ตอนที่ 1836
บทที่ 1836 รั้งมารั้งไปรั้งกลายเป็นศัตรู
October 31, 2026
หลังจากที่กานต์ลงสู่พื้นดินอย่างปลอดภัย ประตูห้องของกิจจาก็ถูกเปิดออก ท่านพลพาคนเดินเข้ามา
เขาสำรวจห้องของกิจจาเล็กน้อย ราวกับอยากจะเจอเบาะแสอะไรบางอย่าง กลับเห็นกิจจายืนอยู่ตรงนั้นด้วยใบหน้าที่ยิ้มประชดประชัน อดไม่ได้ที่จะรู้สึกอึดอัดใจ กลับได้แต่อดกลั้นเอาไว้
“หมอกิจจายังไม่พักผ่อนหรอครับ?”
ท่านพลเอ่ยปากขึ้นอย่างค่อนข้างเก้กัง
กิจจากลับเอ่ยขึ้นอย่างเยือกเย็นว่า “ตอนนี้ผมถูกคุณกักขังเอาไว้ คุณคิดว่าผมจะสามารถนอนหลับได้? งั้นผมต้องใจโตขนาดไหนกัน?”
คำพูดนี้พูดจนท่านพลรู้สึกหน้าเสีย
“หมอกิจจา ไม่จำเป็นต้องตาต่อตาฟันต่อฟันกับผมแบบนี้หรอกมั้งครับ คุณก็รู้ ผมเห็นคุณเป็นแขกผู้มีเกียรติ”
“คุณพูดคำพูดนี้ไม่รู้สึกละอายใจหรอ? หรือว่ามีคำพูดอะไรก็พูดออกมาเถอะ”
กิจจากลับไม่ผ่อนปรนเลยแม้แต่น้อย ทำเอา ท่านพลโมโหเป็นอย่างยิ่ง
รอยยิ้มของเขาในที่สุดก็เก็บลง เอ่ยขึ้นอย่างเยือกเย็นว่า “เมื่อครู่นี้สายฟ้ามาที่นี่ ได้พูดคุยอะไรกับคุณใช่หรือเปล่า?”
“อืม เขาต้องการให้ผมช่วยลูกชายเขา ทำไมครับ? ท่านพลก็มาขอร้องผมเหมือนกัน?”
คำว่าขอร้องนี้ของกิจจาทำให้สีหน้าของท่านพลไม่น่าดูขึ้นมาในทันที
“ขอร้อง?เขาขอร้องยังไง?”
“คุกเข่าลงขอร้องผมน่ะสิ ขอร้องคนก็ต้องมีท่าทีของการขอร้อง ท่านพลว่าใช่หรือเปล่า?”
กิจจามองดูท่านพลอย่างเหมือนจะยิ้มแต่ก็ไม่ได้ยิ้ม
สีหน้าของท่านพลไม่เข้าใจขึ้นมาในชั่วขณะ
นิสัยของสายฟ้าเขารู้ดีกว่าใคร มองดูเชื่อฟังคำสั่งมาก แต่ก็กลับโอหังมากเช่นเดียวกัน ถ้างั้นคนที่โอหังคนหนึ่งจะคุกเข่าลงขอร้องกิจจา?
ทว่าคิดถึงสถานการณ์ตอนนี้ของลูก ท่านพลก็ไม่กล้าพูดอย่างมั่นใจอีกว่าสายฟ้าจะไม่คุกเข่าลงเพื่อลูก ถึงอย่างไรท่าทีที่เขามีต่อลูกท่านพลก็รู้ดีมากเช่นเดียวกัน
คิดถึงตรวนี้ ท่านพลก็ไม่อ้อมค้อมแล้ว เอ่ยขึ้นตรงๆว่า “หมอกิจจาตัองทำยังไงถึงจะสามารถทำการผ่าตัดให้หลานผมได้?”
“เงื่อนไขผมไม่ใช่เสนอไปแล้ว?”
“หมอกิจจาไม่คิดจะอ้อมกับผมแม้แต่น้อยจริงๆใช่หรือเปล่า? นึกว่าผมไม่มีวิธีการอะไรกับคุณ?”
