ตอนที่ 654
บทที่ 654 นี่เรียกว่ากรรมตามสนองหรือเปล่า
October 31, 2026
บทที่ 654 นี่เรียกว่ากรรมตามสนองหรือเปล่า
“ทำไม ?มีสถานการณ์อย่างอื่นด้วยเหรอ?”
“ครับ”
“ส่งมา”
บุริศร์วางสายไปได้ไม่นาน พฤกษ์ก็ส่งข้อมูลของคุณหมอคนนั้นมาให้
ข้อมูลอย่างละเอียดของคุณหมอถูกตรวจสอบจนถึงต้นตระกูลแปดชั่วอายุคน
บุริศร์มองข้อมูลนี้ หัวคิ้วขมวดเล็กน้อย
คุณหมอคนนี้มีความสามารถก็จริง เพียงแต่นิสัยของเขาไม่ดีเอาเสียเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วยหญิง
เหตุผลที่เขารับผู้ป่วยหญิงมารักษา คือการล่วงละเมิดพวกเธอ ผู้ป่วยหญิงบางรายบอกกับคนอื่นว่า ทำได้เพียงแค่อดทนเพราะทำอะไรไม่ได้
มีคนอยากฟ้องร้องเขา แต่เขามีความสัมพันธ์ที่จะทำให้เรื่องนี้ถูกต้อง
คุณหมอที่มีนิสัยแบบนี้ บุริศร์ไม่ต้องการใช้จริง ๆ
เขาโทรหามิลินทันที
“ทางฝั่งฉัตรยาต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหน?”
คำถามของบุริศร์ทำให้มิลินต้องถามกลับอย่างงงงวย
“ทำไมเหรอ?คุณก็รับผิดชอบเรื่องของคุณหนูของตระกูลจันทรวงศ์เหรอ?”
“ผมไม่ได้รับผิดชอบ ผมเพียงแค่ต้องการรู้เวลาของคุณ”
“ฉันยังไม่ได้ตกลงว่าจะรักษาให้คุณเลยนะ”
มิลินคิดว่าเป็นเรื่องการสะกดจิตของบุริศร์ จึงตัดสินใจวางสายทันที กลับได้ยินบุริศร์พูดว่า “ผมถามเพื่อนรมน”
มิลินนิ่งไปสักพัก
“พวกคุณคืนดีกันแล้วเหรอ?”
“คุณไม่หวังให้พวกเราคืนดีกันหรือไง?”
“แน่นอน นรมนอยู่กับคุณแล้วได้รับความทุกข์ทรมานมากเกินไป การแยกจากคุณเธอถึงจะมีพื้นที่ของตนเองที่กว้างใหญ่ยิ่งขึ้น”
คำพูดของมิลินทำให้บุริศร์เงียบไปสักพัก
เป็นแบบนั้นจริงเหรอ?
ตราบใดที่นรมนแยกจากเขาถึงจะมีพื้นที่ที่ยิ่งกว้างใหญ่?
บุริศร์ไม่ปริปากพูดว่าถูกหรือผิด
“พูดจาไร้สาระให้น้อยหน่อย คอของนรมนคุณรักษาได้ไหม?”
บุริศร์ก็ขี้เกียจพูดเรื่องเหล่านั้นที่ทำให้ตนเองกลุ้มใจมากขึ้นกับมิลิน
มิลินก็ไม่ได้ปิดบัง
“รักษาได้ แต่ความเสี่ยงสูงมาก หากทำได้ไม่ดีจะมีอันตรายถึงชีวิต”
บุริศร์มือแข็งทันที
“เป็นไปได้อย่างไร? เธอไม่เพียงแค่เป็นใบ้เหรอ? ทำไมจึงอันตรายถึงชีวิต?”
“พูดศัพท์เทคนิคเฉพาะทางกับคุณคุณก็คงไม่เข้าใจ พูดง่าย ๆ ก็คือ ประสิทธิ์ภาพของยาที่ทำให้เป็นใบ้นั้นรุนแรงมาก ถ้าต้องการถอนรากถอนโคน มันยุ่งยากมาก รวมทั้งสมุนไพรหายากที่เธอใช้ผ่าตัดครั้งล่าสุด ทำให้ประสิทธิ์ภาพการดูดซึมของยารวดเร็วเป็นพิเศษ ต้องการรักษาให้หาย ก็ต้องรับความเสี่ยง”
คำพูดของมิลินทำให้บุริศร์ลังเล
ถ้าไม่รักษา อย่างมากที่สุดนรมนจะไม่สามารถพูดได้ แต่รับรองว่าไร้ความกังวล ถ้ารักษา ความเสี่ยงนี้เธออาจจะแบกรับไม่ไหว
“ฉันคิดว่าเรื่องนี้คุณควรจะถามนรมน ถึงอย่างไรก็เป็นเรื่องของตัวเธอเอง คุณทำอะไรไม่ได้ และไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจแทนเธอ ถ้าเธออยากคืนสู่สภาพเดิม ก็เชิญเธอมาตระกูลจันทรวงศ์ ฉันจะรอเธออยู่ที่ตระกูลจันทรวงศ์”
มิลินพูดจบก็วางสายไป
บุริศร์จมอยู่ในความคิด
แน่นอนว่าเขาไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจแทนนรมน ถ้าเป็นไปได้ เขาก็อยากให้เสียงของนรมนกลับมา แต่ถ้ามีราคาที่ต้องจ่ายมากเกินไป เขายอมให้นรมนเป็นแบบนี้ดีกว่า
อันที่จริงแบบนี้ก็ค่อนข้างดีแล้วใช่ไหม?
