ตอนที่ 607
บทที่ 607 แกรนหาที่ตาย
October 22, 2026
บทที่ 607 แกรนหาที่ตาย
บุริศร์มองไปทางนรมน
นี่ยังไม่ถึงหนึ่งวัน คิดไม่ถึงว่านรมนจะร้องขอความเมตตาเพื่อคนที่ลักพาตัวเธอ?
เขาไม่อาจเข้าใจได้ ดวงตาคู่นั้นค่อนข้างมืดมน
นรมนรู้ว่าบุริศร์เข้าใจผิด แต่ตอนนี้ไม่สามารถอธิบายอะไรได้มาก เธอจึงทำได้เพียงแค่พูดว่า “คิดถึงกิจจาสิ ถึงแม้เขาจะทำผิดมากมาย แต่กิจจาไม่ได้ผิดอะไร เด็กคนนั้นเพิ่งจะได้อยู่กับพ่อของตัวเองกี่วัน?เขาอยู่แถวนี้ ถ้าให้เขารู้ว่าพ่อของเขาไม่อยู่แล้ว เขาจะรับได้อย่างไร?พวกเราเป็นผู้ใหญ่จะเป็นอย่างไรก็ได้ แต่คิดถึงเด็กสิ”
คำพูดของนรมนทำให้บุริศร์อึ้งไปสักพัก
ในสมองของเขาปรากฏใบหน้าที่ไร้เดียงสาของกิจจาลอยขึ้นมา
เจ้าตัวเล็กที่เคยเรียกแด๊ดดี้ตามก้นของตนเอง หลังจากเขมิกาตายไปดูเหมือนจะเปลี่ยนไปเยอะเลย ตอนนี้เกิดเรื่องของตรินท์อีก หัวใจของบุริศร์บีบแน่นฉันพลัน
เขาสามารถลงมือกับใครก็ได้ แต่อย่างเดียวคือไม่สามารถทำร้ายหัวใจของลูก
บุริศร์มองรามิล เกิดความลังเลขึ้นมาอย่างไม่คาดคิด
รามิลจะไม่รู้ว่าบุริศร์คิดอะไรอยู่ในใจได้อย่างไร ในใจอดยิ้มอย่างขื่นขมไม่ได้
บทบาทเดียวที่เขาทำได้ไม่ดีก็คือการเป็นพ่อ
เขารู้สึกขอโทษต่อกิจจาเด็กคนนั้น!
เพื่อการล้างแค้น เขาไม่ให้ความอบอุ่นแก่กิจจาแม้แต่นิดเดียว แต่กิจจากลับอาลัยอาวรณ์เขาเช่นนี้ ต่อให้เขาตีเขา เขาก็ยังคงชอบเขาเหมือนเดิม เข้าใกล้เขาเหมือนเดิม
นี่อาจจะเป็นพลังของสายเลือด จึงทำให้รามิลมองออกว่ากิจจาโหยหาความรักในครอบครัว
เขาน้ำตาซึมเล็กน้อย
ท่านขุนอินเห็นฉากนี้ จึงอดพูดขึ้นมาไม่ได้ “ประธานบุริศร์ อันที่จริงพวกเราสามารถแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างสันติวิธีจริงไหม?พวกเราแค่ต้องการแบบแปลนและสัญญามอบอำนาจเท่านั้น เพียงแค่คุณส่งให้พวกเรา พวกเราก็จะไม่ทำร้ายตรินท์กับนรมนทั้งสองคนแม้แต่นิดเดียว จะปล่อยพวกเขาไว้ตรงนี้ คุณคิดว่าเป็นอย่างไร?”
บุริศร์มองรามิล ในแววตามีความยุ่งเหยิง แต่ดวงตาคู่นั้นยังคงคลุมเครือไปด้วยความเกลียดชัง
เขาไม่อาจให้อภัยคนที่ปลอมตัวเป็นน้องชายของเขา หลอกลวงความรู้สึกของเขา คนที่ทำร้ายภรรยาของเขา!แต่จริงอย่างที่นรมนพูด ใบหน้านี้ของเขาปลอบโยนจิตใจของกิจจาได้มาก ในจุดนี้ เขาจำต้องตรึกตรอง
รามิลยิ้มอย่างขื่นขม สบตาของบุริศร์ และพูดออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำ “ขอโทษ”
“มาพูดขอโทษตอนนี้ไม่คิดว่ามันสายไปหน่อยเหรอ ?ในเมื่อรู้สึกผิดแล้วจะทำไปทำไม?บุญคุณและความแค้นของนายกับฉัน หลังจากนี้ค่อยๆ คิดบัญชี เพื่อกิจจา วันนี้ฉันจะยกโทษให้นาย แต่นายต้องจำเอาไว้ว่า นายติดหนี้ฉัน ติดหนี้ตระกูลโตเล็ก ฉันจะเอาคืนจากนายทีละนิด”
บุริศร์พูดอย่างเย็นชา ส่วนรามิลแค่ยิ้มอย่างขื่นขม ไม่ได้พูดอะไร
นรมนถึงจะถอนหายใจอย่างโล่งอก
เธอพยายามดิ้นอยู่สักพัก มองธรรศอย่างเกลียดชังและกล่าวว่า “หวังจริง ๆ ว่าบนร่างกายของฉันจะไม่มีเลือดเหมือนกับคุณ คุณทำให้ฉันสะอิดสะเอียนสุดๆ ”
ธรรศกลับกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “จริงเหรอ?น่าเสียดายที่เธอหนีไม่พ้นจากโชคชะตาที่เป็นหลานสาวของฉัน”
นรมนโมโหสุด ๆ แต่ธรรศไม่มองเธออีก แต่หันไปมองทางบุริศร์
“ประธานบุริศร์ ว่าอย่างไร?คิดพิจารณาดีแล้วหรือยัง? พวกเราแค่ต้องการแบบแปลนและสัญญามอบอำนาจ”
สายตาของบุริศร์ถึงจะหันไปมองทางธรรศและนรมน
สายตาของเขากวาดมองบนร่างกายของนรมน เมื่อแน่ใจว่าเธอปลอดภัยจึงพูดว่า “คุณทำให้ผมประหลาดใจจริงๆ เพียงแต่ไม่รู้ว่าธรณีกับคุณนายทวีทรัพย์ธาดารู้หรือไม่ว่าคุณยังมีชีวิตอยู่ รู้หรือเปล่าว่าตอนนี้คุณมีชีวิตสบายแบบนี้?”
