ตอนที่ 348
บทที่ 348 ทั้งชีวิตแค่เราสองคน
October 22, 2026
บทที่ 348 ทั้งชีวิตแค่เราสองคน
เธอหรี่ตาลง แล้วรีบเดินออกไป
“ตุลยา!”
คิมเรียกตุลยาที่อยู่ไม่ไกลให้หยุดลง
ตุลยาได้รีบหยุดลง แต่หลบตาเธอไว้
“เธอไปพูดเรื่องนรมนต่อหน้าคุณนายทวีทรัพย์ธาดาอะไรมาอีก?”
เสียงของคิมฟังดูเย็นชามาก
ตุลยาตัวสั่น จากนั้นก็พูดอย่างกล้ำกลืนฝืนทนเป็นพิเศษ:“แม่คะ หนูไม่ได้พูดอะไรเลยนะคะ หนูจะไปพูดอะไรเธอได้ ที่นี่เป็นเมืองชลธีนะคะ ไม่ใช่อเมริกาสักหน่อย ไม่มีคนคอยให้ท้ายหนูหรอกนะคะ หนูจะทำอะไรเธอได้”
“นั้นหรอ?”
คิมพูดด้วยน้ำเสียงสงสัย
“แน่นอนซิคะ ตอนนี้ หนูหวังแค่จะได้อยู่ข้างกายแม่นะคะ แม่จะให้หนูทำอะไรก็ได้ ส่วนยัยนรมน หนูไม่อยากจะยุ่งด้วยหรอกนะ”
ตุลยาพูดอย่างเสียงเบา
คิมมองตุลยาที่ยืนอยู่ตรงหน้าแล้ว รู้สึกไม่ชอบใจ ทั้งสองคนต่างก็เป็นลูกสาวแท้ๆของตัวอง ถึงเธอจะไม่ค่อยชอบตุลยาเท่าไหร่ แต่ก็ไม่อยากให้ตุลยาทำเรื่องโง่ๆไป
“ให้มันเป็นแบบนั้นจริงเหอะ แต่เรื่องยาแก้พิษนั่น ดีที่สุดเธอรีบหาโอกาสพูดกับคุณนายทวีทรัพย์ธาดาให้เข้าใจซะ เป็นความชอบของเธอๆก็รับไว้ แต่ถาไม่ใช่ก็อย่าเอาเข้าตัวเอง บนโลกนี้ไม่มีความลับที่ปกปิดได้ตลอดโดยไม่ถูกเปิดเผยหรอกนะ อย่ารอให้ชื่อเสียงตัวเองป่นปี้แล้วจะมานั่งเสียงใจภายหลังล่ะ”
คิมพูดจบก็เดินจากไป ไม่ได้สังเกตเห็นมือที่กำไว้จนแน่ของตุลยาเลยแม้แต่น้อย ดวงตามีความโกรธและไม่พอใจ
นรมนกลับไม่รู้เลยว่าที่โรงพยาบาลเกิดเรื่องขึ้นตั้งมากมาย ตอนที่บุริศร์หาเธอเจอนั้น เธอกำลังนั่งอยู่ที่เก้าอี้ยาวบนระเบียงทางเดิน เหมือนกำลังคิดอะไรอยู่
“คิดอะไรอยู่หรอ?”
บุริศร์เห็นเธอเป็นแบบนี้แล้ว ได้รีบเดินเข้าไปหา
นรมนสะดุ้งทีนึง ดึงสติกลับมาได้ในทันที เห็นว่าเป็นบุริศร์เลยพูด:“ฉันกำลังคิดอยู่ว่า ตุลยาเธอมีจุดประสงค์อะไรกันแน่ ทำไมต้องมาที่เมืองชลธี?แถบยังดีกับคุณยายของฉันขนาดนี้”
“คิดเรื่องพวกนี้ทำไมกัน?เธออยากจะเป็นคนรับใช้ก็ปล่อยให้เธอเป็นไปซิ ขอแค่ไม่มายุ่งกับเรา อย่างอื่นก็ช่างมันเถอะ”
บุริศร์ยื่นนมอุ่นๆที่อยู่ในมือให้นรมนไป
“คุณไปเอามาจากไหนคะ?”
“หัวหน้าคิมเป็นคนให้มา บอกว่าชงให้คุณ เธอเห็นว่าสีหน้าคุณไม่ค่อยดีเลย”
คำพูดของบุริศร์ทำให้นรมนสะดุ้งอีกครั้ง
“เมื่อกี้ พวกคุณสองออกไปคุยอะไรกันข้างนอกคะ?”
“ก็ไม่มีอะไรมากหรอก แค่ว่าไม่นาน ปัญหาเรื่องจัดการตรวจสอบฐานะของคุณ ยังไงก็ต้องผ่านด่านเธอไปก่อน”
บุริศร์นั่งลงที่ข้างๆของนรมน รู้สึกว่านรมนดูเหมือนจะอารมณ์ไม่ค่อยดี
“คุณมีเรื่องกับตุลยามางั้นหรอ?”
