ตอนที่ 633
บทที่ 633 เธอผู้หญิงบ้าคนนี้นี่
October 22, 2026
บทที่ 633 เธอผู้หญิงบ้าคนนี้นี่
เธอพึ่งรู้สึกถึงความเจ็บปวดของการสูญเสียเสียงไปเป็นครั้งแรก
ถึงแม้ว่าเธอจะใช้แรงจากทั้งตัวในการตะโกน แต่กลับไม่มีเสียงออกมาเลยแม้แต่น้อย เสียงของสายฝนที่ตกหนัก เธอรู้สึกว่าทั้งหมดนั้นล้วนหมดหนทาง
รถหยุดลงตรงหน้ากิจจาเพียงเซนติเมตรเดียว
เสียงเบรกแหลม ราวกับใบมีดที่แหลมคมที่เกือบจะกรีดผ่านหัวใจของนรมน
“อยากตายเหรอ? ลูกหลานใคร ฝนตกหนักวิ่งมาอยู่กลางถนนทำไม? รีบไสหัวออกไป!”
คนขับรถก่นด่าอย่างรุนแรง เพราะเบรกเมื่อสักครู่ทำให้หัวเขาของเขากระแทกเข้ากับพวงมาลัยจนเกิดรอยช้ำ จึงอารมณ์เสียเป็นอย่างมาก
กิจจากลับดูเหมือนไม่ได้ยินเสียอย่างนั้น รีบเข้าไปดึงประตู คิดจะดึงคนขับรถลงมา
เขาต้องช่วยหม่ามี้!
หม่ามี้ยังไม่ได้สติเลย!
คนขับรถเห็นกิจจาต้องการจะขึ้นมาบนรถจึงรีบล็อกประตูรถแล้วสบถด่า “ไอ้เด็กเวร แกยังคิดจะขึ้นรถ? ไม่ดูตัวเองเปียกฝนไปทั้งตัว สกปรกรถฉัน แกมีค่าพอเหรอ?”
กิจจาคิดจะขอความช่วยเหลือ แต่ทุกคำพูดราวกับติดอยู่ในลำคอ พูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว
“ปล่อยมือ! แกปล่อยมือซะได้ยินไหม?”
กิจจาคว้าหน้าต่างรถไว้แน่น ไม่ว่าจะพูดอย่างไรก็ไม่ยอมปล่อยมือ
คนขับรถเห็นกิจจาไม่ยอมปล่อยมือก็พูดอย่างโมโห “ถ้าแกยังไม่ปล่อยมือ ฉันจะเอาหน้าต่างรถขึ้นแล้ว ถึงตอนนั้นหนีบมือแกขาดก็อย่ามาโทษฉัน”
กิจจาที่ฟังเข้าใจชะงักไป แต่ยังคงไม่ปล่อยมือ
เขาจะปล่อยมือไม่ได้!
กว่าจะขวางรถไว้ได้สักคัน อย่างไรก็ต้องลากคนขับรถลงมาพาหม่ามี้ไปโรงพยาบาลให้ได้ค่อยว่ากัน
ความมั่นใจแบบนี้ทำให้กิจจาไม่สนใจอะไรจับหน้าต่างรถไว้ไม่ปล่อย
นรมนตกใจจนสั่นไปทั้งร่าง รีบวิ่งไปข้างหน้าไม่หยุดแม้จะล้มลงไปหลายครั้ง
คนขับรถมองซ้ายมองขวาเห็นว่าไม่มีคน ตรงนี้ก็ไม่มีกล้องวงจรปิดจึงพูดขึ้นมาอย่างโหดเหี้ยม “นี่เป็นเพราะแกบังคับฉันเองนะ!”
พูดจบเขาก็เลื่อนกระจกขึ้นอย่างเต็มที่
“อย่า!”
นรมนตะโกนในใจ ใช้แรงทั้งหมดพุ่งไปข้างหน้าแล้วรวบเอากิจจาออกมาจากหน้ารถ
ร่างกายที่อบอุ่นทำให้กิจจาชะงักไปเล็กน้อย
นรมนถลึงตามองคนขับรถอย่างโกรธแค้น ถ้าหากพูดได้ล่ะก็ เธอจะด่าเขาอย่างไม่ลังเลเลย
คนขับรถถึงกับผงะไป คิดไม่ถึงว่าจะมีผู้ใหญ่พุ่งออกมา แต่เขาก็คิดว่านรมนกล้าพอจึงด่าพึมพำ: “เฮ้ย ฉันจะบอกเธอให้ อย่ายุ่งเรื่องชาวบ้านมากนัก ไอ้เด็กเวรนี่หาเรื่องตายเอง จะมาโทษฉันไม่ได้”
เมื่อคนขับรถเรียกว่า “ไอ้เด็กเวร” นรมนก็เกิดความโมโหอย่างรุนแรงขึ้นในใจ
เธอยื่นมือออกไปอย่างรวดเร็วในตอนที่หน้าต่างรถยังไม่ทันปิด ใช้มือเดียวกระชากผมของคนขับรถแล้วกระแทกเข้ากับพวงมาลัย
น่าเกลียดเกินไปแล้วจริงๆ!
