ตอนที่ 251
บทที่ 251 หรือว่าคุณไม่คิด
October 22, 2026
บทที่ 251 หรือว่าคุณไม่คิด
คำพูดของบุริศร์ทำให้นรมนตกอยู่ในความเงียบ
ถ้าหากแม้แต่คิมยังไม่สามารถทำอะไรได้ แล้วเธอจะทำอะไรได้ล่ะ?
“มันแก้ไขได้ยากใช่ไหมคะ?”
บุริศร์ไม่พูดอะไร แต่โอบกอดนรมนไว้แน่น
โอกาสที่พวกเขาจะได้พบหน้ากันเช่นนี้มีไม่มาก และไม่สามารถเจอกันที่สถานทูตได้ทุกครั้ง ยิ่งไปกว่านั้นปัญหาตัวตนของนรมนไม่ใช่สิ่งที่จะแก้ไขได้ในชั่วข้ามคืน
เห็นบุริศร์ไม่พูดอะไร นรมนก็รู้ว่าบุริศร์เองก็กังวลใจเช่นกัน
เธอกระซิบว่า : “ถ้าหากฉันไม่มีตัวตนไปตลอดชีวิต คุณยังต้องการฉันอยู่หรือเปล่าคะ?”
“พูดอะไรโง่ๆ คุณเป็นภรรยาของผม เป็นแม่ของลูกผม เป็นนายหญิงตระกูลโตเล็กของพวกเรา ไม่ว่าคุณจะมีตัวตนหรือไม่ ผมจำคุณได้ แม่ของผมจำคุณได้ คนในตระกูลโตเล็กของพวกเราจำคุณได้ทุกคน อย่าคิดฟุ้งซ่าน มันต้องมีวิธี”
คำพูดของบุริศร์ทำให้ภายในใจของนรมนรู้สึกดีขึ้นมานิดหน่อย
แต่เธอคิดไม่ถึงเลยจริงๆว่าจะมีวันที่ตัวเองต้องกลายเป็นคนที่ไม่มีตัวตน
เธอไม่สามารถนั่งรถ ไม่สามารถขึ้นเครื่องบิน ไม่สามารถลงทะเบียน ไม่สามารถทำอะไรที่เกี่ยวกับตัวตนของตนเองได้ทั้งนั้น แม้กระทั่งไม่รู้ด้วยว่าในอนาคตข้างหน้าจะเดินเคียงข้างบุริศร์ได้หรือไม่
ความรู้สึกไร้พลังเช่นนี้ทำให้เธออึดอัดและอัดอั้นตันใจอย่างมากและเศร้าใจมากด้วย
บุริศร์รู้ว่าในใจของเธอนั้นอึดอัดเป็นอย่างมาก แต่ไม่รู้จะปลอบใจอย่างไรดี พูดเยอะแล้วจะมีประโยชน์อะไร? ที่สำคัญต้องดูที่วิธีการและผลลัพธ์ แต่ว่าในตอนนี้เขายังไม่มีวิธีการใดๆเลย
ทั้งสองโอบกอดกันและนั่งอยู่สักพัก บุริศร์ก็กระซิบว่า : “คุณยังพักอยู่ที่บ้านของหัวหน้าคิมงั้นเหรอ?”
“อืม!”
“อยู่ต่ออีกสองวัน ไม่เกินสองวันแล้วผมจะไปรับคุณ”
“ตกลงค่ะ”
นรมนเอนตัวอยู่ในอ้อมแขนของเขา พร้อมกับฟังเสียงเต้นของหัวใจของบุริศร์ แล้วกลับรู้สึกอ้างว้างเปล่าเปลี่ยว
แปลกจริงๆ เห็นอยู่ชัดๆว่าเขาอยู่ตรงหน้า ทำไมถึงรู้สึกว่าหลังจากการพบกันครั้งนี้แล้วจะไม่ได้เจอกันอีกแล้วล่ะ?
นรมนรู้สึกว่าตัวเองอาจจะเป็นโรคซึมเศร้าไปแล้วก็ได้
“บุริศร์คะ”
“หืม?”
“ได้แหวนแต่งงานแล้วเหรอคะ?”
จู่ๆนรมนก็ถามอย่างนี้ ทำให้บุริศร์นิ่งอึ้งไป แต่ก็พยักหน้าและพูดว่า : “ได้แล้ว ผมเอามาด้วยนะ”
“ให้ฉันดูหน่อยสิคะ”
นรมนรู้สึกสนใจในทันที
บุริศร์หยิบแหวนแต่งงานคู่หนึ่งออกมาจากกระเป๋าของเขา
แหวนแต่งงานเรียบง่ายไม่ฉูดฉาด และได้สลักชื่อของทั้งสองคนเอาไว้
นรมนมองไปที่แหวนแต่งงานและทันใดนั้นเองก็รู้สึกสะเทือนใจ
“ตอนที่แต่งงานเมื่อแปดปีก่อน คุณไม่เคยขอฉันแต่งงานเลย”
“ถ้าหากผมขอตอนนี้ล่ะ?”
