ตอนที่ 420
บทที่ 420 คุณแม่จะตีใครให้ตายนะครับ
October 22, 2026
บทที่ 420 คุณแม่จะตีใครให้ตายนะครับ
นรมนไม่สนใจว่าคุณนายทวีทรัพย์ธาดาจะเป็นอย่างไร ตอนนี้เธอมีโทสะถึงที่สุดแล้ว
คุณนายทวีทรัพย์ธาดากลับมาเตือนเธอให้หย่ากับบุริศร์เพื่อตุลยา
นี่มันคืออารมณ์ความรู้สึกอะไรกันแน่ ถึงได้ทำให้เธอสามารถเอ่ยพูดเรื่องนี้ออกมาได้
นรมนเดินกลับไปนั่งหงุดหงิดในห้องของตัวเองด้วยโทสะ
หลังจากที่ธิดาและนาวินเชิญคุณนายทวีทรัพย์ธาดากลับไปได้แล้ว ก็รีบโทรศัพท์หาบุริศร์ทันที ทั้งยังเล่าเรื่องนี้ให้บุริศร์ฟังด้วย
บุริศร์ฟังถึงตรงนี้แล้ว คิ้วก็ขมวดเป็นปม
พฤกษ์เห็นเขาเป็นแบบนี้แล้ว ก็อดที่จะเอ่ยถามไม่ได้ว่า “ประธานบุริศร์ เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือครับ”
“บอกกับตรินท์ให้ผมด้วยว่า ให้มุ่งเป้าหมายไปที่กิจการของตระกูลทวีทรัพย์ธาดาอย่างไม่ต้องเสียดายค่าตอบแทน ผมต้องการให้เกิดวิกฤตทางการเงินกับกิจการของตระกูลทวีทรัพย์ธาดาภายในหนึ่งวัน ร่วมมือกับธุรกิจร่วมทุนกับพวกเรา ก็ต้องพุ่งเป้าไปที่ตระกูลทวีทรัพย์ธาดา!”
ในคราวนี้บุริศร์มีโทสะแล้วจริงๆ
คุณนายทวีทรัพย์ธาดาพาตุลยามาบีบบังคับที่บ้านตระกูลโตเล็กให้แต่งงานด้วย เขาสามารถทำเป็นไม่สนใจได้ และรู้สึกไม่มีอะไร ตัวเองสามารถรับมือได้ แต่ในเมื่อคุณนายทวีทรัพย์ธาดาเป็นผู้ไปพบนรมนด้วยตัวเองถึงที่ ทั้งยังบีบบังคับให้นรมนหย่ากับเขา นี่มันเกินไปแล้วจริงๆ!
พฤกษ์ฟังถึงตรงนี้แล้ว ก็ไม่ได้พูดอะไร แต่รีบไปจัดการทันที
ตรินท์ถอนคำสั่งการบีบบังคับตระกูลรัตติกรวรกุลกลับคืนมา และเริ่มพุ่งเป้าหมายไปที่ตระกูลทวีทรัพย์ธาดาแทน
“ผมว่านะลูกพี่ คุณชี้ไปทางไหน ผมก็ไปจัดการทางนั้น บริษัทฮัวยูกรุ๊ปจำกัดต้องพัฒนาไปทีละขั้น คุณจะให้ผมพุ่งเป้าไปที่ตระกูลทรัพย์ทวีธาดาระยะยาวหรือว่าระยะสั้นครับ ผมต้องดูสถานะทางการเงินของบริษัทพวกเราก่อนนะครับ!”