“เรื่องนี้ไม่ต้องลำบากประธานบุริศร์หรอก เร็วเข้าเถอะ ผมไม่มีเวลามาก เมื่อได้แบบแปลนและสัญญามอบอำนาจแล้ว ผมต้องรีบกลับไป ไม่อย่างนั้นคุณคิดจริงๆ หรือว่าตรินท์จะสามารถทำให้ผมออกมาได้?”
ได้ยินธรรศพูดแบบนี้รามิลท่าทางมีอารมณ์ขึ้นมา แต่กลับไม่ทำอะไร เหมือนกับรอการตัดสินใจของบุริศร์
ดวงตาของบุริศร์ลดต่ำลง สองมือบีบแน่นจนกลายเป็นกำปั้น
นี่เป็นครั้งที่สองที่เขาถูกคนกลุ่มนี้คุกคาม
ตั้งแต่เกิดจนถึงตอนนี้ นี่เป็นการทำลายสถิติของเขา
สีหน้าของบุริศร์น่าเกลียดสุดๆ แต่กลับพูดอย่างเย็นชา “ผมเคยบอกแล้วว่าจะให้พวกคุณ แน่นอนว่าจะทำตามที่สัญญา แต่พวกคุณกลับทำให้พวกเราพี่น้องโกรธกัน ทำให้เขาเอาตัวภรรยาของผมไป ไม่รู้ว่าตอนนี้ร่างกายของภรรยาผมเป็นอย่างไรบ้าง ดังนั้นผมจะให้แบบแปลนกับพวกคุณก่อน ส่วนสัญญามอบอำนาจ ผมจะรอให้ภรรยาของผมกับตรินท์กลับไปอย่างปลอดภัยถึงจะส่งให้พวกคุณ”
“ประธานบุริศร์ แบบนี้ไม่ค่อยดีนะ?”
คำพูดของธรรศทำให้บุริศร์หัวเราะอย่างเย็นชาเล็กน้อย
“ไม่ดี?ตอนนี้ผมไม่มีความเชื่อใจพวกคุณแม้แต่นิดเดียว ปล่อยพวกเขา ให้พวกเขาไป เพียงแค่พวกเขาถึงเมืองชลธี ผมจะส่งสัญญามอบอำนาจให้แก่พวกคุณ ไม่อย่างนั้น พวกคุณไม่ว่าใครก็อย่าคิดจะได้ไปเลย”
“นี่……”
“ลังเลอยู่เหรอ?พวกคุณคิดว่าพวกคุณยังมีเวลาลังเลจริงๆ เหรอ?”
เสียงของบุริศร์เย็นชาลงไปอีก
ในขณะนั้นเอง เสียงใสๆ ของเด็กก็ดังขึ้นมา
“แด๊ดดี้? คุณลุง หม่ามี้!”
เสียงของกิจจาดังมาจากไม่ไกล ทำให้สีหน้าของทุกคนตะลึงไปทันที
“กิจจา ?หนูมาที่นี่ได้อย่างไร?”
เส้นประสาทของนรมนตื่นตัวขึ้นทันที สีหน้าของรามิลก็ดูไม่ได้
ดวงตาของบุริศร์หรี่ลงในชั่วพริบตา เขามองไปทางขุนอินทันที
“ขุนอิน นี่คุณหมายความว่าอะไร?”
“ผมเคยบอกว่าจะไม่เล่นงานยมราช และจะไม่ทำอะไรในโรงพยาบาลของเธอ แต่ผมไม่เคยพูดว่าผมจะไม่ทำอะไรนายน้อยของตระกูลโตเล็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขาอยู่โรงเรียนอนุบาลในเขตเมือง ไม่ได้อยู่ในขอบเขตอำนาจของยมราชจริงไหม?ประธานบุริศร์ คุณก็อย่าโทษผมเลย ผมเพียงแค่ป้องกันไว้ล่วงหน้า จริง ๆ นะ พวกเรายังสามารถร่วมมือกันได้”
คำพูดของขุนอินทำให้นรมนโมโหทันที