ตอนที่ 300
บทที่ 300 คุณเป็นภรรยาเพียงคนเดียวของฉันบุริศร์
October 22, 2026
บทที่ 300 คุณเป็นภรรยาเพียงคนเดียวของฉันบุริศร์
“แค่คำขอเล็กน้อยแค่นี้คุณก็ถือว่าไม่ให้เกียรติเธอแล้วเหรอ?คุณทำแบบนี้กับเธอ คุณรู้ไหมว่าเธอเคารพคุณหรือเปล่า?”
คำพูดของนลินทำให้แววตาของบุริศร์เย็นชา ถ้าเกิดไม่ใช่ว่าเธอช่วยกมลเอาไว้ บุริศร์คงจะหันเดินออกไปแล้ว
“เรื่องระหว่างสามีภรรยาน่ะคุณไม่เข้าใจ ฉันไม่ต้องการให้เธอมาเคารพ เธอเป็นผู้หญิงคนหนึ่ง ที่มีอำนาจเอาแต่ใจ เธออยากจะทำอะไรฉันก็ว่าตามเธอ ตามใจเธอ แต่ว่าฉันทำอะไรก็ต้องเคารพเธอ เพราะเธอเป็นภรรยาของฉัน และจะเป็นผู้หญิงที่อยู่กับฉันไปตลอดชีวิต เธอสามารถทำตัวเหมือนเด็กต่อหน้าฉันได้ เป็นเหมือนเจ้าหญิง และคิดว่าตัวเองเป็นเจ้าหญิง ฉันก็ตามใจ ฉันมีลิมิตของฉันเองคิดเองได้”
เมื่อบุริศร์พูดออกไป ใจของนลินก็ปะทุขึ้นมาอีกครั้ง
“ดี คุณถามเธอได้ แต่ว่าฉันคิดว่าเธอคงไม่ปฏิเสธหรอก”
เพราะนี่เป็นข้อแลกเปลี่ยนของเธอกับนรมน!
แต่ทว่าคำพูดนี้นลินพูดกับบุริศร์หรือเปล่า
บุริศร์มองนลินในตอนนี้ ก่อนจะคิดสักพักพลางพูดขึ้น: “ฉันได้ยินว่าคุณเป็นเด็กกำพร้างั้นเหรอ?”
“ใช่!”
“ชื่ออะไรล่ะ?”
“ชื่อนลิน”
นลินตอบน้ำเสียงนิ่งๆ
อันที่จริงเธอชื่ออะไรนั้นตัวเธอเองก็ไม่รู้ นี่เป็นชื่อที่มีผู้หญิงบ้าคนหนึ่งมาคิดว่าเธอเป็นลูกสาวของตัวเอง แล้วเรียกเธอว่านลิน เธอคิดว่ามันเพราะดีเลยเรียกแบบนี้มาตลอด
ถึงแม้ว่าจะไม่รู้ว่าบุริศร์จะถามเธอไปทำไม แต่ว่าเธอก็ตอบไปแล้ว
บุริศร์ถามอีกครั้ง: “คุณนามสกุลอะไร?”
“ไม่รู้ เด็กกำพร้าที่ไหนจะมีนามสกุลกันล่ะ”
นลินหัวเราะ ก่อนจะรู้สึกว่าความเจ็บมันเริ่มถาโถมเข้ามาอีกแล้ว
และแน่นอน ว่าเป็นความเจ็บปวดที่ไม่อาจจะจินตนาการได้เลย
เมื่อเห็นนลินขมวดคิ้วทนความเจ็บปวดนั้น บุริศร์ก็คิดถึงนรมน
นรมนเองก็เคยอดทนขนาดนี้เช่นกัน
เขาขมวดคิ้วเบาๆ ก่อนจะพูดว่า: “ฉันให้นามสกุลกับคุณดีไหม?”
“นามสกุลโตเล็กงั้นเหรอ?”
เรื่องนี้คุณนายโตเล็กเคยพูดแล้ว แต่ว่านลินไม่ได้ชอบสักเท่าไหร่
ถ้าเกิดกลายเป็นน้องสาวของบุริศร์ เธอจะคิดอะไรได้อีกล่ะ?
บุริศร์กลับส่ายหัวแล้วพูด: “ธนาศักดิ์ธน”
“ธนาศักดิ์ธนงั้นเหรอ?”
นลินไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่
บุริศร์พูดเบาๆ : “คุณเป็นคนที่นรมนช่วยเอาไว้ แล้วคุณช่วยลูกสาวของพวกเราเอาไว้ ตามจริงมันก็เหมือนเป็นพรหมลิขิต และก็เป็นพรหมลิขิตของคุณกับนรมนด้วย คุณใช้นามสกุลของเธอเถอะ นามสกุลธนาศักดิ์ธนก็แล้วกัน หลังจากนี้คุณเรียกว่าพี่นรมน เรียกฉันว่าพี่เขย ฉันจะเห็นว่าคุณเป็นครอบครัวเดียวกัน ตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป คุณชื่อนลินนิภา ธนาศักดิ์ธน”
“นลินนิภา ธนาศักดิ์ธนงั้นเหรอ?”
นลินพูดชื่อนี้ขึ้นมาเสียงเบา ก่อนจะยิ้มขึ้น
พี่เขยงั้นเหรอ?
