ตอนที่ 464
บทที่ 464 ก็คิดซะว่าเขาเห็นแก่ตัวเถอะ
October 22, 2026
บทที่ 464 ก็คิดซะว่าเขาเห็นแก่ตัวเถอะ
คุณนายตระกูลโตเล็กไม่เคยคิดมาก่อนว่าชาตินี้จะต้องมาเจอกับทางเลือกแบบนี้ แต่ว่าบุริศร์ไม่อยู่ แล้วเธอก็เป็นแม่สามีของนรมน เธอควรจะเลือกยังไงล่ะ?
“คุณนายตระกูลโตเล็ก เรื่องนี้จะมาบุ่มบ่ามไม่ได้ ผมรู้สึกว่ายังไงก็ให้บุริศร์กลับมาเถอะ”
ธรณีเปิดปากพูดขึ้นโดยตรง
นรมนเป็นเด็กของตระกูลทวีทรัพย์ธาดาของพวกเขา ไม่ว่ายังไง ผู้หญิงคนหนึ่งจะต้องสูญเสียมดลูกไปหมายความว่ายังไง คนทุกคนต่างก็เข้าใจดี
นรมนเป็นผู้หญิงที่ดีขนาดนี้ ไม่ควรจะต้องมาแบกรับเรื่องพวกนี้
แม้แต่ธรณีที่เชื่อมั่นในตัวบุริศร์มาตลอด ตอนนี้ก็อดใจไม่ไหวอยากจะให้บุริศร์กลับมาแล้ว
คุณนายตระกูลโตเล็กนั้นมีความลำบากก็พูดได้ยากจริง ๆ
ถ้าหากว่าเธอรู้ว่าบุริศร์อยู่ที่ไหน ก็จะต้องให้เขากลับมาแน่ ๆ แต่ว่าตอนนี้เธอไม่รู้จริง ๆ
พฤกษ์และคมทิพย์ก็มองไปทางคุณนายตระกูลโตเล็ก ถึงแม้ว่าจะไม่พูดอะไร แต่ว่าความหมายก็ชัดเจนมากแล้ว
คุณนายตระกูลโตเล็กรู้สึกว่าความกดดันนั้นใหญ่เท่าภูเขาแล้ว
“ฉันไปโทรหาตรินท์ดู ดูซิว่าเขาจะสามารถติดต่อบุริศร์ได้หรือเปล่า”
คุณนายตระกูลโตเล็กเดินตรงไปที่มุมมุมหนึ่ง
ตอนนี้เธอเองก็อดใจไม่ไหวอยากจะหาบุริศร์ให้เจอมากจริง ๆ
หลังจากที่โทรศัพท์ให้ตรินท์แล้ว คุณนายตระกูลโตเล็กก็ให้เขาใช้คนของอาณาจักรรัตติกาลไปตามหาเบาะแสของบุริศร์ ตรินท์ตอบตกลงแล้ว แล้วก็ลวดถามอาการของนรมนด้วยประโยคหนึ่ง
ในตอนที่เขารู้สถานการณ์ของนรมนแล้วนั้น ก็พูดเสียงต่ำขึ้นว่า “แม่ครับ ตอนนี้พี่ใหญ่ไม่มีข่าวคราวอะไรเลย คงจะไม่ได้เกิดอะไรขึ้นด้วยหรอกนะครับ?”
“ไม่มีทาง บุริศร์ไม่มีทางเป็นอย่างงั้นแน่ เธอรีบไปหาคนเถอะ”
“ได้ครับ!”
