ตอนที่ 588
บทที่ 588 ระหว่างผมกับคุณไม่มีความลับกัน
October 22, 2026
บทที่ 588 ระหว่างผมกับคุณไม่มีความลับกัน
“เกิดเรื่องอะไรขึ้น?”
หัวคิ้วของบุริศร์ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าไม่พอใจที่คนอื่นมาทำลายความเงียบสงบของที่นี่
บอดี้การ์ดรีบออกไปดูทันที แต่กลับโดนคนผลักเข้ามา
“พี่ นี่พี่หมายความว่ายังไง?”
คนที่มาคือตรินท์
บุริศร์มองเขาทีหนึ่ง และไม่ได้แสดงออกอะไร แล้วก็วางองุ่นที่อยู่ในมือลง และพูดกับนรมนอย่างอ่อนโยนว่า “กินเสร็จหรือยัง?”
“กินเสร็จแล้วค่ะ”
นรมนไม่รู้ว่าตอนนี้ควรจะใช้สภาพจิตใจแบบไหนไปเผชิญหน้ากับตรินท์
ถึงแม้จะรู้ว่าตรินท์ฉีกหน้ากับตัวเองมานานแล้ว แต่ว่าตอนนี้มีบุริศร์อยู่ด้วย แล้วพวกเขาก็เป็นพี่น้องฝาแฝดมีแม่คนเดียวกันมา เธอไม่รู้ว่าตัวเองควรจะทำยังไงดีถึงจะไม่ทำให้บุริศร์เสียใจ
ในระหว่างที่เธอลังเลอยู่นั้น บุริศร์ก็ลุกขึ้นแล้วเดินไปทางตรินท์
“ใครใช้ให้นายมาที่นี่?”
“พี่ นี่พี่กะว่าจะเปิดศึกกับผมแล้วใช่ไหม?”
สีหน้าของตรินท์ดูไม่ดีเท่าไหร่
นรมนไม่รู้ว่าบุริศร์ทำอะไรไปบ้าง แต่ว่าดูจากสีหน้าของตรินท์ในตอนนี้แล้ว เหมือนกับว่าจะโกรธอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว
“เปิดศึก? นายคิดว่านายมีคุณสมบัติพอที่จะเปิดศึกกับฉันด้วยเหรอ?”
บุริศร์มองอย่างเย็นชาไปที่ตรินท์
แล้วอยู่ ๆ ตรินท์ก็อึ้งไปเลย
เขาพบว่าในแววตาของบุริศร์นั้นไม่มีความอบอุ่นอยู่เลยแม้แต่น้อย และยังเฉียบคมราวกับเป็นมีดสั้นที่คมกริบเล่มหนึ่ง จนทำให้เขาแทบจะแบกรับไม่ไหว
“พี่ นี่พี่ดูถูกผมมากไปแล้วมั้ง?”
“ดูถูกหรือไม่ดูถูก ต่อไปค่อยว่ากัน วันนี้ฉันไม่มีเวลาจะมาเซ้าซี้กับนาย รีบไสหัวไปซะ! อย่ามาทำให้ฉันและพี่สะใภ้นายหมดสนุกกัน”
คำพูดของบุริศร์นั้นไม่ไว้หน้ากันเลย
นรมนรู้สึกอย่างละเอียดอ่อนว่าท่าทีที่บุริศร์มีต่อตรินท์นั้นได้เปลี่ยนไปแล้ว
เธอไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่นั่งเก็บเมล็ดองุ่นอย่างสบายใจอยู่ตรงนั้น
ริมฝีปากของตรินท์กระตุกไปทีหนึ่ง ในตอนที่มองเห็นนรมนนั้นก็พูดเสียงต่ำขึ้นว่า “พี่สะใภ้ ร่างกายของคุณดีขึ้นบ้างหรือยัง?”
“ฉันบอกให้นายไสหัวไปไม่ได้ยินเหรอ?”
บุริศร์พูดเสียงสูงขึ้นมาทันที
บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นดินปืนขึ้นมาทันที เหมือนกับว่าแค่จุดไฟก็ติดแล้ว
ตรินท์มองดูแล้วรอบข้างล้วนเต็มไปด้วยคนของบุริศร์ แล้วก็พูดขึ้นอย่างทอดถอนใจทีหนึ่งว่า “ผมไปก็ได้ แต่ว่าพี่ต้องให้คำอธิบายหนึ่งมากับผม ทำไมอยู่ ๆ ถึงได้ถอดพนักงานของผมในบริษัทฮัวยูกรุ๊ปจำกัดออกทั้งหมด? ในเมื่อตอนนี้ผมต่างหากที่เป็นประธานของบริษัทฮัวยูกรุ๊ปจำกัดอยู่ไม่ใช่เหรอ? หรือว่าพี่เสียดายแล้วเหรอที่ยกตระกูลโตเล็กให้ผม? เพราะฉะนั้นถึงได้คิดว่าจะมาใช้กำลังทวงกลับไปใช่ไหม?”