น้องสาวของภรรยางั้นเหรอ?
เกรงว่าหลังจากนรมนรู้เข้า จะโกรธเป็นอย่างมาก!
แต่จะทำอย่างไรล่ะ?
ขอเพียงแต่ไม่ใช่น้องของบุริศร์ เธอจะนามสกุลอะไรก็ได้
นลินยิ้มพลางพูด: “โอเคถ้างั้นพี่เขย ที่คุณมาอยู่เป็นเพื่อนฉันสามเดือนนี้ยังจะต้องบอกพี่นรมนไหม?”
“แน่นอนสิ”
บุริศร์ยืนหยัดในจุดนี้มาก
นลินเองก็แอบเศร้าใจ แต่ก็ไม่กล้าบังคับมากเกินไป
“คุณพักก่อนเถอะ ฉันจะกลับแล้ว เดี๋ยวมีเวลาแล้วค่อยมาหาคุณ มีเรื่องอะไรก็บอกกับพยาบาลดูแล ส่วนเรื่องเงินก็ไม่ต้องเป็นห่วง ฉันมีบัตรอยู่นี่ รหัสอยู่ด้านหลัง คุณอยากซื้ออะไรก็ซื้อไป ส่วนค่าตอบแทนเล็กน้อยนี้ ก็เก็บเอาไว้ เดี๋ยวออกจากโรงพยาบาล ค่อยติดต่อพวกเรา”
บุริศร์ส่งบัตรกับเงินเล็กๆ น้อยๆ ส่งให้นลิน
นลินมองของพวกนั้น แต่ก่อนคิดว่านี่เป็นสิ่งที่ตัวเองต้องการมาทั้งชีวิต แต่ทว่าตอนนี้กลับรู้สึกขัดตา
สิ่งที่เธอต้องการนั้นไม่ใช่ของพวกนี้เลยโอเคไหม?
แต่ทว่าชายตรงหน้ากลับมองความคิดของเธอออก และก็ปฏิเสธอย่างไม่ให้เธอช้ำใจมากที่สุด
นลินรับเงินและบัตรเอาไว้ ก่อนจะยิ้มด้วยความขมขื่นพลางพูด: “พี่เขยคิดว่าจะทิ้งฉันให้ตายอยู่ที่นี่เหรอ?”
“พูดบ้าอะไร?ฉันก็ต้องกลับไปรักษาตัว จากนั้นจะให้พ่อแม่ของตระกูลธนาศักดิ์ธนมาดูคุณ ให้รับคุณเป็นลูกบุญธรรม หลังจากนี้ตระกูลโตเล็กและตระกูลธนาศักดิ์ธนจะทำดีกับคุณ นรมนเองก็อยู่ในโรงพยาบาล จะไม่สนใจคุณได้อย่างไร?คุณกับนรมนทำดีๆ ต่อกันเอาไว้ เดี๋ยวฉันมีเวลา แล้วฉันจะมาเยี่ยมคุณ”
ถึงแม้ว่าบุริศร์จะพูดแบบนั้น แต่ว่านลินก็รู้ว่าเขาเพียงแค่พูดไปเท่านั้น
ให้ฐานะเธอ ตัวตนเธอ ครอบครัวเธอ แล้วยังให้เธอเป็นน้องภรรยา และทำให้เธอร่ำรวยที่ใช้อย่างไม่มีวันหมด แต่สิ่งเดียวที่ให้ไม่ได้ก็คือความอบอุ่นอ่อนโยน
นี่คือบุริศร์ไงล่ะ!
ทำอะไรไม่ให้เกิดความผิดพลาดเลย พูดดักเอาไว้ก่อน เพื่อให้เธอไม่มีทางได้คัดค้านอะไรเลย
ถ้าเกิดไม่ใช่ว่าบุริศร์ตกลงนรมนไปอยู่ก่อนแล้ว เธอคงจะไม่รู้เลยว่าตัวเองจะมีโอกาสได้พลิกเกมไหม
ในวันนี้เธอทำได้เพียงยิ้มอย่างขมขื่นพลางมองบุริศร์ แล้วพยักหน้าพูด: “เดินทางปลอดภัยนะพี่เขย”
“คุณก็พักผ่อนดีๆ ล่ะ”
เมื่อบุริศร์พูดจบก็ลุกขึ้นเดินออกไปจากห้องพักผู้ป่วยของนลิน
หลังจากที่เดินออกมาจากห้องพักผู้ป่วย เขาก็ไปที่ห้องของกมล
กมลยังคงนอนหลับสนิท นรมนก็ยังไม่ตื่น
พฤกษ์เห็นบุริศร์กลับมาก็รีบลุกขึ้น
“ประธานบุริศร์ คุณโอเคไหม?”
“ไม่เป็นไร คุณออกไปรอฉันข้างนอกเถอะ”
บุริศร์ดูเวลา ฟ้าจะสว่างแล้ว นรมนนอนไปสามชั่วโมงกว่าแล้ว
อันที่จริงเขาอยากให้นรมนได้พักนานกว่านี้หน่อย แต่ร่างกายของเขาก็ไม่ไหวแล้วจริงๆ
ตอนที่ปลุกนรมนขึ้นมา แววตาของบุริศร์นั้นอ่อนโยนมาก
นรมนเกือบจะละลายด้วยสายตาของเขาแล้ว