ตอนที่ 370
บทที่ 370 ฉันไม่แพร่งพรายออกไปแน่
October 22, 2026
บทที่ 370 ฉันไม่แพร่งพรายออกไปแน่
“ผมรู้สึกป่วยท้องหน่อย คุณกับลูกๆหาที่นั่ง ทานอะไรไปก่อน ผมอาจจะนานหน่อยนะ ไม่ต้องรีบ”
หลังส่งเสร็จ บุริศร์รู้สึกร่างกายเพลียไปหมด
ตอนนี้เขาเพลียมากจริงๆ
หลังจากนรมนเห็นข้อความของบุริศร์แล้ว ก็รู้สึกเป็นห่วง
“คุณเป็นอะไรมั้ยคะ?”
“ไม่เป็นไร ไม่เป็นอะไรจริงๆ ไม่ต้องสนใจผมหรอกนะ เดี๋ยวผมไปหาพวกคุณเอง ”
ตอนนี้ บุริศร์กลัวว่านรมนจะมีวิธีรักษาพิเศษอะไรอีก เขาคงรับไม่ไหวอีกแล้วจริง
เป็นถึงประธานทั้งคน กลับถูกภรรยาตัวเองบังคับจนกลายเป็นแบบนี้ เขาไม่รู้จะโทษใครได้จริงๆ
นรมนเห็นบุริศร์พูดแบบนี้ เด็กๆเองก็ตื่นเต้นอยากจะเข้าไปกันจนรอไม่ไหวแล้วเลยพูด:“ได้ค่ะ เดี๋ยวคนเข้ามาหาเรานะคะ ถ้าคุณรู้สึกไม่สบายจริง ต้องรีบบอกฉันนะคะ ฉันจะตามหมอมาให้ค่ะ โรคบางโรคจะปกปิดโดยที่ไม่ไปรักษาไม่ได้นะคะ”
“ผมรู้แล้ว ภรรยาที่รักดีที่สุดเลย”
บุริศร์คุยกับนรมนต่ออีกหลายคำ ถึงวางโทรศัพท์
ไม่นานป้องก็มาถึง
เขาได้เข้าไปที่ห้องน้ำตามที่บุริศร์สั่งโดยตรง พอเห็นสีหน้าของบุริศร์ในตอนนี้แล้ว ก็อดหัวเราะขึ้นมาไม่ได้
“นี่คุณหิวขนาดไหนกัน?ถึงขั้นกำเดาไหลได้”
“อย่าเอาแต่พูดประชดอยู่เลย รีบช่วยฉันรักษาเร็ว เช้านี้ ไม่รู้ว่าภรรยาฉันให้ฉันทานน้ำซุปยาอะไรลงไป รู้สึกร้อนทรมานไปทั้งตัว เหมือนจะระเบิดได้เลยอย่างไรอย่างนั้น”
บุริศร์ถอนหายใจโล่งได้ซะที
ป้องเป็นตระกูลแพทย์แผนจีน เลยมีประสบการณ์ด้านนี้มาก
“นี่คุณเป็นอะไรงั้นหรอ?พี่สะใภ้ถึงให้คุณทานยาบำรุงซะขนาดนี้?ไม่กลัวว่าจะบำรุงจนเสียสุขภาพเลยรึไง?”
ป้องรีบทำการตรวจให้เขา ตอนที่สังเกตเห็นเศษซากที่เหลืออยู่ในร่างกายแล้ว หัวเราะจนลุกไม่ไหว
“อย่าบอกฉันนะ ว่านายแค่อายุสามสิบไตก็ไม่ดีแล้ว ?ทั้งหมดนี้มันเป็นอาหารบำรุงไตชั้นดีเลยนะ”
“หุบปากไปเลย!”
นี่เป็นครั้งแรกที่บุริศร์เสียหน้าขนาดนี้ แต่ฝ่ายตรงข้ามเป็นภรรยาของตัวเอง เขาจะทำยังไงได้ล่ะ?
“ไหนรองพูดมาซิ ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
ป้องรู้สึกอยากรู้เป็นพิเศษ
“นายรักษาได้มั้ย?”
“คุณไม่บอกกับผมๆจะรู้ได้ไงว่าจะรักษาคุณยังไง?”
เห็นชัดป้องตั้งใจอยากจะรอหัวเราะเยาะบุริศร์ชัดๆ
ตอนนี้ บุริศร์ทรมานแทบตาย ไม่มีเวลามาสนใจว่าป้องจะหัวเราะเยาะแล้ว ราวเรื่องทั้งหมดของที่บ้านอย่างติดๆขาดๆให้ป้องฟังหมด
หลังได้ฟังจบป้องก็ไม่ได้หัวเราะต่อ
เมื่ออดีต ภรรยาของเขาก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน ความขมขื่นใจนั้นเขารู้ดีกว่าใครๆ
“เรื่องนี้ คุณไม่กะให้พี่สะใภ้รู้เลยหรอ?”
“ให้เธอรู้แล้ว จะทำอะไรได้?มีแต่จะให้เธอเสียใจเปล่าๆ คุณหมอบอกว่า อาการจะฟื้นฟูได้ถึงแค่ไหนก็ยังไม่รู้ ภายในปีสองปีนี้ พยายามอย่ามีลูก ไม่อย่างนั้นอาจจะเป็นอันตรายทั้งผู้ใหญ่และลูกในท้องได้ เรื่องบางเรื่อง ผู้ชายอย่างเราแบกรับไว้คนเดียวก็พอ”
บุริศร์จุดไฟบุหรี่ขึ้นมาม้วนนึง แล้วสูบลมหายใจลึกๆทีนึง
ป้องเข้าใจหัวอกของเขาดี ก็ไม่พูดอะไร แล้วฉีดยาให้เขาไปเข็มนึง ปล่อยให้ความร้อนในตัวได้ระบายออกมา
“การที่คุณทำแบบนี้ ก็ไม่ใช่วิธีที่แก้ปัญหาเลยนะ ในเมื่อพี่สะใภ้เธอคิดว่าคุณเป็นโรคแบบนี้แล้ว ต่อจากนี้หลายวัน ยาบำรุงไม่ขาดสายแน่ ท่านประธานบุริศร์คงไม่ใช่จะให้ผมมาช่วยถอนสารพิษทุกวันหรอมั่งครับ?”
