ตอนที่ 304
บทที่ 304เรื่องบางเรื่องในใจรู้ก็ไม่ควรพูด
October 22, 2026
บทที่ 304เรื่องบางเรื่องในใจรู้ก็ไม่ควรพูด
ความขัดแย้งระหว่างเธอกับนลินเล่าให้ใครฟังก็คงไม่มีใครเชื่อ แม้แต่คุณนายโตเล็กก็คิดว่าเธอใจแคบ และไม่คิดว่านลินจะทำอะไรเธอได้ อีกทั้งยังกำชับไม่ให้เธอทำอะไรน่าเกลียดเกินไป
แต่จะมีใครรู้ล่ะว่าคนที่ถูกรังแกคือเธอต่างหาก?
ตอนนี้เมื่อเห็นว่าบุริศร์โทรศัพท์มา แม้ว่าเธอจะเพิ่งแยกจากเขาไม่นาน แต่ใจของนรมนก็รู้สึกทรมาน
เธอหยิบโทรศัพท์ออกไปจากห้องตรวจ และกดรับสายของบุริศร์ที่บริเวณทางเดิน
“ฮัลโหล?”
น้ำเสียงของเธอราวกับจะร้องไห้
ไม่ทันไรบุริศร์ก็ฟังออก
“เป็นอะไรไป?น้อยใจเหรอ?เห็นแม่ผมบอกว่าคุณแต่งหน้าจนผิวหนังเกิดอาการแพ้ เป็นยังไงบ้าง?รุนแรงไหม?หรือว่าเราจะวิดีโอคอลคุยกันล่ะ”
เมื่อได้ยินบุริศร์พูดแบบนี้ นรมนก็รู้ทันทีว่าคุณนายโตเล็กโทรหาบุริศร์
แต่ว่าคุณนายโตเล็กจะพูดว่ายังไงนั้น เธอไม่อาจทราบได้ แต่ว่าเธอรู้ดีว่าถ้าเธอบอกว่าเธอถูกนลินสาดน้ำร้อนใส่หน้าเธอ คุณนายโตเล็กจะต้องคิดว่า เธอยุแยงเรื่องนี้ลับหลังท่าน
อีกอย่างหนึ่ง เรื่องข้อแลกเปลี่ยนระหว่างเธอกับนลินบุริศร์ยังไม่รู้ ถ้าหากบอกให้บุริศร์รู้เกี่ยวกับเรื่องที่เธอรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ และบอกทีท่าของนลินในตอนนี้ให้บุริศร์รู้ ก็อาจส่งผลให้ความลับเรื่องข้อแลกเปลี่ยนระหว่างเธอกับนลินถูกเปิดเผยออกมาง่ายขึ้น เมื่อถึงเวลานั้นก็ไม่รู้ว่าบุริศร์จะโกรธขนาดไหน
เพราะคงไม่มีผู้ชายคนไหนอยากให้ภรรยาของตนใช้ตัวเขาเป็นสิ่งแลกเปลี่ยนเหมือนสิ่งของ
ตอนนี้เป็นเพราะเธอร้อนใจเกินไป
เมื่อคิดถึงจุดนี้ นรมนทำได้เพียงกัดฟันเก็บงำทุกอย่างยัดเข้าท้อง พลางพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอู้อี้ว่า:“อืม หน้าเสียโฉมแล้ว คุณคงไม่ชอบฉันแล้วใช่ไหม?”
นี่เป็นเพียงคำพูดที่ออกมาจากสัญชาตญาณเท่านั้น แต่เมื่อบุริศร์ได้ฟังกลับคิดไปเป็นอีกความหมายหนึ่ง
หรือว่าสิ่งที่คุณนายโตเล็กพูดจะเป็นเรื่องจริง?
การดำรงอยู่ของนลินทำให้นรมนขาดความมั่นใจ?
เขาถอนหายใจเบา ๆ พูดขึ้นด้วยความเอ็นดูว่า:“ให้ผมดูใบหน้าของคุณหน่อยซิ”
“ไม่เอา!น่าเกลียดจะตาย อย่าดูเลย เดี๋ยวอีกไม่กี่วันก็หาย”
ให้ตายยังไงนรมนก็ไม่ยอมให้บุริศร์เห็นใบหน้าของเธอ ถ้าให้เขาเห็นแล้วล่ะก็ทุกอย่างก็ต้องถูกเปิดเผย
เมื่อบุริศร์เห็นว่านรมนยังคงยืนยันคำเดิม ก็อดไม่ได้ที่จะพูดด้วยความเอ็นดูว่า:“คุณก็นะ ในใจของผมคุณสวยที่สุด ไม่แต่งหน้าก็สวย เดี๋ยวผมจะให้พฤกษ์เอายาไปให้คุณ รับรองว่าไม่เป็นแผลเป็นแน่นอน”
“รู้แล้วค่ะ”
ในใจของนรมนรู้สึกหดหู่เล็กน้อย
นี่เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกว่าตัวเองไม่เอาไหน ถึงได้แพ้ให้กับเด็กหญิงไร้เดียงสาอายุ 18
แต่บุริศร์กลับไม่รู้ว่าตอนนี้เธอคิดอะไรอยู่ จึงพูดขึ้นอีกครั้งว่า:“ถ้าคุณคิดว่าการที่นลินอยู่ที่นั้นแล้วขัดหูขัดตา เดี๋ยวผมให้เธอย้ายโรงพยาบาลก็ได้ คุณจะได้ไม่รู้สึกรำคาญใจ”
“ค่ะ งั้นคุณก็ย้ายเถอะ”
นี่เป็นคำพูดที่มาจากใจของนรมน
ขอเพียงแค่นลินไม่อยู่ที่นี่ เธอก็จะรู้สึกสบายใจขึ้นมาก
“ได้ เดี๋ยวผมจะคุยกับผู้อำนวยการของโรงพยาบาลเขตทหาร ให้นลินย้ายมาอยู่ที่โรงพยาบาลเดียวกับผม”
โรงพยาบาลที่ดีที่สุดที่สำหรับบุริศร์แล้ว ถ้าไม่ใช่โรงพยาบาลหัวเฉียวก็คงเป็นโรงพยาบาลเขตทหาร ตอนนี้นรมนไม่อยากให้นลินอยู่ที่โรงพยาบาลหัวเฉียวงั้นก็ต้องให้อยู่ที่โรงพยาบาลเขตทหาร
เมื่อนรมนได้ยินว่าจะให้นลินย้ายมาที่โรงพยาบาลโรงพยาบาลเขตทหาร เธอก็หดหู่ขึ้นมาทันที
“ไม่ได้!”
