ตอนที่ 229
บทที่ 229 คุณต้องปลอบโยนผมนะ
October 22, 2026
บทที่ 229 คุณต้องปลอบโยนผมนะ
“ไม่นะ นรมน ผมกลับมาในคืนนี้ คุณทำให้ผมหนาวจนเข้าไปถึงกระดูกก็แล้วกันไป ตอนนี้ยังทิ้งให้ผมอยู่คนเดียวอีก นี่มันอะไรกัน?”
บุริศร์น้อยใจสุดๆ
ฝีเท้าของนรมนหยุดนิ่งไปชั่วขณะ กิจจารีบกอดแขนของนรมน และกล่าวอย่างน่าสงสาร:“หม่ามี้ ผมหนาวจังเลยครับ กมลอยู่ข้างในต้องหนาวแน่เลย”
“จริงด้วย”
นรมนนึกถึงกมล หันไปพูดกับบุริศร์ว่า:“คุณกลับห้องไปนอนเถอะ ฉันจะเข้าไปอุ้มกมลออกมา ด้านในหนาวมาก”
“ไม่ใช่……”
บุริศร์ร้องเรียกอย่างเหี่ยวแห้ง
กิจจาแอบแลบลิ้นปลิ้นตาใส่บุริศร์ในอ้อมแขนของนรมน
สมน้ำหน้า!
ใครใช้ให้เมื่อกี้แด๊ดดี้ทำรุนแรงกับเขา
บุริศร์มองเห็นท่าทางอิ่มอกอิ่มใจของกิจจา แทบอยากจะลากไอ้เด็กแสบคนนี้ลงมาคุยกันอีกรอบ
หลังจากนรมนอุ้มกิจจาเข้าไปในห้อง เขาจึงลงมา
“หม่ามี้ครับ วันนี้ตอนที่น้องออกไปไม่รู้ว่าจะเป็นหวัดหรือเปล่า คืนนี้พวกเราต้องดูแลน้องอย่างดี”
ประโยคนี้ทำให้หัวใจที่สั่นไหวของนรมนเมื่อกี้เกิดสั่นคลอนอีกรอบเล็กน้อย
จริงด้วย
เธอยังไม่ได้จัดการเรื่องของตุลยาให้ชัดเจน และกมลวิ่งไปตรงนั้นนานเช่นนี้ ไม่รู้ว่าจะเป็นหวัดหรือเปล่า
เดิมทีเธอคิดว่ากล่อมลูกเสร็จจะไปอยู่กับบุริศร์ แต่ได้ยินกิจจาพูดแบบนี้ นรมนรู้สึกสับสนจริงๆ
กิจจาเห็นเธอมีท่าทางสับสน แอบยิ้มทันที
แด๊ดดี้ด่าเขาเลย!
เหอะ!
คืนนี้จะไม่ให้หม่ามี้กลับไป!
กิจจาวางแผนอย่างดี นรมนตามไม่ทันอยู่แล้ว
เธออุ้มกมลออกมา บุริศร์ยังคงอยู่ แววตาที่มองนรมนแฝงความน้อยใจเล็กน้อย
นรมนรีบหันไป ไม่กล้ามอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งรอยแผลบนหน้าผากของเขาในตอนนี้ ยิ่งทำให้นรมนรู้สึกผิดในใจ
แต่นึกถึงลูกสาว เธอจำต้องกัดฟันกล่าวว่า:“คุณรีบกลับไปพักผ่อนเถอะ คืนนี้ฉันจะอยู่เป็นเพื่อนกมลกับกิจจา ระวังจะเป็นหวัดนะ”
พูดจบเธอรีบวางกมลบนเตียง มีท่าทางลุกลี้ลุกลนเล็กน้อย ไม่กล้าหันไปมองบุริศร์
กิจจามองเห็นท่าทางห่อเหี่ยวของบุริศร์ เขาแอบยิ้ม จากนั้นรีบพูดกับนรมน:“หม่ามี้ อยู่ดีๆผมก็รู้สึกไม่สบายท้อง ไม่รู้ว่ากินข้าวเย็นเยอะไปหรือเปล่า”
“จริงหรือ ?รู้สึกไม่สบายท้อง?มาให้หม่ามี้ดูหน่อย”
นรมนรีบอุ้มกิจจามาวางบนเก้าอี้ จับท้องของเขาเบาๆ ถามอย่างอ่อนโยนว่า:“ปวดแบบไหน ?อยากไปหาหมอไหม?”
