ตอนที่ 267
บทที่ 267 ช่างอวดดีเสียจริง
October 22, 2026
บทที่ 267 ช่างอวดดีเสียจริง
“ใคร”
บุริศร์รีบยกโทรศัพท์ขึ้นมา ทว่ากลับไม่มีเสียงตอบจากฝ่ายตรงข้าม
“นรมน นั่นคุณเหรอ เป็นคุณใช่ไหม”
น้ำเสียงของบุริศร์เต็มไปด้วยความร้อนรน ทว่าอีกฝั่งกลับเป็นเสียงเย็นๆ ที่ผ่านการใช้เครื่องแปลงเสียงมา
“มาที่ท่าเรือสาม มาคนเดียวด้วยละ”
พูดจบอีกฝ่ายก็วางสายไปทันที
เห็นได้ชัดว่านี่คือเสียงที่สังเคราะห์จากคอมพิวเตอร์ ไม่มีทางบอกได้ว่าเป็นใคร เวลาโทรของอีกฝ่ายก็สั้นเกินไป จึงไม่สามารถยืนยันตำแหน่งที่แน่ชัดได้
แววตาของบุริศร์เย็นเยียบ
เขารีบคว้าเสื้อนอกแล้วเดินออกจากประตูไป คุณนายโตเล็กที่กำลังเดินลงมาจึงเห็นเข้าพอดี
“นั่นลูกจะไปไหนน่ะ”
“เมื่อกี้มีโทรศัพท์บอกว่าให้ผมไปที่ท่าเรือสาม ผมก็เลยจะลองไปดูครับ ต่อให้มันเป็นกับดัก แต่ในเมื่อมีเบาะแสของนรมน ผมก็อยากจะลองไปหาดูสักหน่อย”
บุริศร์รู้ดีว่าคุณนายโตเล็กเป็นห่วงตนเอง แต่ตอนนี้เขานั่งไม่ติดแล้วจริงๆ
พอเห็นสีหน้าซีดเซียวของผู้เป็นแม่ ในหัวใจของบุริศร์ก็รู้สึกเจ็บปวดเป็นอย่างมาก
“แม่ครับ หลังจากจบเรื่องในครั้งนี้ ผมจะคอยอยู่เคียงข้างแม่อย่างแน่นอนครับ”
“ไม่ต้องสนใจแม่หรอกจ้ะ แม่เองก็อายุมากแล้ว จะมีเรื่องอะไรได้อีก แต่เรื่องของพวกลูกต่างหากที่ทำให้แม่ไม่ค่อยสบายใจ ตอนนี้นรมนจะเป็นยังไงบ้างนะ”
เมื่อได้ยินคุณนายโตเล็กถามแบบนี้ บุริศร์ก็เอ่ยเสียงต่ำว่า “ผมสามารถยืนยันได้ว่านรมนยังคงมีชีวิตอยู่ เป็นไปได้ว่าเธอจะขึ้นเรือบรรทุกสินค้ากลับมาที่ท่าใกล้ๆ เมืองชลธี ทว่าเธอกลับไม่รีบติดต่อผม จึงมีความเป็นไปได้ว่าตอนนี้เธอก็อาจจะกำลังประสบปัญหา ในเวลานี้เองก็มีคนโทรศัพท์มาที่บ้านของพวกเรา บอกให้ผมไปที่ท่าเรือสาม ผมจึงคิดว่านี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ”
“ตามหาตัวป้าโอเจอแล้วหรือยัง”
ทันทีที่ได้ยินผู้เป็นแม่ถามหาป้าโอ บุริศร์ก็ตะลึงไปพักหนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้า
“ยังไม่มีเวลาไปตามหาป้าโอเลยครับ แม่ครับ แม่ก็รู้ดีว่าทันทีที่ผมกลับมาก็เอาแต่ยุ่งอยู่กับเรื่องของนรมน ดังนั้น...”
“ป้าโอไม่ใช่คนที่จะดูแคลนได้” “รู้กันอยู่ว่าตระกูลทวีทรัพย์ธาดาเป็นตระกูลแบบไหน แต่เธอยังสามารถหนีหายออกไปจากสายตาของพวกเขาได้ เห็นได้ชัดว่าความแข็งแกร่งของคนที่อยู่เบื้องหลังเธอนั้นไม่ธรรมดา อีกทั้งตอนนี้เรื่องของนรมนก็ยังไม่ชัดเจน ยังมีโทรศัพท์ประหลาดนี่อีก ถ้ายังไงลูกก็ระวังตัวหน่อยนะ”
บุริศร์ขมวดคิ้วน้อยๆ
“แม่คิดว่าป้าโอจะทำร้ายผมอย่างนั้นเหรอครับ”
ตัวบุริศร์เองก็ยังไม่แน่ใจในความจริงของคำถามนี้
ถึงแม้ว่าป้าโอจะเป็นแม่แท้ๆ ของเขา แต่เธอก็เป็นผู้หญิงที่มีจิตใจโหดเหี้ยมอำมหิต ตลอดหลายปีนี้ที่อยู่ในตระกูลโตเล็กก็ได้เก็บซ่อนมันเอาไว้ในส่วนลึก เป็นไปได้เหรอที่เธอจะยอมล้มเลิกแผนการที่ตัวเองอุตส่าห์วางไว้มาตั้งหลายปีเพียงเพื่อเขา
คุณนายโตเล็กหัวเราะออกมาอย่างเจ็บปวด เธอเองก็ไม่สามารถที่จะตอบคำถามนี้ได้เช่นกัน
ต่างพูดกันว่าเสือร้ายไม่กินลูกของตัวเอง แต่ใครจะไปรู้ว่าป้าโอจะเป็นคนแบบนั้นไหม