ตรินท์รู้สึกว่าช่วงนี้บุริศร์หุนหันพลันแล่นเกินไปแล้ว
เป็นศัตรูกับตระกูลทวีทรัยพ์ธาดา ไม่เหมือนกับตระกูลรัตติกรวรกุล ตระกูลรัตติกรวรกุลเพิ่งจะเริ่มต้นกิจการ เงินทุนจำนวนมากล้วนถูกผูกเอาไว้กับโครงการ เป็นศัตรูกับพวกเขาค่อนข้างสะดวก เพราะว่าการเคลื่อนไหวทางด้านเงินทุนของทุกคนล้วนไม่เยอะ แต่ตระกูลทวีทรัพย์ธาดานั้นไม่เหมือนกัน
ตระกูลทวีทรัพย์ธาดาเป็นตระกูลนักการเมือง ระยะนี้เพิ่งจะลงทุนไปกับห้างสรรพสินค้า แม้ว่าประสบความสำเร็จ เจริญรุ่งเรือง แต่ใครจะไปรู้ว่าตระกูลทวีทรัพย์ธาดานั้นมีเส้นสนกลในเท่าไร
อีกทั้งผู้อยู่เบื้องหลังตระกูลทวีทรัพย์ธาดาก็คือเมืองหลวงทางนั้น ดังนั้นการพิจารณาของตรินท์จึงมีความเชื่อใจได้มากที่สุด
บุริศร์กลับไม่สนใจเรื่องพวกนี้ เอ่ยเสียงเย็นว่า “ระยะยาว ให้ดีที่สุดก็คือ สามารถกดตระกูลทวีทรัพย์ธาดาจนถึงขั้นไม่สามารถพลิกกลับมาได้อีก”
เมื่อประโยคนี้ถูกเอ่ยออกมา ก็ทำให้ตรินท์ตะลึงค้าง
“ความสัมพันธ์ของคุณกับคุณชายธรณีไม่เลวไม่ใช่หรือครับ ทำแบบนี้จะเกิน........”
“นั่นเป็นเพราะว่าคุณนายทวีทรัพย์ธาดาของพวกเขาทำเรื่องชั่วร้าย อย่ามาโทษฉัน”
เมื่อคำพูดของบุริศร์เอ่ยออกมาแล้ว ตรินท์ก็ดูเหมือนว่าจะเข้าใจอะไรขึ้นมา
“ตกลง ผมจะไปจัดการเดี๋ยวนี้”
ทางด้านตรินท์นั้นเริ่มต้นลงมือ ทางด้านธุรกิจร่วมทุนของพฤกษ์นั้นก็เริ่มกดดันไม่ถอย
อย่างไรธรณีก็คิดไม่ถึงว่าจะเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นกับตัวเองอย่างกะทันหัน หุ้นของตระกูลทวีทรัพย์ธาดานั้นหยุดนิ่งตลอดทั้งบ่าย ธุรกิจทางด้านนอกก็ถูกผูกขาด เดิมธุรกิจที่เจรจากันเรียบร้อยแล้ว จู่ๆผู้ขายก็กลับคำเสียอย่างนั้น ยินยอมที่จะจ่ายเงินค่าผิดสัญญา แต่ไม่ร่วมมือกับตระกูลทวีทรัพย์ธาดา
ถ้าหากว่าตอนนี้ธรณียังมองไม่ออกอีกว่าตัวเองได้ล่วงเกินคนอื่น ถูกตัดขาดเส้นทางหาเงินแล้วล่ะก็ เขาก็ถือได้ว่าไร้ซึ่งความสำเร็จโดยสิ้นเชิงแล้ว
“ไปตรวจสอบให้ผมทีว่า ใครกันแน่ที่พุ่งเป้ามาทางพวกเรา หรือไม่ก็ตระกูลทวีทรัพย์ธาดาของพวกเราล่วงเกินใครเข้า”
ธรณีรู้สึกอึดอัดมาก
หลายปีมานี้ในเมืองชลธี ใครๆก็ล้วนเห็นแก่หน้าของตระกูลทวีทรัพย์ธาดา ขณะนี้กลับเหมือนถูกคนพุ่งเป้าเข้าหา จะเดินก้าวหนึ่งก็ลำบากแล้วจริงๆ
ธรณีประสบกับความรู้สึกแบบนี้น้อยมาก แม้ว่าก่อนหน้านี้จะอยู่ในเขตสงคราม ก็ไม่เคยถูกกระทำจนต้องตื่นตูมแบบนี้มาก่อน
ไม่นาน เลขาก็กลับมา
“คุณชายธรณี เป็นตระกูลโตเล็กครับ!”
