ตอนที่ 1824
บทที่ 1824 มีเรื่องปิดบังตนเองอยู่
October 31, 2026
กิจจากำลังมองกานต์ ส่งช้อนที่อยู่ในมือไปให้เขา พูดนิ่งๆ “ลงมือสิ พี่รู้ด้วยความสามารถของนาย ต่อให้มีแค่ช้อนคันนี้ นายก็ฆ่าพี่ได้”
“พี่เป็นพี่ผมนะ!”
กานต์รู้สึกอึดอัดใจ แต่พยายามอดกลั้นเอาไว้ ทว่ายังคงคำรามออกมาเบาๆเหมือนสัตว์ร้ายที่ได้รับบาดเจ็บ กำลังดิ้นรนด้วยความเจ็บปวด แต่กลับไม่มีทางเลือกที่จะทำอะไรได้
จู่ๆกิจจาก็ค่อนข้างแสบจมูก
เขาหันหน้าออกไป มองท้องฟ้าด้านนอก เห็นๆอยู่ว่าแสงอาทิตย์ที่เจิดจ้ากำลังสาดส่องลงมา แต่ตอนนี้เขากลับรู้สึกเหมือนตกลงไปในนรก
กานต์เป็นหนึ่งคนที่ปกป้องคุ้มครองคนในครอบครัวอย่างเต็มที่ ถึงขั้นที่เพราะตนเองไม่ใช่ลูกชายแท้ๆของบุริศร์กับนรมน แต่พวกเขาทุกคนก็ปรารถนาที่จะมอบความรักที่จริงใจทั้งหมดให้แก่เขา
แต่เขาทำอะไรลงไปล่ะ?
กิจจาค่อนข้างเหยียดหยามตนเองแล้ว
“ไตของไอราพี่จะหามาให้เร็วที่สุด รวมไปถึงการเคลื่อนย้ายมาที่นี่ จะไม่ทำให้การผ่าตัดของเธอต้องล่าช้าแน่นอน พี่รับรอง”
กานต์กัดริมฝีปากแน่น พูดขึ้น “ผมไม่เคยสงสัยในความสามารถกับเส้นสายของพี่เลย พี่ก็รู้ว่าสิ่งที่ผมอยากฟังไม่ใช่เรื่องนี้”
“นายอยากรู้เรื่องระหว่างฉันกับเมษาสินะ?”
คำพูดของกิจจาทำให้กานต์กระจ่างแจ้ง สิ่งที่ตนเองทำลับหลังสงสัยว่ากิจจาจะรู้ตั้งแต่แรกแล้ว
ทั้งสองคนเติบโตมาด้วยกัน รู้ดีอยู่แล้วว่านิสัยของกันและกันเป็นยังไง ดังนั้นตอนที่ได้ยินกิจจาพูดอย่างนี้กานต์จึงไม่ปิดบังแล้วพยักหน้าไปตรงๆ
“ใช่ ผมอยากรู้ เมษาเป็นอะไรกับพี่? พี่ไม่ได้คบอยู่กับณิตาหรอกเหรอ? พี่ชอบเธอไม่ใช่เหรอ? แต่ตอนนี้เมษากลับสามารถทำให้พี่ถึงขั้นละทิ้งคนในครอบครัวเพื่อไปช่วยเหลือเธอ ดังนั้นคนที่พี่รักคือเธองั้นเหรอ?”
กิจจาส่ายหัว เดิมทีอยากจะใช้นิโคตินมาทำให้ตนเองไร้ความรู้สึก แต่สุดท้ายยังไงตนเองก็ไม่สามารถสูดกลิ่นที่ชวนสำลักประเภทนั้นได้ เขาทำได้เพียงหยิบหมากฝรั่งในกระเป๋าออกมาเคี้ยวทีละนิดๆ
กานต์ก็ไม่เร่งรัดเขา
บางเวลาคนเราคงต้องการพื้นที่เงียบๆบ้าง
เขาเชื่อว่ากิจจานัดตนเองออกมาคงต้องพูดอะไรแน่ๆ แต่อยากจะพูดอะไร เขาบีบบังคับไม่ได้จริงๆ
หลังจากกิจจากินหมากฝรั่งไปสามชิ้นจึงรู้สึกสงบลงได้
เขาพูดขึ้น “พี่กับเมษาไม่ได้รู้สึกอะไรต่อกัน แล้วก็ไม่ได้สนิทกันด้วย แต่เธอเคยช่วยชีวิตพี่ไว้ พี่ติดค้างหนี้ชีวิตเธอก็เท่านั้น”
“พี่ พี่เป็นหมอนะ เธอช่วยชีวิตพี่มันหมายความว่าไง?”
กานต์รู้สึกได้ว่ากิจจามีเรื่องอะไรที่เขาไม่รู้
ก็ใช่ หลายปีนี้เขาใช้ชีวิตอยู่ในเขตทหาร ในหัวมีแต่เรื่องปกป้องประเทศชาติ คนในครอบครัวเขาไม่เคยต้องกังวลอยู่แล้ว ตอนนี้ได้ยินกิจจาพูดอย่างนี้ จู่ๆกานต์ก็ค่อนข้างตำหนิตัวเองและรู้สึกผิด
แต่กิจจากลับโบกๆมือพูดขึ้น “นายไม่ต้องคิดมาก พี่ไม่ได้เสี่ยงอันตรายมากขนาดนั้น ถ้าจะบอกว่าอันตราย ยังไงนายปฏิบัติภารกิจอยู่ในเขตทหารก็ค่อนข้างอันตรายกว่า แต่ก่อนพี่เคยไปทำงานอาสาสมัครที่แอฟริกาใต้ แต่กลับเจอผู้ก่อการร้ายบุกโจมตีเข้ามาอย่างกะทันหัน ตอนนั้นมีผู้ก่อการร้ายคนหนึ่งบาดเจ็บ พวกเขาจึงเอาแต่ตามหาหมอมาทำการรักษา เมื่อรู้ว่าพี่เป็นหมอพอดี ก็เลยจับพี่เอาไว้”
พูดถึงตรงนี้ กิจจาหยุดลงเล็กน้อย ราวกับไม่อยากหวนนึกถึงสถานการณ์ในตอนนั้นมากๆ แต่เพราะเรื่องนี้จึงต้องหวนนึกถึง ทำให้เขาค่อนข้างหดหู่
กานต์เองก็รู้เรื่องอย่างนี้
ถึงผู้ก่อการร้ายจะบีบบังคับให้ตัวประกันยอมทำตาม แต่เวลานี้ถ้ามีผู้ก่อการร้ายบาดเจ็บ หมอจึงเป็นตัวประกันที่ดีที่สุด
อีกอย่างกิจจาไปแอฟริกาใต้ก็เจอผู้ก่อการร้ายจู่โจมเข้ามาอย่างกะทันหันหลายต่อหลายครั้ง แต่ก่อนอายุยังน้อย เจอกับผู้ก่อการร้ายที่บุกโจมตีเข้ามาเขาก็ไม่สามารถขัดขืนอะไรได้ แต่ถ้าไม่กี่ปีก่อนนี้ กิจจาเป็นผู้ใหญ่แล้ว ทั้งยังเป็นคนที่มีทักษะไม่เลวเลย ถ้าเขาโดนบีบบังคับให้ทำตามก็แสดงว่า เขาจงใจ
“ทำไมถึงโดนจับ?”