“ระวังเอาไว้ก็ไม่เสียหาย”
“เข้าใจแล้วครับ แม่ครับ แม่ก็ดูแลตัวเองดีๆ นะ ผมให้ธรณีส่งคนมาช่วยคุ้มครองพวกเราแล้ว”
เมื่อได้ยินบุริศร์พูดแบบนี้ คุณนายโตและก็ถอนหายใจแล้วพูดออกมาว่า “ตระกูลโตเล็กของพวกเราก็ใช่ว่าจะไม่มีคนอยู่เลย กลับมาต้องมาขอความช่วยเหลือจากตระกูลทวีทรัพย์ธาดา เรื่องนี้นั้น…”
ถึงแม้ว่าเธอยังจะพูดไม่จบ แต่บุริศร์ก็เข้าใจความหมายของเธอดี
“แม่ครับ รอผมตามหาตัวนรมนเจอแล้ว ผมจะกลับมาจัดระเบียบตระกูลโตเล็กสักยกหนึ่ง ตอนนี้เรายังไม่รู้ชัดว่ามีใครบ้างที่เป็นคนของป้าโอ หรือว่าใครเป็นคนของตัวเอง จึงไม่สามารถวางใจได้จริงๆ ”
“ในเมื่อนรมนยังมีชีวิตอยู่ก็ดีแล้ว อำนาจและอิทธิพลของอาณาจักรรัตติกาลก็เชื่อฟังเธอแค่คนเดียว”
คุณนายโตเล็กถอนหายใจออกมาอีกครั้ง หลังจากนั้นก็ลุกกลับไปที่ห้อง
บุริศร์รีบถามออกมาทันที
“ทำอย่างไรถึงจะสามารถติดต่อกับคนของอาณาจักรรัตติกาลได้อย่างนั้นเหรอครับ บางทีพวกเราอาจจะสามารถใช้ประโยชน์จากอิทธิพลของอาณาจักรรัตติกาลในการตามหาตัวนรมน”
“ไม่มีวิธีติดต่อกับพวกเขา อาณาจักรรัตติกาลจดจำเจ้านายได้เพียงแค่คนเดียว และตอนนี้ผู้นำของพวกเขาก็คือนรมน ในเมื่อเธอไม่อยู่ก็ไม่มีใครที่จะสามารถติดต่อได้”
คุณนายโตเล็กก็หมดหนทางเช่นกัน
ทันใดนั้นบุริศร์ก็รู้สึกกลุ้มใจไม่น้อย
เมื่อเห็นคุณนายโตเล็กกลับห้องไปแล้ว บุริศร์ก็จมอยู่ในห้วงความคิดพักหนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินออกไป
เขามาถึงที่ท่าเรือสามด้วยตัวคนเดียว
ที่นี่ไม่มีใครเลยสักคน
เขายังจำได้ว่าตอนนั้นที่เขามาท่าเรือสาม ก็เพื่อที่จะตามหากานต์
แต่เขาก็ยังหาลูกไม่พบ ทำให้เขาเกือบใจสลายอยู่ที่นี่แล้ว
วันนี้เขาได้กลับมาที่ท่าเรือสามอีกครั้ง ฟังเสียงลมทะเลที่พัดเข้ามา ราวกับว่าได้กลับไปอยู่บนน่านน้ำของอเมริกาอย่างไรอย่างนั้น
ตอนนี้เธออยู่ที่ไหนกันแน่นะนรมน
หัวใจของบุริศร์รู้สึกเจ็บเหมือนจะตายเสียให้ได้ ทว่ากลับไม่มีหนทางที่จะบรรเทามันได้เลย
ทันใดนั้นก็มีก้อนหินขนาดเล็กกระทบลงบนสีข้าง
บุริศร์หันกลับไปทันที ทว่ากลับไม่พบใคร ได้ยินเพียงเสียงสังเคราะห์จากคอมพิวเตอร์เท่านั้น
“เดินไปข้างหน้าอีกห้าสิบเมตร แล้วเข้าไปข้างในโกดัง”
“แกเป็นใครกันแน่”
บุริศร์ขมวดคิ้วน้อยๆ
“ทำไมล่ะ ไม่กล้าอย่างนั้นเหรอ ไม่ใช่นายเป็นคนพูดเองหรอกหรือว่าอยากจะรู้เบาะแสของนรมน”
คล้ายอีกฝ่ายจะมองบุริศร์ได้อย่างทะลุปรุโปร่ง ตอนที่พูดประโยคนี้ออกมา ก็เห็นได้ชัดว่ากำลังยั่วยุเขาอยู่
แววตาของบุริศร์มืดลงในทันที
คนที่รู้เรื่องของนรมนมีไม่ค่อยเยอะ นอกจากคนของเขาแล้วยังมีใครอีกอย่างนั้นเหรอ
ตอนนี้รเมศถูกศาลอัยการคุมตัวเอาไว้ ไม่มีทางที่จะออกมาจากอเมริกาได้เร็วแบบนี้แน่ ถ้าอย่างนั้นยังมีใครที่รู้เรื่องนี้อีกกันนะ
หรือว่าจะเป็นคนที่ลักพาตัวนรมนไป
“ฉันขอเตือนแกเอาไว้เลยนะ ให้ดีที่สุดก็อย่าแตะต้องเธอ ถ้าหากเธอเป็นอะไรไปแม้แต่นิดเดียวละก็ ฉันจะทำให้พวกแกทุกคนต้องชดใช้!”
“ฉันละกลัวมากจริงๆ! ก็มาสิ ตกลงแล้วนายจะเข้าไปไหม ไม่เข้าก็ไสหัวไป! พูดไร้สาระมากมายขนาดนี้ได้เสียที่ไหน!”