กิจจายังเด็กมาก เขาทำกับเด็กแบบนี้ได้อย่างไร?
นรมนโกรธจนใช้แรงทั้งหมดลงโทษคนขับรถ
“ปล่อยฉัน! นังผู้หญิงบ้าคนนี้นี่! ปล่อย! ไม่อย่างนั้นฉันจะแจ้งความ!”
คนขับรถร้องโอดโอยเสียงดัง แต่กลับไม่สามารถดิ้นหลุดจากมือนรมนได้
เขาอดที่จะแปลกใจไม่ได้ นรมนดูท่าทางอ่อนแอ ทั้งยังดูเหมือนจะสุขภาพไม่แข็งแรง ทำไมถึงแรงเยอะขนาดนี้?
เขาไม่ได้คิดถึงเหตุผลของความเป็นแม่เลยแม้แต่น้อย
สำหรับนรมนแล้ว ตอนนี้กิจจาคือทุกอย่างของเธอ เมื่อมีคนคิดจะรังแกกิจจา นี่เป็นขีดสุดของนรมนแล้ว แม้ว่าเธอต้องทุ่มเทจนสุดกำลังก็ต้องทำให้อีกฝ่ายชดใช้ค่าเสียหายให้ได้
คนขับรถด่าเสียงเบาลงเรื่อยๆ แล้วค่อยๆ เงียบไป
นรมนถึงจะปล่อยมือ
คนขับรถหมดสติไปแล้ว ใบหน้าเต็มไปด้วยเลือด
ในตอนนั้นเองนรมนก็หมดแรงลงอย่างกะทันหัน ซวนเซเกือบจะล้มลงไป
กิจจาจับเธอไว้แน่น
นรมนมองกิจจาแล้วส่ายหน้าให้เขา ยื่นมือไปอุ้มเขาเดินฝ่าสายฝนไป
เธอไม่รู้วตนเองต้องไปที่ไหน แล้วก็ไม่รู้ว่าตนเองจะไปได้ไกลแค่ไหน แต่ตอนนี้เธอจะไม่ยอมให้ใครมารังแกกิจจาเด็ดขาด
รถแล่นผ่านพวกเขาไปคันแล้วคันเล่า ส่วนรถคันที่จอดอยู่กลางถนนนั้นก็ไม่มีใครสนใจ และไม่มีใครอยากไปหาความยุ่งยากวุ่นวาย
นรมนรู้สึกหนาวขึ้นเรื่อยๆ
เธออุ้มกิจจาไว้แน่น กิจจาก็เกาะเธอไว้แน่น ท่าทางพึ่งพากันและกันของทั้งคู่นั้นทั้งสวยงามและน่าสงสาร
เมื่อรถแลนด์โรเวอร์ขับผ่านนรมนไป นรมนก็ฝืนไม่ไหวอีกต่อไปแล้วล้มลงบนพื้นทันที
ความเป็นแม่ทำให้เธอปกป้องกิจจาไว้ในอ้อมกอดอย่างไม่ทันรู้ตัว ทั้งร่างล้มลงโดยแหงนหน้าขึ้นไปทางท้องฟ้า
รถแลนด์โรเวอร์ขับผ่านไปเล็กน้อยแล้วหยุดลง ก่อนจะถอยกลับมา
เมื่อประตูรถเปิดออก รองเท้าส้นสูงสีแดงหยุดลงตรงหน้าของนรมน
นรมนรู้สึกเหมือนฝนหยุดตกกะทันหัน
เธอเงยหน้าขึ้นช้าๆ ก็เห็นใบหน้าที่คุ้นเคย แต่ใบหน้าที่คุ้นเคยนี้ทำให้เธอรู้สึกเหมือนเกิดภาพหลอน
เธอยิ้มเล็กน้อย กอดกิจจาเอาไว้แน่นแล้วหมดสติไป
“นรมน!”
เจ้าของรองเท้าส้นสูงเรียกอย่างตกใจ รีบย่อตัวลงแล้วยื่นมือมาแตะหน้าผากของนรมน คิดไม่ถึงว่าจะร้อนจนต้องตกใจ
“ทำไมถึงเป็นแบบนี้? คนขับรถ! รีบมาพาพวกเขาขึ้นรถไปโรงพยาบาล”
เจ้าของรองเท้าส้นสูงคือคมทิพย์นั่นเอง!
คนขับรถได้ยินคมทิพย์ตะโกนเรียก ก็รีบเข้ามาพานรมนกับกิจจาขึ้นรถ
กิจจาจับมือนรมนไว้ตลอดไม่ยอมปล่อย
คมทิพย์มองพวกเขา อย่างไรก็ไม่กล้าเชื่อว่าทั้งหมดตรงหน้าตอนนี้คือนรมนที่เธอคุ้นเคยมาก่อน
ทำไมเธอถึงไม่อยู่ที่ตระกูลโตเล็ก?
ทำไมถึงมาโผล่อยู่ที่นี่ได้?
แล้วยังสภาพจนตรอกถึงขนาดนี้ ตกอับถึงขนาดนี้