ตอนที่ 517
บทที่ 517 เมื่อเสือตกทุกข์ สุนัขก็รังแกเสือได้
October 22, 2026
บทที่ 517 เมื่อเสือตกทุกข์ สุนัขก็รังแกเสือได้
แน่นอนว่ากานต์จะต้องดีใจอยู่แล้ว แต่ว่าเด็กคนนั้นยังคงเขียนต่อไปอีกว่า “แต่ว่าของในห้องมืดนั้นส่วนใหญ่แทบจะเป็นของพังทั้งนั้น เป็นของที่ข้างนอกไม่ใช้แล้วถึงได้โยนเข้าไป เมื่อก่อนได้ยินพวกเขาบอกว่า ห้องมืดเคยเป็นคลังเก็บของมาก่อน เพียงแต่ว่าตอนที่พวกเราโดนขังเข้าไปนั้นมองอะไรไม่เห็น แล้วก็ไม่รู้ว่าตกลงมันมีอะไรบ้าง อันนี้ก็เป็นเพราะว่าฉันบังเอิญคลำเจอตอนที่โดนจับไปขังคราวก่อน จากนั้นก็แอบเอาออกมาด้วย แต่ก็ไม่รู้ว่าทำตกไปที่ไหนแล้ว”
พอเห็นสิ่งที่เด็กคนนี้เขียนมา กานต์ก็ขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย แต่ว่ากลับมองโลกในแง่ดีมาก
“ไม่เป็นไร ขอแค่มีของสิ่งนี้ ฉันก็จะมีวิธีพาทุกคนออกไปจากที่นี่แล้ว แต่ว่าฉันยังต้องการไฟแช็กด้วย”
เขาไม่รู้ว่าข้างในห้องมืดมีอะไรที่ตัวเองต้องการหรือเปล่า แต่ว่าข้างในนั้นมืดเกินไปแล้วจริง ๆ แสงสว่างสักนิดก็ไม่มี ถ้าอยากจะหาของที่ตัวเองต้องการให้เจอก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
เพราะว่าช่วงที่ผ่านมานี้มีเด็กตายไปอีกสองคน เพราะฉะนั้นพวกเด็ก ๆ ต่างก็หวังว่าจะได้ออกไป พอเห็นท่าทางที่ดีอกดีใจอย่างนี้ของกานต์ พวกเขาก็มีความหวังเพิ่มขึ้นมาเสี้ยวหนึ่งแล้ว
“ฉันสามารถเอาไฟแช็กมาได้”
มีเด็กคนหนึ่งเข้ามามีส่วนร่วมด้วย
กานต์รู้ คนพวกนี้ต้องการความเป็นอิสระ ก็เหมือนกับตัวเองที่ต้องการกลับบ้าน
“ได้! พรุ่งนี้พวกเราร่วมมือกันหน่อย เดี๋ยวฉันจะหาเหตุผลสักอย่างให้โดนขังเข้าไปในห้องมืด ส่วนคนอื่น ๆ อย่าเปิดเผยความลับอะไรออกไปก็พอแล้ว”
คำพูดของกานต์ทำให้ทุกคนสงบเงียบลง บางคนเหมือนกับว่าจะตื่นเต้น และบางคนเหมือนกับว่าจะกังวลและกลัว
เรนนี่จับมือของกานต์เอาไว้ แล้วเขียนว่า “ฉันจะเข้าไปในห้องมืดกับเธอด้วย”
พอนึกถึงคราวที่แล้วที่เรนนี่โดนตีเพราะเขาแล้ว หลายวันมานี้ก็ยังไออยู่ตลอด แล้วกานต์ก็รีบส่ายหน้า
“ไม่ได้ ฉันเข้าไปคนเดียวก็พอแล้ว เธอจะมาโดนตีอีกไม่ได้แล้ว”