บุริศร์เอ่ยเสียงทุ้มต่ำ
นรมนมองไปที่เขา ทันใดนั้นดวงตาก็เปียกชุ่ม
บุริศร์ก็ไม่พูดไร้สาระอีก และคุกเข่าลงไปข้างหนึ่ง
“คุณนรมนครับ ถึงแม้ว่าวันนี้จะไม่มีช่อดอกไม้ ไม่มีเสียงปรบมือ แล้วก็ไม่มีผู้คนมากมายเป็นพยาน แต่ผมอยากจะบอกว่า ผมอยากแต่งงานกับคุณ อยากอยู่กับคุณตลอดชีวิตและดูแลคุณอย่างดีไปชั่วชีวิต คุณเต็มใจจะแต่งงานกับผมหรือเปล่า?”
“ฉันเต็มใจค่ะ!”
พูดจบนรมนก็ร้องไห้
มันเป็นน้ำตาแห่งความตื้นตันใจ
ภาพที่คาดหวังไว้เมื่อแปดปีก่อนได้เป็นจริงในวันนี้แล้ว เป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลย
พวกเขาเดินวนเป็นวงกลมขนาดใหญ่แล้วถึงจะกลับมาเดินด้วยกันอีกครั้ง ตอนนี้ถึงแม้จะยังมีปัญหาอยู่บ้าง แต่อย่างไรก็ตามตอนนี้ราวกับว่าไม่มีอะไรต้องกลัวอีกแล้ว
บุริศร์สวมแหวนแต่งงานให้กับเธอ มันพอดีเป๊ะเลย
นรมนมองดูแหวนแต่งงานบนนิ้วนาง ทันใดนั้นก็โผกอดบุริศร์เอาไว้
“ชั่วชีวิตนี้คุณห้ามทิ้งฉันนะคะ”
“ไม่มีทาง ผมจะพาคุณไปด้วยทุกที่”
บุริศร์กอดนรมนแน่น
ทั้งสองคนต่างสวมกอดและจูบกันอีกครั้ง
เวลาแห่งความสุขมักจะสั้นเสมอ
บุริศร์ไม่สามารถอยู่ที่นี่ได้นานเกินไปนัก อันที่จริงแล้วระหว่างเขากับหัวหน้าคิมก็ไม่มีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งอะไรเลย ดังนั้นเมื่อเห็นว่าใกล้จะหมดเวลาแล้ว ถึงแม้ว่าคิมไม่ต้องการขัดจังหวะคู่รักอย่างพวกเขา แต่ก็ต้องออกมา
“แค่กแค่ก!”
เธอส่งเสียงไอ นรมนรีบปล่อยมือจากบุริศร์ทันที ใบหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอาย
บุริศร์กลับไม่มีความรู้สึกอึดอัดใดๆเลย ในตอนที่เห็นคิมเพียงตกใจเล็กน้อย แต่ก็กล่าวด้วยความเคารพว่า : “หัวหน้าคิมขอบคุณนะครับ ช่วงนี้ต้องรบกวนคุณช่วยดูแลนรมนด้วยนะครับ”
“ไม่เป็นไร ฉันถูกชะตาเธอ”
สิ่งที่คิมพูดคือความจริง
เธอไม่ค่อยจะได้เจอเด็กสาวที่รู้สึกถูกชะตาด้วยขนาดนี้ นรมนนั้นถือว่ามีนิสัยที่เข้ากับเธอได้จริงๆ
บุริศร์พยักหน้าแล้วพูดว่า : “หัวหน้าคิมพวกเราออกไปคุยกันเถอะครับ”
นรมนอยากจะตามไปด้วย แต่กลับถูกบุริศร์ห้ามเอาไว้
“คุณอย่าไปเลย ข้างนอกคนเยอะอาจถูกพบได้”
“คุณต้องการพูดอะไรกับคุณน้าคิม เหรอคะ?”
นรมนรู้สึกสงสัยเล็กน้อย
บุริศร์ยิ้มพร้อมกับพูดว่า : “พูดอะไรก็ไม่ใช่เรื่องความรักหรอก คุณวางใจเถอะ”
“น่าเกลียด!”
นรมนเตะเขา เมื่อเห็นดูบุริศร์กับคิมเดินออกจากสำนักงานไปแล้ว เธอจึงทำได้เพียงรออยู่ที่ห้องทำงานเท่านั้น
หลังจากที่บุริศร์ออกมาจากสำนักงานแล้วคิมเอ่ยปากพูดเบาๆว่า