บุริศร์ปลอบใจตนเอง แต่ก้นบึ้งที่อยู่ลึกลงไปที่สุดของหัวใจกลับรู้สึกเจ็บปวดขึ้นมา
นรมนไม่รู้ว่าบุริศร์ทุ่มเททุกวิถีทางเพื่อเรื่องของเธอ เธอพักผ่อนสักพัก จึงเริ่มหาบ้านบนอินเทอร์เน็ต
บ้านที่นี่ราคาไม่ถูก
นรมนวางแผนซื้อบ้านเป็นสักหลังเป็นของตนเอง
เพราะหลังจากแต่งงาน แม้ว่าประตูบ้านของพ่อแม่จะเปิดต้อนรับเธอเสมอ แต่เธอรู้ว่าตนเองไม่สามารถกลับไปพักได้นาน ไม่อย่างนั้น พ่อแม่ตระกูลธนาศักดิ์ธนคงจะเป็นห่วง ส่วนตระกูลทวีทรัพย์ธาดา ตอนนี้เธอไม่มีหน้ากลับไป
และบ้านของสามี ตอนนี้เธอคล้ายกับเป็นคนนอกไปแล้ว แม้แต่อาณาจักรรัตติกาลในมือของตนเองก็ขึ้นอยู่กับกิมจิ เธอยังจะมีอะไรอีกบ้าง?เมื่อได้รับบาดเจ็บ คิดไม่ถึงว่าเธอจะไม่มีแม้แต่ที่รักษาด้วยซ้ำ
นึกถึงชีวิตที่ขมขื่นของตนเองในโรงแรมเล็ก ๆ นึกถึงคืนฝนตกนั้นที่ตนเองกับกิจจาเกือบตาย ความต้องการซื้อบ้านสักหลังของนรมนเพื่อเป็นของตนเองกลายเป็นเรื่องเร่งด่วนขึ้นมาอีกครั้ง
แต่เงินซื้อบ้านไม่ใช่เงินก้อนเล็ก ๆ
เธอนึกถึงห้างGolden Harvest
ในเมื่อบุริศร์ยกห้างGolden Harvestให้แก่เธอแล้ว เธอก็ไม่ทำตัวไร้เหตุผล เพียงแค่ดูว่าเงินในบัญชีของห้างมีเท่าไหร่ค่อยว่ากัน
เมื่อนรมนตัดสินใจไปห้างGolden Harvestก็รู้สึกลำบากใจเล็กน้อย
ตอนนี้เธอเป็นแบบนี้ แล้วจะสื่อสารกับพนักงานอย่างไร?หรือจะต้องใช้ภาษามือ?ถ้าพนักงานไม่เข้าใจจะทำอย่างไร?
สิ่งแรกที่นรมนรู้สึกคือการพูดไม่ได้เป็นเรื่องยากลำบากอย่างยิ่ง จนแม้แต่ไม่สามารถสื่อสารกับผู้อื่นได้
กิจการของห้างสรรพสินค้าดีมาก แต่เธอมักจะต้องแสดงตัว
เป็นครั้งแรกที่นรมนคิดว่าต้องรักษาคอของตนเองโดยด่วนแล้ว
เธอส่งเฟซบุ๊กหาคมทิพย์ ให้คมทิพย์นำหนังสือมอบอำนาจของเธอไปถอนเงินจำนวนหนึ่งออกจากบัญชีของห้างGolden Harvest แต่เธอต้องการเอกสารที่ปรึกษาทางกฎหมายของห้างสรรพสินค้าถึงจะทำได้
นรมนรู้ว่า เรื่องนี้เธอต้องหาบุริศร์เท่านั้น
หลังจากลังเลอยู่นาน นรมนจึงส่งเฟซบุ๊กหาบุริศร์ บอกความคิดของตนเองให้เขาฟัง
ได้ยินว่านรมนต้องการเบิกเงิน บุริศร์ถามอย่างร้อนใจ “เกิดเรื่องอะไรขึ้นเหรอ?”
“ไม่มีอะไรหรอก ก็แค่อยากใช้เงินจำนวนหนึ่ง ในเมื่อห้างGolden Harvestเป็นของฉันแล้ว ฉันก็สามารถเปลี่ยนที่ปรึกษาทางกฎหมายเป็นคนที่ฉันหามาเองได้ใช่ไหม?”
นรมนไม่อยากรายงานบุริศร์ทุกเรื่อง ความรู้สึกแบบนั้นเหมือนเด็กคนหนึ่งแบมือขอเงินจากผู้ปกครอง ทุกครั้งต้องอธิบายเหตุผล ทำให้คนรู้สึกหดหู่จริง ๆ
บุริศร์เข้าใจความหมายของนรมนทันที