เธอโตกว่าเขาและกมลตั้งสองปี แต่ว่ากลับผอมจนกระดูกเหมือนอย่างกับฟืน เนื้อทั้งตัวก็ยังไม่ถึงสามชั่ง ทำให้คนเห็นแล้วปวดใจจริง ๆ
แต่เรนนี่ยังคงยืนกราน
กานต์จึงพูดเสียงต่ำขึ้นว่า “ถ้าหากว่าเธอไม่ฟังที่ฉันพูด ตอนนี้ฉันก็จะออกไปบอกพวกเขาว่าฉันเป็นใคร พอถึงตอนนั้นฉันก็คงจะต้องตายแน่นอน”
เขาไม่รู้ว่าทำไมตัวเองจะต้องเอาชีวิตของตัวเองมาข่มขู่เรนนี่ แต่ว่าวินาทีนี้ เขาไม่อยากจะเห็นเรนนี่โดนตีอีกจริง ๆ นิดหนึ่งก็ไม่อยาก
นี่เป็นครั้งแรกที่กานต์รักและเอ็นดูคนอื่นนอกเหนือจากคนในครอบครัวเลย
พอเรนนี่เห็นกานต์เป็นแบบนี้ ก็รีบหุบปาก แต่ว่ากลับโกรธขึ้นมาเล็กน้อย
พอกานต์เห็นเธอเป็นแบบนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะคิดถึงกมลขึ้นมา
เขาคิดถึงยัยคนชอบกินคนนั้นแล้วจริง ๆ
อยากจะได้ยินเธอเรียกตัวเองว่าพี่ชาย คิดถึงท่าทางที่เธอกินของแล้วเอร็ดอร่อยแบบนั้น
แล้วกานต์ก็ยิ่งอยากจะออกไปมากขึ้นอีก
ตอนบ่ายตอนที่เริ่มต้นฝึกฝนนั้น กานต์ก็ตั้งใจหาเรื่องกับคนเฝ้ายาม แล้วก็โดนคนเฝ้ายามระดมตีไปรอบหนึ่ง
เขากอดส่วนที่สำคัญของตัวเองไว้ แล้วก็ปล่อยให้หมัดที่ราวกับหยดฝนกระทบลงบนร่างกายของตัวเอง รู้สึกว่าเจ็บจนแทบจะตายอยู่แล้ว แต่ก็ได้แต่กัดฟันไว้แน่นและยืนหยัดต่อไป
แล้วก็ในตอนที่กานต์รู้สึกว่าตัวเองจะโดนตีตายแล้วนั้น คนที่เฝ้ายามคนอื่นก็เดินเข้ามา แล้วมารั้งคนที่ตีคนเอาไว้
“เอาล่ะ เลิกตีเถอะ ในบรรดาเด็กชุดนี้ ฉันรู้สึกว่ามีแต่มันที่หน่วยก้านไม่เลวสุดแล้ว ไม่ว่าจะพูดยังไงก็ถือได้ว่าต้นกล้าต้นหนึ่ง ถ้าตีจนพิการไปต่อไปก็ไม่มีสักคนแล้วนะ ถ้าเบื้องบนโกรธเกรี้ยวลงมา ทั้งนายแล้วฉันต่างก็แบกรับไม่ไหวหรอกนะ เอามันไปโยนทิ้งไว้ในห้องมืดให้หิวสักวันสองวันดู ก็คงจะเชื่อฟังแล้ว”
“เจ้าเด็กตัวเหม็น ถือซะว่าแกดวงดีไปนะ!”
คนเฝ้ายามที่ตีคนคนนั้นจับกานต์หิ้วขึ้นมาเหมือนหิ้วลูกไก่แล้วโยนเข้าไปในห้องมืดเลย
เด็กคนก่อนหน้านั้นรีบเข้ามาขวางเอาไว้ แล้วถือโอกาสเอาไฟแช็กโยนลงไปในกระเป๋าของกานต์ด้วย
“แมร่งนี้ นี่แกก็อยากจะตายด้วยใช่ไหม?”