“เปล่านิคะ”
นรมนขมวดคิ้วเล็กน้อย ตอนที่เอ่ยถึงชื่อตุลยา แต่ก็ไม่กะจะพูดออกมา เรื่องระหว่างเธอกับตุลยาตอนนี้ก็หาต้นตอปลายเหตุไม่ได้ เลยหยุดคิดไปก่อน
“ฉันจ้างพยาบาลพิเศษมาดูแลนาวินพร้อมกับธิดาคนนึง คงนะจะดีขึ้นหน่อย”
“เรื่องพวกนี้ปล่อยให้นายพฤกษ์เป็นคนจัดการเถอะ ผมว่าคุณเองก็เหนื่อยแล้ว ผมส่งคุณกลับไปพักผ่อนเถอะ?”
บุริศร์เห็นสีหน้าของนรมนไม่ค่อยดีนัก เลยคิดกลับบ้านไปพร้อมกับเธอ
นรมนกลับเขย่าหัวแล้วพูด:“อยู่แต่ในบ้านมายี่สิบกว่าวันแล้ว ฉันรู้สึกเบื่อ เอาอย่างนี้ คุณเดินเป็นเพื่อนฉันหน่อยได้มั้ยคะ?”
“ได้สิ!”
บุริศร์ก็พยุงนรมนลุกขึ้น
“ฉันไม่ใช่คนพิการนะคะ ทำไมคุณต้องทำกับฉันเหมือนระมัดระวังขนาดนั้นคะ?ฉันเดินเองได้ค่ะ”
นรมนรู้สึกว่าบุริศร์ทำเรื่องเล็กเป็นเรื่องใหญ่ไปได้
บุริศร์กลับพูดอย่างจริงจัง:“นั่นมันได้ยังไง ผมไม่ยอมปล่อยให้คุณเป็นอะไรไปต่อหน้าผมได้แม้แต่นิด ไม่อย่างนั้น ผมคงเสียใจแย่เลย ”
“ปากคุณเนี่ย ตอนเช้าทานน้ำผึ้งเข้าไปเยอะเลยใช่มั้ยเนี่ย?”
“ทานลูกอมไป ไม่เชื่อคุณรองดมดูสิ?”
บุริศร์ยื่นปากตัวเองเข้าไปใกล้เธอโดยตรง
นรมนหน้าแดงในทันที แล้วผลักเขาออกทันที ทำหน้างอนแล้วพูด:“คุณอายุเท่าไหร่แล้ว?ยังเล่นเป็นเด็กไปได้!ไม่กลัวคนอื่นเขาหัวเราะเยาะเลยรึไง!”
“ใครกล้าหัวเราะเยาะผม?คุณรองให้เขามาพูดต่อหน้าผมดูซิ”
บุริศร์ทำหน้าขี้โกง หยอกจนนรมนอดขำไม่ได้
“ดูคุณซิ บอกว่าเป็นประธานของบริษัทฮัวยูกกรุ๊ปจำกัดคนก่อน คนบุริศร์ที่เย็นชาไร้เยื่อใย ใครเขาจะเชื่อ?”
“ใครอยากเชื่อก็เชื่อไป ขอแค่คุณไม่เชื่อก็พอ”
บุริศร์ยื่นมือไปโอบเอวของนรมนไว้โดยตรง แล้วพาเธอเดินออกไป
ตอนที่ตุลยาเห็นฉากนี้จากข้างหลังแล้ว ก็ได้หรี่ตาลง
น้อยมากที่เธอจะเห็นผู้ชายคนนึงที่สามารถรักและทะนุถนอมผู้หญิงคนนึงขนาดนี้
นรมนเธอมีดีอะไร?
ไม่เพียงแต่ได้รับความรักจากแม่ ความห่วงใยจากตระกูลทวีทรัพย์ธาดา แม้กระทั่งคุณบุริศร์ก็รักทะนุถนอมเธอขนาดนี้
แต่แล้วเธอตุลยามีอะไรล่ะ ?
เธอไม่มีอะไรเลย!
แรงเห็นความอิจฉาและความไม่พอใจ ทำให้เธอฝากรอยขีดข่วนไว้บนกำแพงอย่างไม่รู้ตัว จนเล็บหักแล้วผิวที่นิ้วก็ถลอก แต่เธอก็ไม่รู้สึกอะไรเลย
นางนรมน!
อะไรที่เป็นของเธอ ฉันจะแย่งมันมาให้หมด!
ตุลยาแอบสาบานกับตัวเอง
นรมนเดินๆอยู่ จู่ๆเหมือนรู้สึกมีคนคอยเดินตามอยู่ข้างหลัง เธอหันไปมองในทันที แต่ระเบียงทางเดินกลับว่างเปล่าไม่มีอะไร คนที่เดินผ่านไปมาก็ล้วนแต่เป็นคนที่เธอไม่รู้จัก
“เป็นอะไรไปหรอ?”