงมา มองกิจจาแล้วขมวดคิ้วแน่นพูดขึ้น “นายไม่กลัวตายเลยหรือไง? ถ้าฉันถือไว้ไม่มั่นคง นายคงโดนฉันตัดคอไปแล้ว”
“ตายก็ตายสิ เรื่องที่ฉันทำทั้งหมดตอนนี้แตกต่างจากตายไปแล้วยังไงเหรอ?”
แววตาของกิจจาสงบจนทำให้เธอรู้สึกอึดอัด