หลังจากที่วางโทรศัพท์แล้ว คุณนายตระกูลโตเล็กถึงพบว่ากานต์มายืนอยู่ข้างหลังแล้ว
ไม่รู้ว่ากานต์มายืนอยู่ข้างหลังเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ ท่าทางดูเป็นกังวลเป็นอย่างมาก เห็นแล้วคุณนายตระกูลโตเล็กก็รู้สึกปวดใจไม่หยุด
“กานต์ไม่ต้องกลัวนะ หม่ามี้จะไม่เป็นอะไรหรอก”
“งั้นคุณบุริศร์ล่ะ? ทำไมถึงหาคุณบุริศร์ไม่เจอ? ผมใช้รหัสคอมพิวเตอร์ติดต่อเขาแล้ว แต่ว่าเขาก็ไม่ตอบผม เขาไม่เคยเป็นอย่างนี้มาก่อนเลยนะครับ”
ใบหน้าเล็ก ๆ ของกานต์เกือบจะย่นเข้าหากันแล้ว
หม่ามี้อยู่ที่ข้างในเป็นตายก็ไม่รู้ แด๊ดดี้ก็ไม่รู้ว่าไปไหน ถึงแม้ว่าเขาบอกกับตัวเองว่าจะต้องเข้มแข็ง จะต้องมีสติ แต่ว่าในเมื่อยังเป็นแค่เด็กคนหนึ่ง ไม่ว่ายังไงก็สงบลงมาไม่ได้
คุณนายตระกูลโตเล็กเห็นกานต์เป็นแบบนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะเอาเขามาอุ้มไว้ในอก
“ไม่มีอะไรแล้ว หม่ามี้จะต้องไม่เป็นอะไร แด๊ดดี้ก็จะต้องไม่เป็นอะไร สวรรค์จะต้องคุ้มครองพวกเขาแน่นอนจ๊ะ”
พอมาถึงตอนนี้แล้ว คำพูดปลอบโยนทั้งหมดต่างก็กลายเป็นว่างเปล่าและไร้เรี่ยวแรงขึ้นมา
เวลายังคงเดินต่อไป ในใจของทุกคนต่างก็ร้อนใจราวกับไฟแผดเผาอยู่
เจตต์เหมือนอย่างกับรากงอกอยู่ตรงหน้าห้องผ่าตัดแล้ว ขยับก็ไม่ขยับ
พฤกษ์ออกไปซื้อของกินมานิดหน่อย แต่ว่าทุกคนต่างก็ไม่มีใครอยากจะกิน
เวลาทุกนาทีทุกวินาทีผ่านพ้นไป และโพนี่ก็ไม่ได้ออกมาสักที แต่พยาบาลกลับนำเลือดส่งเข้าไปไม่หยุด เห็นจนใจคนอกสั่นขวัญแขวน
การผ่าตัดใช้เวลาติดต่อกันไปสิบกว่าชั่วโมง คนทั้งหมดต่างก็เหนื่อยล้าแล้ว
“พวกคุณกลับไปก่อนเถอะ ผมจะเฝ้าอยู่ที่นี่เอง”
น้ำเสียงของเจตต์แฝงไว้ด้วยความแหบแห้งเสี้ยวหนึ่ง
ธรณีส่ายคอที่เมื่อยล้าเล็กน้อยแล้วก็พูดขึ้น “ผมก็อยู่ต่อไปได้ คุณนายตระกูลโตเล็กครับ กานต์ยังเป็นเด็กอยู่ รอมาเป็นเวลานานขนาดนี้ก็ไม่ง่ายแล้ว คุณพาแกกลับไปก่อนเถอะครับ”
ทางด้านตรินท์ยังไม่มีข่าวคราวอะไรส่งมา
ตอนนี้คนทั้งหมดต่างก็หวังว่าบุริศร์จะสามารถกลับมาได้อย่างรวดเร็ว หรือกระทั่งพฤกษ์แอบรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาเล็กน้อย
เขาได้โทรศัพท์หาบุริศร์อยู่ตลอด แต่ว่าโทรศัพท์กลับอยู่ในลักษณะที่ปิดเครื่องอยู่ตลอด เขายังใช้แม้กระทั่งการติดต่อด้วยโค้ตลับของกองทัพด้วย แต่น่าเสียดายบุริศร์ก็ยังคงไม่ตอบกลับ
นี่มันไม่ค่อยปกตินี่!
