ตอนที่ 1826
บทที่ 1826 เป็นพี่ใหญ่จริงๆสินะ
October 31, 2026
“นายเอากานต์ไปไว้ที่ไหน? กิจจา นายก็รู้ กานต์คือคนที่พวกฉันต้องการ”
เมษาเพิ่งพูดจบ ก็รู้สึกได้ถึงสายตาที่ราวกับมีดคมๆของกิจจาที่จู่โจมเข้ามาอย่างฉับพลัน
เขาพูดอย่างเย็นชา “ถ้าไม่อยากให้ฉันผ่าตัดให้คนๆนั้นแล้ว ก็ถามเรื่องกานต์ต่อไป ฉันยังไงก็ได้ แต่กลัวแค่ว่าคนๆนั้นจะรอไม่ไหวน่ะสิ”
เมษาโดนตอกกลับจนพูดไม่ออก
กิจจาไม่สนใจว่าเธอจะคิดยังไง เข้าไปในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วก็ออกมา จุดไฟเผาชุดเดิมต่อหน้าของเมษาทันที
“นี่นายทำอะไรน่ะ?”
“บนตัวของฉันมีกลิ่นกับรอยนิ้วมือของกานต์”
คำพูดของกิจจาทำให้เมษาอดไม่ได้ที่จะมองเขามากขึ้น
ยิ่งได้รู้จักกับกิจจา เธอยิ่งรู้สึกว่ากิจจาเป็นคนที่ระมัดระวังรอบคอบคนหนึ่งเลย ถ้าได้รับการปกป้องจากผู้ชายอย่างนี้ ในวันข้างหน้าคงเป็นผู้หญิงที่มีความสุขตลอดไปแน่ๆ
เมษาใจเต้นแรงอยากเดินเข้าไปใกล้ๆ แต่กิจจาแค่สะบัดสายตาที่เย็นชาเข้ามา ก็หยุดฝีเท้าของเธอเอาไว้ได้ทันที
เธอยิ้มอย่างอึดอัด แต่กิจจากับไม่ได้มีสีหน้าดีๆมอบให้เธอเลย
“ถ้าไม่มีอะไรก็ไปซะเถอะ ที่ฉันนี่เธอก็ไม่ต้องมาอีกแล้ว ต่อให้จะใช้ตัวตนของบุคคลธรรมดา ฉันก็ไม่คาดหวังว่าจะได้เจอเธออีก ไม่งั้นฉันอาจจะทำการผ่าตัดได้ไม่ดี”
“นาย!”
เมษากัดริมฝีปาก สีหน้าค่อนข้างแย่
กิจจาน่ารังเกียจเกินไปจริงๆ!
แต่ทว่าประวัติส่วนตัวของเขา ความสามารถของเขา รวมไปถึงอิทธิพลของกิจจาในวงการแพทย์อีกทั้งหมดล้วนแต่ไม่ยอมให้เธอทำตัวเหิมเกริม
เมษาคำรามออกมาอย่างเย็นชา แล้วเดินออกไปด้วยความเดือดดาล
หลังจากรอเธอเดินออกไป กิจจาก็หยิบโทรศัพท์ออกมา โทรไปสั่งผู้ช่วยของตนเอง
“หาคนมาฆ่าเชื้อโรคที่ห้องทำงานฉัน ทุกพื้นที่ต้องฆ่าเชื้อให้หมด แล้วก็ เปิดหน้าต่างทิ้งไว้สิบสองชั่วโมงแล้วค่อยปิด”
ผู้ช่วยตกตะลึงเล็กน้อย อดไม่ได้ที่จะพูดขึ้น “หมอกิจจา ถ้าสิบสองชั่วโมงงั้นตอนกลางคืนก็จะไม่ได้ปิดหน้าต่าง ถ้าลมหนาวๆพัดเข้ามาคงไม่ค่อยดีเท่าไหร่”
“ทำตามที่ฉันบอก”
น้อยมากที่กิจจาจะใช้น้ำเสียงเย็นชาแข็งกระด้างเช่นนี้
ผู้ช่วยจึงตกอกตกใจ รีบรับปากทันที
หลังจากวางโทรศัพท์กิจจาก็รู้สึกหงุดหงิดอยู่บ้าง เขาดึงๆคอเสื้อของตนเอง แต่ยังคงไม่รู้สึกดีขึ้น จึงอดไม่ได้ที่จะเดินออกไปจากห้องทำงาน
เพิ่งขึ้นรถนรมนก็โทรเข้ามา
กิจจาเห็นเบอร์ที่แสดงอยู่ ขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่กลับไม่รีบร้อนที่จะกดรับ
เขากำลังลังเล กำลังสับสน แต่กลับกดรับโทรศัพท์ที่ใกล้จะวางสายอย่างฉับพลัน
“แม่ครับ------”
กิจจาพูดเบาๆ ตาแดงขึ้นมา
นรมนฟังไม่ออกว่าเสียงของกิจจาแปลกไป แค่ถามขึ้นอย่างใส่ใจ “เราไปเมืองหลวงแล้วเหรอ?”
“ครับ ผ่าตัดเสร็จแล้วก็จะกลับเลย”
กิจจาไม่ได้พูดอะไรมากเกินไป
นรมนก็ไม่ได้สงสัยเขา พูดอย่างอ่อนโยน “แม่เพิ่งได้ยินมาว่ากระเพาะของเราไม่ดี กิจจา เราเองก็เป็นหมอนะ อยู่ข้างนอก อย่าลืมกินข้าวล่ะ แม่รู้ว่าหมออย่างพวกเราน่ะแค่เข้าผ่าตัดก็ไม่มีเวลามาสนใจแล้ว แต่ว่าแม่ก็ต้องพูดอยู่ดี กระเพาะไม่ดีตั้งแต่อายุยังน้อยมันไม่ใช่เรื่องที่ดีนะ รอให้การผ่าตัดนี้เสร็จสิ้น เรากลับมาบ้านแล้ว แม่จะดูแลกระเพาะของเราให้เต็มที่เลย”
ได้ฟังนรมนบ่น ดวงตาของกิจจาก็ชุ่มชื้นขึ้นมาทันที
“แม่ ไปฟังใครพูดมาว่าผมกระเพาะไม่ดี? กระเพาะผมไม่มีปัญหานะครับ”
“งั้นเหรอ? ถ้าดีจริงจะปวดจนหมดสติไปตอนกลางดึกได้ยังไง? กิจจา เราจะปิดบังแม่กับพ่อไปอีกนานแค่ไหน? พ่อเราพูดไว้แล้วนะ ถ้าเราไม่เชื่อฟัง หลังจากการผ่าตัดครั้งนี้เขาจะให้กานต์ลักพาตัวเรากลับมา ถึงตอนนั้นดูสิว่าพี่ชายอย่างเราจะอับอายไหม ถึงยังไงเราตัดสินใจเอาเองก็แล้วกัน เอาล่ะ แม่ไม่ทำให้เราเสียเวลาแล้ว ดูแลสุขภาพด้วย”
นรมนพูดจบก็วางสายไป
กิจจามองโทรศัพท์ในมือ รู้สึกตึงๆที่ช่วงคอ