พอคำพูดนี้พูดออกมา นรมนก็อดไม่ได้ที่จะอึ้งไปเล็กน้อย
บุริศร์ทวงบริษัทฮัวยูกรุ๊ปจำกัดกลับคืนมาแล้วเหรอ?
เพราะอะไร?
เธอรู้สึกมาตลอดว่าบุริศร์นั้นมีความรู้สึกผิดต่อตรินท์มาตลอด ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็จะยอมเขาตลอด เรื่องยาพิษเมื่อครั้งที่แล้ว ทั้ง ๆ ที่รู้ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับตรินท์ แต่บุริศร์ก็พยายามอดกลั้นเอาไว้ไม่ไปเอาเรื่องอะไรกับตรินท์ แล้วก็แกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องอะไรลืมตาข้างหนึ่งหลับตาข้างหนึ่งปล่อยให้มันผ่านไป
แล้วอยู่ ๆ ทำไมตอนนี้ถึงได้มาต่อต้านกันอย่างนี้แล้วล่ะ?
นรมนรู้สึกว่ามีอะไรกำลังค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไปแล้ว แต่เธอกลับไม่รู้เรื่อง
บุริศร์มองดูตรินท์ แล้วยิ้มเย็นขึ้นและพูดว่า “ตอนนั้นตอนที่บริษัทฮัวยูกรุ๊ปจำกัดถูกส่งต่อมาถึงมือของฉัน มันก็เป็นแค่เปลือกกลวง ๆ แล้วตอนนี้ฉันเป็นคนพัฒนามันจนเติบใหญ่ขึ้นมา ถ้าฉันอยากจะเอาคืนมา นายมีความคิดเห็นเหรอ?”
“พี่!”
ตรินท์คิดไม่ถึงว่าบุริศร์จะพูดอย่างนี้ออกมาได้ แล้วก็ยิ่งคิดไม่ถึงว่าเขาจะทำกับตัวเองอย่างนี้ เขาเองก็รู้สึกถึงความผิดปกติแล้ว แต่ว่ากลับหาเหตุผลของความผิดปกติออกมาไม่ได้ว่ามันอยู่ตรงไหน
เขากำมือให้เป็นหมัดไว้แน่น แต่กลับไม่มีความมั่นใจที่จะมาต่อกรกับบุริศร์ สุดท้ายก็หมุนตัวจากไปอย่างโมโหเล็กน้อย
นรมนอยากจะดึงมือของบุริศร์มา แต่บุริศร์กลับหมุนตัวมาเหมือนอย่างกับว่าไม่มีเรื่องอะไร ยิ้มแล้วพูดกับเธอขึ้นว่า “ของขวัญแต่งงานชิ้นนี้ ไว้อีกเดี๋ยวคุณก็มอบให้คมทิพย์เองละก็ ถือซะว่าเป็นของขวัญจากเราสองคน”
“ได้ค่ะ”
“พวกเรากลับบ้านกันเถอะ ร่างกายของคุณยังต้องการพักผ่อน ออกมานานมากไม่ได้”
บุริศร์ต้องการความคิดเห็นจากนรมน
แล้วนรมนก็พยักหน้า
ตอนที่เขาอุ้มนรมนขึ้นไปบนรถแล้ว นรมนก็ยังอดไม่ได้ที่จะถามออกไปประโยคหนึ่ง
“คุณยังโอเคอยู่ใช่ไหมคะ?”
“ผมไม่เป็นไร ไม่ต้องเป็นห่วงผม”
“แต่ว่า……”
“กลับบ้านไหม? หรือว่ามีที่อื่นที่อยากจะไปไหม? ร่างกายของคุณตอนนี้ ที่ที่เอะอะโวยวายเกินไปนั้นไปไม่ได้หรอกนะ”
บุริศร์พูดเปลี่ยนเรื่องไป
นรมนก็หยุดถามเรื่องที่จะถามบุริศร์ลงทันที
หรือว่าควรจะทำยังไงต่อไปนั้น บุริศร์ได้คิดไว้นานแล้ว
“กลับบ้านเถอะ วุ่นวายมาพักหนึ่ง ฉันรู้สึกเหนื่อยหน่อยแล้ว”