คนเฝ้ายามที่ตีคนคนนั้นนิสัยไม่ดีเอามาก ๆ เลย ถึงแม้จะหิ้วกานต์อยู่ แต่ก็ยังคงง้างหมัดขึ้นมา
เด็กคนนั้นตกใจจนรีบวิ่งหนีกลับไปเลย แล้วก็เริ่มฝึกฝนอย่างเชื่อฟังขึ้นมา
“เป็นกระดูกชั้นต่ำจริง ๆ”
คนเฝ้ายามที่ตีคนเอากานต์โยนเข้าไปในห้องมืด
ในตอนแรกก็โดนตีจนเจ็บไปหมดทั้งตัวแล้ว แล้วตอนนี้มาโดนโยนลงไปกับพื้นห้องกะทันหัน กานต์เกือบจะร้องเสียงหลงออกไปแล้ว
พอคนเฝ้ายามไปแล้ว กานต์ก็คลานไปที่ข้างกำแพงและพิงเอาไว้ แล้วก็สูดหายใจหอบขึ้นมา
นี่มันเมื่อเสือตกทุกข์ สุนัขก็รังแกเสือจริง ๆ เลย
จะช้าหรือเร็วเขาจะต้องทวงคืนกับคนพวกนี้แน่
กานต์รอให้ตัวเองหายใจได้สม่ำเสมอแล้ว ถึงได้เอาไฟแช็กออกมาแล้วก็มองซ้ายมองขวา เขาพบว่านี่เคยเป็นคลังมาก่อนจริง ๆ แถมยังใหญ่ด้วย แต่เพราะว่ามืดเกินไป ทุกครั้งที่เข้ามาทุกคนต่างก็กลัว เพราะฉะนั้นก็เลยไม่เคยสังเกตที่นี่กันมาก่อน
เขาคลานเข้าไปเลย แล้วก็ค้นพบอย่างน่าประหลาดใจว่าที่นี่นั้นมีของที่ตัวเองต้องการด้วย
กานต์หาของที่ตัวเองต้องการเจออย่างรวดเร็ว แล้วก็ถือโอกาสใช้ช่วงเวลานี้ที่ไม่มีใครสนใจตัวเอง แล้วก็เริ่มประดิษฐ์ขึ้นมา
เขารู้สึกขอบคุณที่ห้องมืดไม่มีกล้องวงจรปิด และไม่มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อะไร
บางทีคนพวกนั้นอาจจะคิดว่าห้องมืดเป็นคลังที่โดนทอดทิ้งไปแล้ว แค่เอามาข่มขวัญเด็ก ๆ อย่างพวกเขาก็เพียงพอแล้ว ในเมื่อพวกเขาก็ไม่สามารถคิดลูกเล่นอะไรออกมาได้
แต่ว่าพวกเขากลับมาเจอกับกานต์เข้า
กานต์รู้สึกเจ็บไปหมดทั้งตัว เจ็บจนไม่กล้าขยับ แต่ว่าพอคิดถึงนรมน คิดถึงกมล คิดถึงบุริศร์ ยังมีเรนนี่และเด็ก ๆ พวกนั้น เขาก็มีความกล้าและความเชื่อมั่นขึ้นมาอีกครั้ง
ในระยะเวลาสี่วันมานี้ พวกบุริศร์และนรมนก็ไม่ได้หยุดนิ่งเลย
บุริศร์วิ่งตามรถโคชคันนั้นจนทัน แต่ว่าคนบนรถกลับบอกว่าผู้หญิงพาเด็กลงตั้งแต่กลางทางแล้ว แล้วก็ไม่รู้ว่าไปแล้วด้วย
แล้วเขาก็ย้อนกลับไปหาอีก แต่ว่าหามาสองวัน ถึงได้เพิ่งจะพอมีเบาะแสมาเสี้ยวหนึ่ง ว่าเด็กถูกพาไปในพื้นที่ห่างไกลแล้ว