ปัญหาที่ป้องพูดออกมานั้นถูกต้องเลย ทำให้บุริศร์พูดไม่ออกเลย
“นั้นจะให้ฉันทำยังไงล่ะ?ถ้าไม่ได้จริงๆ ฉันก็ออกไปหลบ”
“แล้วคุณจะหลบไปไหนได้?พวกคุณสองคนเป็นสามีภรรยากัน อยู่บ้านเดียวกัน คุณจะไม่เจอหน้าพี่สะใภ้ได้ตลอดงั้นหรอ ?ไม่กลัวว่าจะกระทบต่อความสัมพันธ์สามีภรรยากันนั้นหรอ?”
คำพูดของป้องทำให้บุริศร์รู้สึกหดหู่
“แล้วนายว่าทำยังไงล่ะ?”
“เอาอย่างนี้มั้ยล่ะ ในเมื่อช่วงนี้ คุณก็ไม่คิดจะมีอะไรกับพี่สะใภ้อยู่แล้ว ผมจะจ่ายยาให้คุณไปกิน คุณก็จะมีอาการเหมือนอย่างที่คุณว่า พอพี่สะใภ้ให้คุณทานน้ำซุปยา คุณก็ทานไป แต่คุณจะไม่ทรมานได้คิดเรื่องนั้นอีก”
ป้องหยิบยาออกมาแล้วยื่นให้บุริศร์ไป
“นายหมายความว่า ช่วงนี้ฉันก็จะนกเขาไม่ขันจริงๆงั้นหรอ?”
“ถ้าคุณอยากจะเอา ก็ได้ ก็แค่หยุดทานยา แต่ฉันขอบอกคุณไว้ก่อนเลยนะ ยานี้มีผลข้างเคียง มากสุดทานได้แค่เดือนเดียว หลังจากหนึ่งเดือน คุณก็ต้องหยุด ไม่อย่างนั้น เดี๋ยวกลายเป็นนกเขาไม่ขันถาวรแล้วล่ะก็ พอถึงตอนนั้น ผมยังต้องช่วยรักษาคุณอีก”
ป้องรีบเปิดปากพูด
บุริศร์รีบพยักหน้าแล้วพูด:“รู้แล้ว เรื่องวันนี้……”
“วางใจเถอะ ผมไม่แพร่งพรายออกไปแน่”
ป้องรู้ว่าบุริศร์กังวลเรื่องอะไรอยู่
“ใช่แล้ว อีกอย่าง ถ้ามีเวลาพาพี่สะใภ้มาให้ผมดูหน่อย ถ้ายังไม่ดี เดี๋ยวผมจะช่วยจัดยาให้ไปบำรุงด้วย ปกติยิ่งต้องระวังให้มาก อย่าเดินโดยเท้าเปล่าที่พื้น ยิ่งตอนที่ประจำเดือนมายิ่งต้องห้ามเลยนะครับ และต้องให้ร่างกายอบอุ่นอยู่ตลอดเวลา อย่าไปทานของเย็น นิดเดียวก็ไม่ได้ ตอนนี้ เธอต้องดูแลเป็นพิเศษนะครับ”
“ขอบใจมากนะ”
บุริศร์เห็นว่าเวลานานแล้ว กลัวว่านรมนกับลูกๆจะรอนาน ถึงพูดขึ้นด้วยเสียงเบา:“เอาไว้เราค่อยคุยกัน วันนี้ ฉันพาลูกๆมาด้วย เดี๋ยวจะรอนานไป”
“ได้ครับ เดี๋ยวคุณกำลังกายสักหน่อย ให้เหงื่อออกก็น่าจะไม่มีอะไรแล้วครับ”
“อืม!”
บุริศร์เดินออกจากห้องน้ำอย่างไว รู้สึกตัวเบาเป็นพิเศษ
เขาไปหาที่ๆนรมนและเด็กๆอยู่ แล้วรีบวิ่งเข้าไปหา
“เป็นอะไรมั้ยคะ?”
นรมนเป็นห่วงแทบแย่ แต่อยู่กับเด็กๆก็พูดอะไรไม่ได้ ตอนนี้เห็นบุริศร์วิ่งมาเลยรีบถาม
“ผมไม่เป็นไร”
บุริศร์ปลอบใจเธอด้วยรอยยิ้ม รู้สึกอบอุ่นในใจ
นี่ช่างเป็นภาระที่หวานชื่นจริงๆ!
เด็กๆเห็นบุริศร์กลับมา ก็ทำท่ารอไม่ไหวแล้ว
“แด๊ดดี้คะ หนูจะนั่งม้าหมุนคะแด๊ดดี้พาหนูไปได้มั้ยคะ?”
กมลมาที่นี่ครั้งแรก รู้สึกว่าที่ตรงนี้เป็นเหมือนโลกแห่งเทพนิยายเลย
เธอจับมือและตื้อบุริศร์ไว้ แววตาที่เฝ้าหวังมองจนบุริศร์เจ็บปวดใจ