แต่เขาไม่สามารถพูดเรื่องแบบนี้ออกมาในสถานการณ์แบบนี้ได้
ความไม่สบายใจของพฤกษ์นั้นคมทิพย์มองเห็นมันอยู่ในสายตา แต่กลับไม่มีเวลาให้ถามไถ่
ไม่ว่าจะพูดยังไงกานต์ก็ไม่ยอมกลับไป เด็กคนนี้นั้นสงบเป็นอย่างมาก ไม่ร้องไม่งอแง แต่พอยิ่งเป็นแบบนี้ ก็ยิ่งทำให้คนรู้สึกปวดใจ
ในที่สุด หลังจากที่การผ่าตัดผ่านไปสิบสี่ชั่วโมงแล้ว ไฟหน้าห้องก็ดับลงสักที
ในตอนที่โพนี่เดินออกมานั้น ทั้งคนก็ดูเหนื่อยล้ามาก ป้องรีบเดินขึ้นหน้าเข้าไปประคองไว้ แต่โพนี่กลับหลบหลีกออก
ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ได้พูดอะไร แต่ว่าป้องก็รู้ว่า โพนี่นั้นโทษเขาแล้ว
ใช่ซิ!
ถ้าหากว่าคนที่อยู่ที่นี่ในวันนี้เป็นโพนี่ แล้วไม่มีใครบอกสถานการณ์ของภรรยาให้เขาที่เป็นสามีคนนี้รู้ คิดว่าเขาเองก็คงจะโกรธเหมือนกัน
แต่ว่าเขาเข้าใจก็ส่วนเข้าใจ แต่จะมาทำลายบุริศร์เพราะเหตุนี้ไม่ได้
ก็คิดซะว่าเขาเห็นแก่ตัวก็แล้วกัน
เขาไม่สามารถมองเห็นพี่น้องที่ดีที่สุดของตัวเองจะต้องมาโดนทำลายไปตลอดชีวิตแบบนี้แน่ ถึงแม้ว่าภรรยาจะไม่เข้าใจเขาเช่นนี้ก็ตาม เขาก็ไม่เสียใจหรอก
ป้องทอดถอนใจและยืนอยู่อีกข้างหนึ่ง แต่กลับคอยสังเกตโพนี่อยู่ตลอดเวลา ราวกับว่ากลัวเธอจะแบกรับไม่ไหว
การผ่าตัดใหญ่แบบนี้นั้น เธอไม่ได้ทำมานานแล้ว
การปรากฏตัวของโพนี่ ทำให้ทุกคนต่างก็ตื่นเต้นขึ้นมา แต่ว่ายิ่งตื่นเต้น ก็ยิ่งไม่มีใครกล้าเอ่ยปากถาม
เหมือนกับว่าการถามสักคำถามหนึ่ง ก็จะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นยังไงอย่างงั้น แต่ว่าแววตาที่คาดหวังของทุกคนก็ทำให้โพนี่มีความกดดันใหญ่เท่าภูเขาเลย
“การผ่าตัดสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี และตอนนี้อาการของนรมนก็คงที่แล้ว ไข้ก็ลดแล้ว แต่ว่าจะต้องเข้าไปนอนรอดูอาการในห้องรอดูอาการผู้ป่วยหนักคืนหนึ่งก่อน โรคของเธอนี่มีโอกาสที่จะติดเชื้อและเป็นไข้ได้ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นคืนนี้จำเป็นที่จะต้องมีคนคอยเฝ้าไข้ พวกคุณปรึกษากันดูละกัน ว่าจะให้ใครอยู่ที่นี่ดี”
น้ำเสียงของโพนี่แหบแห้ง ดวงตาก็เต็มไปด้วยเส้นเลือด