“ใครนะ”
ธรณีไม่กล้าเชื่อหูตัวเองจริงๆ แม้ว่าบุริศร์จะไม่สนใจความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนระหว่างพวกเขา แต่ก็ไม่อาจไม่คิดเพื่อนรมน จะพูดอย่างไร ตระกูลทวีทรัพย์ธาดาก็เป็นตระกูลฝ่ายแม่ของนรมน แม้ว่าตอนนี้จะเข้าใจผิดกันอยู่ แต่ก็ไม่ถึงกับต้องเด็ดขาดขนาดนี้มั้ง
“ตระกูลโตเล็กครับ!”
เลขานึกว่าธรณีได้ยินไม่ชัดเจน จึงพูดใหม่อีกครั้งหนึ่ง
คิ้วของธรณีขมวดเป็นปม
“หาสาเหตุเจอหรือยัง”
“ดูเหมือนว่าจะมีสาเหตุมาจากการที่คุณนายทวีทรัพย์ธาดาท่านไปก่อเรื่องที่บ้านของตระกูลโตเล็กครั้งหนึ่งครับ”
เลขาสืบรายละเอียดการพูดคุยระหว่างคุณนายทวีทรัพย์ธาดากับนรมนไม่ได้ แต่ว่าเรื่องที่คุณนายทวีทรัพย์ธาดาถูกบอดี้การ์ดของตระกูลโตเล็กเชิญออกมานั้น เลขายังคงรายงานไปตามความจริง
ธรณีรู้สึกเพียงแค่ว่าตอนนี้จนปัญญาเป็นอย่างมาก
ช่วงนี้คุณนายทวีทรัพย์ธาดาของพวกเขาเป็นอะไรไปกันแน่
“กลับบ้าน!”
ธรณีไม่กล้ารอช้า วางเรื่องของบริษัทในมือทั้งหมดทิ้งเอาไว้ และตรงกลับบ้านอย่างรวดเร็ว
คุณนายทวีทรัพย์ธาดาถูกทำให้โกรธเสียจนนั่งด่านรมนอยู่ในห้องรับแขกอย่างสาดเสียเทเสีย ส่วนตุลยาก็นั่งพูดอย่างละอายใจอยู่ด้านข้าง “คุณยาย คุณยายอย่าโกรธพี่สาวเลยนะคะ อารมณ์ของพี่สาวไม่ดี ดังนั้นถึงได้ปฏิบัติกับคุณยายแบบนี้ ความจริงแล้วพี่สาวรักบุริศร์มาหลายปีขนาดนั้น ระหว่างพวกเขาก็มีลูก เป็นธรรมดาที่ไม่อยากหย่า วันนี้คุณยายหุนหันพลันแล่นเกินไปแล้วจริงๆ”
“อะไรที่เรียกว่ายายหุนหันพลันแล่นกัน นรมนต่างหากที่หน้าไม่อาย ตัวเองทำเรื่องน่าอับอายขายขี้หน้าผู้คนขนาดนั้น ยังจะเป็นหมาหวงก้างอีก เราก็ไม่ใช่คนอื่น เราเป็นน้องสาวแท้ๆของเธอ ถ้าเราแต่งให้กับบุริศร์จริงๆ จะปฏิบัติต่อหลานชายของตัวเองไม่ดีอย่างนั้นหรือ สภาพของเธอในตอนนั้น ยังจะสามารถยืนอยู่ในตระกูลโตเล็กได้อีกหรือ ยายล้วนพูดไปหมดแล้วว่า จะมอบทรัพย์สินทั่วไปในตระกูลทวีทรัพย์ธาดาให้กับเธอ ให้เธอไปต่างประเทศ หาสถานที่ที่ไม่มีคนรู้จัก เพื่อเริ่มต้นใหม่ หรือว่ายายทำดีต่อเธอไม่มากพออย่างนั้นหรือ”