“ทำไมเหรอ?”
“ยังไงก็ไม่ได้!”
นรมนคิดในใจว่านังหนูไร้เดียงสานั้นก็คงจะเป็นเก๋งจีนที่ใกล้น้ำมักได้จันทร์ก่อน ถ้าหากว่าให้เธอได้ย้ายไปอยู่โรงพยาบาลเดียวกับเขาจริง ๆ ไม่แน่ว่าเธออาจจะหาโอกาสปีนขึ้นไปบนเตียงของบุริศร์
แม้ว่าเธอจะเชื่อมั่นในนิสัยและการประพฤติตัวของบุริศร์ แต่ว่ามารยาของนางหนูไร้เดียงสานลินคนนั้นไม่น้อยเลย ถ้าหากหล่อนทำสำเร็จ เธอก็คงจะได้ไม่คุ้มเสีย?
เมื่อได้ยินปฏิกิริยาตอบสนองที่รุนแรงของนรมน เขาก็คิดถึงคำพูดที่คุณนายโตเล็กพูดกับเขา ยิ่งทำให้บุริศร์รู้สึกว่านลินมีผลต่อ นรมนไม่น้อยจริง ๆ
“นรมน นลินเธอก็เป็นแค่นางหนูไร้เดียงสา ผมไม่ได้สนใจในตัวเธอเลย”
เมื่อได้ยินบุริศร์พูดเช่นนี้ นรมนก็คิดในใจว่า:“คุณไม่ได้สนใจในตัวเธอ แต่เธอสนใจในตัวคุณ”
“ช่างเถอะ ก็ให้เธออยู่ที่นี่แหระ อย่างมากฉันก็แค่ไม่ต้องไปถือสาเธอก็เท่านั้น”
การจะส่งนลินไปอยู่กับบุริศร์สู้ให้นลินอยู่ข้างกายเธอน่าจะดูสมเหตุสมผลกว่า
เมื่อได้ยินนรมนพูดเช่นนั้น บุริศร์ก็รู้ทันทีว่าเธอเป็นกังวลเรื่องอะไร แต่ว่าที่คุณนายโตเล็กพูดก็ถูกนลินเพิ่งจะช่วยเหลือกมล เธอจะปล่อยให้คนอื่นมองว่าตระกูลโตเล็กไม่รู้จักบุญคุณคนไม่ได้
“ลำบากคุณแล้วนะ”
คำพูดประโยคนี้ของบุริศร์ทำให้นรมนน้ำตาไหล
เธอลำบากใจจริง ๆ !
ลำบากใจจริง ๆ!
แต่ว่าตอนนี้เธอรู้สึกว่าน้ำท่วมปาก มีความทุกข์แต่ว่าพูดออกมาไม่ได้ ความรู้สึกนี้มันอึดอัดใจเป็นอย่างมาก
“บุริศร์ ฉันคิดผิดจริง ๆ ที่ยอมรับไตของนลินให้กับกมล”
คำพูดนี้เป็นคำพูดที่นรมนพูดตามความจริง
ตอนนี้เธอกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
บุริศร์ถอนหายใจเบา ๆ พลางพูดขึ้นว่า:“ขอโทษนะที่ทำให้คุณต้องลำบากใจ หากว่าตอนนั้นผมสุขภาพดี ผมคงไม่ต้องการไตของนลินอย่างแน่นอน ลูกสาวของผม ผมจะช่วยเธอด้วยตนเอง แต่ตอนนี้พวกเราติดหนี้บุญคุณนลิน หากคิดในทางกลับกัน เธอก็เป็นแค่เด็กผู้หญิงอายุ 18 ตอนนี้สูญเสียไตไปข้างหนึ่ง ในอนาคตก็ไม่รู้ว่าชีวิตและการแต่งงานจะสมบูรณ์ไหม และนี้เป็นสิ่งที่พวกเราติดหนี้เธอ ”
แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้นรมนเข้าใจดี
เธอไม่ใช่คนใจแข้งไร้ความรู้สึก แต่การที่จะใช้บุริศร์เพื่อแลกทุกสิ่งทุกอย่าง ใจของนรมนรู้สึกทุกข์ทรมานไม่น้อย แล้วเรื่องเหล่านี้ยังไม่สามารถเล่าให้บุริศร์ฟังได้อีกด้วย
“คุณเป็นยังไงบ้างแล้ว?”
นรมนทำได้เพียงเปลี่ยนเรื่องพูด