สีหน้าของท่านพลในที่สุดก็หนักอึ้งลงมา
กิจจาหัวเราะอย่างประชดประชันพร้อมกับเอ่ย “คุณยังคิดจะยังไง?”
“กานต์แม้ว่าพวกเราจะหาไม่เจอ แต่นรมนกับบุริศร์จะต้องหาเจออย่างแน่นอน ผมรู้ความสามารถของพวกเขาและข้างกายก็ยังมีคนคุ้มกันอยู่ แต่ว่าก็คงจะไม่สามารถคุ้มกันตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงใช่หรือเปล่า? อีกอย่าง ได้ยินว่าน้องชายสองคนกับน้องสาวอีกหนึ่งคนของคุณต่างก็เป็นตัวของตัวเองอย่างมาก คุณว่าหากผมแตะต้องพวกเขา…”
“คุณกล้า!”
ใบหน้าของกิจจามืดมนลงมาอย่างกะทันหัน
ครอบครัวเป็นฟางเส้นสุดท้ายของเขา
ท่านพลเห็นกิจจาโมโหแล้ว ถึงได้เอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มอ่อนๆว่า “ฉะนั้นหมอกิจจายังไงก็คิดไตร่ตรองดูให้ดีเถอะ”
พูดจบท่านพลก็พาคนจากไป
กิจจาค่อนข้างเป็นกังวล แต่ก็คิดว่าน้องชายน้องสาวของตนเองฝีมือแกร่งกล้า ไม่แน่ว่าจะยอมอ่อนข้อให้กับท่านพลได้ แต่ที่เขาพูดก็ถูก เสือยังมีตอนที่งีบหลับ กลัวก็แค่ท่านพลจะเป็นเหมือนงูพิษจ้องคนในครอบครัวของเขาจริงๆ
เขาหมุนตัวด้วยความรวดเร็ว แต่ว่ากานต์ได้จากไปแล้ว
ในเมื่อกิจจาจะอยู่ที่นี่ต่อ กานต์ก็ไม่ทำลายแผนการของเขาเป็นธรรมดา วินาทีที่ลงสู่พื้นก็ทำให้คนถอยทัพออกไปแล้ว จากนั้นก็ส่งตำแหน่งของที่นี่ออกไปในวินาทีแรก
ตอนนี้เขาไม่เชื่อใครทั้งนั้น เชื่อเพียงแค่ชมพูกับนะโม ดังนั้นข้อความก็ต้องส่งให้กับพวกเขาเป็นธรรมดา
ชมพูไปบอกกับธเนศพล
ธเนศพลส่งคนเฝ้าสังเกตคฤหาสน์ด้วยความรวดเร็ว
ทุกสิ่งทุกอย่างดูเหมือนต่างก็กำลังดำเนินการอยู่อย่างเป็นระเบียบแบบแผน
หลังจากที่กานต์ออกไปจากคฤหาสน์ก็ไปที่โรงพยาบาลทหารด้วยความรวดเร็ว ในเวลานี้ฟ้าเพิ่งสว่างขึ้นมาเล็กน้อย
กานต์ที่ไม่ได้หลับมาทั้งคืนกระโดดเข้าไปในห้องของไอราจากทางหน้าต่าง หลังจากที่เห็นคนที่อยู่ในใจนอนหลับสนิทอยู่บนเตียง ใจที่ตึงเครียดนั้นในที่สุดก็ลงสู่พื้นดิน
เขาถอดรองเท้าขึ้นเตียงด้วยความรวดเร็ว มือหนึ่งข้างโอบไอราเอาไว้
ลมหายใจที่คุ้นเคยทำให้ไอราชะงักเล็กน้อย พอลืมตาขึ้นก็เห็นใบหน้าอันหล่อเหลาที่ขยายใหญ่นั่นของกานต์ อดไม่ได้ที่จะคิดว่าตนเองฝันไป หยิกตัวเองอย่างเต็มแรงไปทีหนึ่ง
ไม่เจ็บ?
ดังนั้นกำลังฝันอยู่จริงๆ?