บุริศร์ก็รู้สึกเป็นห่วงเล็กน้อย แต่ทันทีที่มองเห็นกิจจาแอบยิ้ม เขาเข้าใจทันที
“กิจจา แกกล้า……”
“โอ้ย ปวดท้องจะแย่อยู่แล้ว”
กิจจารีบกุมท้องเอาไว้ แทบจะล้มลงไปในอ้อมแขนของนรมน มือเล็กๆออกแรงดึงแขนของเธอเอาไว้ ร้องโอดโอย
นรมนตกใจ
“หม่ามี้จะพาไปโรงพยาบาล”
“ไม่ต้องครับ หม่ามี้ หม่ามี้กอดผมสักพักก็หายแล้ว”
กิจจารีบซุกในอ้อมแขนของนรมน
นรมนมองเห็นท่าทางในตอนนี้ของกิจจาดูน่าสงสาร เข้าใจว่าเขาคิดถึงแม่แท้ๆของตนเอง ส่วนเมื่อกี้ที่บุริศร์ดุด่าเสียงดัง เดิมทีกิจจามีเจตนาดี ไม่เพียงแต่ไม่ได้รับคำชมจากบุริศร์ แถมยังถูกตำหนิอีก จึงรู้สึกน้อยใจเป็นธรรมดา
คิดถึงตรงนี้ นรมนถลึงตามองบุริศร์อย่างตำหนิ จากนั้นโอบกอดกิจจาเอาไว้ กล่าวอย่างอ่อนโยน:“ เด็กดี ไม่เจ็บแล้วเนอะ หม่ามี้นวดๆให้”
“หม่ามี้ ผมเจ็บตรงนี้”
กิจจาคว้ามือของนรมนวางลงบนท้องของตนเอง
มือของหม่ามี้นุ่มจังเลย!
มองเห็นท่าทางไร้ยางอายของกิจจา บุริศร์แทบจะระเบิดด้วยความโมโห
“นรมน ไอ้เด็กแสบคนนี้มันเสแสร้ง เขา……”
“คุณรีบกลับไปพักผ่อนเถอะ กิจจาก็เหนื่อยเช่นกัน อยากนอนแล้ว ”
เสียงของนรมนทุ้มต่ำเล็กน้อย ทำให้บุริศร์หดหู่อย่างยิ่ง
เขาถูกลูกชายแย่งความสนใจจากภรรยาไปตั้งแต่เมื่อไหร่?
บุริศร์ถลึงตามองกิจจาด้วยความโหดเหี้ยม แต่กิจจากลับร้องขึ้นมาอีกครั้ง
“หม่ามี้ แด๊ดดี้ใจร้ายจังเลย หม่ามี้รีบให้เขาออกไปเร็วๆ ผมกลัว!ท้องยิ่งปวด”
“กิจจา!”
“บุริศร์!”
นรมนขึ้นเสียงสูงฉับพลัน เห็นได้ชัดว่าโกรธจริงๆ
เห็นนรมนปกป้องกิจจาเช่นนี้ บุริศร์คิดว่าวันนี้ตนเองคงไม่มีหวังแล้ว
ไอ้เด็กแสบ!
บุริศร์กัดฟันด้วยความโมโห แต่กลับทอดถอนใจและกล่าวว่า:“ได้ ผมไปก่อนนะ คุณก็อย่าหักโหม ร่างกายของคุณยังไม่คืนสู่สภาพเดิม รีบพักผ่อน อย่าตามใจไอ้เด็กแสบคนนี้มาก มีอะไรเรียกผม”
“ค่ะ”
นรมนพยักหน้า ยังคงรู้สึกละอายใจเล็กน้อย
เธอไม่กล้าหันไปมองบุริศร์ รีบก้มหน้าเอาแต่ดูแลกิจจา
บุริศร์เห็นเธอมีท่าทางเช่นนี้ จึงไม่อยากทำให้เธอลำบากใจอีก ทอดถอนใจเบาๆ เมื่อเหลือบมองกิจจาอย่างตำหนิ ก็เห็นไอ้เด็กแสบกำลังแลบลิ้นใส่เขา
ได้!
ไอ้เด็กแสบคนนี้นับวันยิ่งไม่เห็นเขาอยู่ในสายตา
เพียงแต่อยู่ต่อหน้านรมน เขาจึงเดินออกไปอย่างสิ้นหวัง
ในขณะนั้นนรมนรู้สึกตัดใจไม่ลง อยากให้บุริศร์อยู่ แต่ก็กลัวเขาจะทะเลาะกับกิจจาขึ้นมาอีก ทำได้เพียงมองบุริศร์เดินออกไปสักพักหนึ่ง
กิจจามองเห็นบุริศร์ออกไป ถึงจะกระโดดออกจากอ้อมกอดของนรมน และกล่าวด้วยความเกรงใจว่า:“หม่ามี้ ผมไม่เป็นอะไรแล้ว ไม่ปวดท้องแล้วครับ”
“ไม่เจ็บแล้วหรือ?”