ตอนที่ 683
บทที่ 683 ผู้หญิงคนนี้น่ากลัวเกินไป
October 31, 2026
บทที่ 683 ผู้หญิงคนนี้น่ากลัวเกินไป
นรมนไม่รู้ว่าคมทิพย์กำลังคิดอะไรอยู่ เธอคิดทบทวนแผนทุกอย่างแล้ว และพยายามที่จะทำให้เหมือนเดิม
ครั้งนี้มันเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของชีวิตจริงๆ และเธอไม่ระมัดระวังไม่ได้
เธอได้รู้เป็นครั้งแรกว่า บางครั้งผู้คนไม่ได้มีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง
ตาย มันง่าย แต่ได้มีชีวิตอยู่ มันยาก เพื่อให้คนที่รักและคนใกล้ชิดของเธอได้ใช้ชีวิตอย่างดี เธอสามารถเดินหน้ารับภาระหนักอึ้งได้
นรมนตรวจสอบสิ่งของที่กิมจิส่งมาให้อีกรอบ สิ่งที่ตัวเองสวมใส่ได้ก็ใส่หมดแล้ว
เธอมองไปยังรูปของคนสองคนที่ถ่ายโดยบุริศร์โดยใช้โทรศัพท์ของเธอถ่าย ดวงตามีความอ่อนโยนเล็กน้อย
ในภาพเธอกำลังหลับใหล มีบุริศร์เอนตัวอยู่ข้างๆ เธอไม่เคยรู้เลยว่าเวลาเธอนอนหลับมีท่าทางอย่างไร ดูสงบและสวยงาม
บุริศร์ที่อยู่ข้างเธอมีสีหน้าที่มีความสุข ราวกับทั้งโลกมีเพียงเขาและเธอสองคนเท่านั้น
นรมนยื่นมือออกไปสัมผัสหน้าจอโทรศัพท์เบาๆ หวังจริงๆว่าบุริศร์จะตื่นขึ้นมาในไม่ช้านี้
ปัญญ์และคมทิพย์กำลังเก็บข้าวของอยู่ข้างนอก
เมื่ออาหารจากข้างนอกมาส่ง ทุกคนกินกันอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นคมทิพย์มีอาการตึงเครียดเล็กน้อย
“นรมน เธอไปคนเดียวไหวเหรอ? ไม่อย่างนั้นให้ปัญญ์ไปกับเธอไหม? เขาเป็นคนแปลกหน้า คงไม่ถูกพบได้ง่าย”
“ไม่ต้องหรอก พวกเขาเห็นใบหน้าของปัญญ์แล้วในงานเลี้ยงอาหารค่ำ คาดว่าคงมีเตรียมการป้องกันไว้ ฉันไม่เป็นไร ฉันเป็นเซียนค็อกเทลนะ แล้วก็ยังมีสิ่งที่พวกเธอจัดการเตรียมไว้ให้ด้วย พวกเราไม่เป็นอะไรหรอกน่า”
นรมนยิ้มบาง ก่อนจะปฏิเสธ
ปัญญ์กล่าวด้วยเสียงต่ำ “ผมติดต่อกับเวทัสเรียบร้อยแล้ว ตราบใดที่พวกเขากล้าที่จะลงมือ พวกเราก็กล้าที่จะจับกุม พอถึงตอนนั้น ไม่เพียงแต่เราสามารถรู้ได้ว่าใครปองร้ายกับพี่นรมน และยังได้ขจัดปัจจัยที่ไม่มั่นคงออกไปได้อย่างเร็วอีกด้วย”
“รบกวนนายแล้ว”
นรมนตบบ่าปัญญ์
ราวประมาณสี่ทุ่ม นรมนเปลี่ยนเสื้อผ้าออกจากโรงแรมคนเดียว ก่อนจะออกไปยังบาร์ที่อยู่ไม่ไกล
ชีวิตยามค่ำคืนของที่นี่เพิ่งเริ่มต้นขึ้น
เธอรู้ว่า คนที่ต้องการชีวิตของเธอต้องรอคอยโอกาสในความมืด เฝ้ามองเธอรอจังหวะอยู่ตลอดเวลา
หลังจากที่นรมนเข้ามาในบาร์ เธอก็ตรงไปที่เค้าเตอร์ เพื่อสั่งค็อกเทล หลังจากนั้นจึงดื่มเข้าไป
เธอไม่มองใคร และไม่สนใคร ดื่มทีละแก้วราวกับว่าเธออารมณ์ไม่ดี
มีชายคนหนึ่งเข้ามา “คนสวย มาคนเดียวเหรอจ้ะ? ให้พี่อยู่เป็นเพื่อนไหม?”
นรมนไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง และไม่สนใจ
“คนสวย อย่าทำขรึมไปสิจ้ะ ทุกคนมาเที่ยวกันทั้งนั้น ต้องสนุกกันหน่อย ใช่ไหม?”
ในขณะที่เขาพูด ชายคนนั้นวางมือบนไหล่ของนรมน
ดวงตาของนรมนตกตะลึง เธอจับแขนของเขา ก่อนจะจับจุดสำคัญบนร่างกายและคว่ำตัวเขาลงบนเค้าเตอร์
“โอ้ยโอ้ย โอ้ย เจ็บเจ็บเจ็บ! คนสวย ฉันผิดไปแล้ว ผิดไปแล้ว! ปล่อยฉันเถอะ”
ชายคนนั้นร้องครวญครางดังลั่น
มีผู้คนเฝ้าดูอยู่รอบๆด้วยความตระหนก และยังมีผู้ชายเลวบางส่วนที่พร้อมจะเข้าหาเธอ เมื่อเขาได้เห็นฝีมือของนรมน ยิ่งหยุดการโจมตีทันที
นรมนรู้ดีว่าข้างในมีคนพวกนั้นอยู่แน่นอน
เธอโยนชายคนนั้นออกไป จากนั้นจึงนั่งลงและดื่มต่อ
คราวนี้ ไม่มีใครมารบกวนเธออีกแล้ว
ไม่นาน นรมนก็เมา
ข้างหน้าเธอมีแก้วเหล้าวางอยู่มากมาย ทั่วทั้งร่างซมซานนอนฟุบคว่ำอยู่บนเค้าเตอร์ มุมหางตาเต็มไปด้วยน้ำตา ปากไม่หยุดพูดขมุบขมิบ แต่ไม่มีใครสามารถฟังได้ชัดเจนว่ากำลังพูดว่าอะไร
ผู้ชายที่กำลังจะเคลื่อนไหวเพื่อก่อการร้ายเริ่มที่จะเข้าหาเธออีกครั้ง
ในตอนนี้ มีผู้ชายสองสามคนผลักพวกเขาออกไปพร้อมกับใบหน้าที่ดุร้าย ซึ่งทำให้คนเหล่านั้นหายไปอีกครั้ง
นรมนเมาเละเทะ
มีผู้ชายหลายคนเข้ามาดูนรมน กลิ่นแอลกอฮอล์ที่พุ่งทะยานสูงขึ้นทำให้พวกเขาปิดจมูก แต่ริมฝีปากกลับยกยิ้มขึ้น
เมื่อหนึ่งในนั้นพยักหน้า ผู้ชายอีกสามคนก็พยุงนรมนขึ้นมา และพาเธอออกไปนอกบาร์
มีรถตู้จอดอยู่ด้านนอก มันคือรถตู้ที่ทำร้ายนรมนและปัญญ์ในคืนนั้น
มีคนนำนรมนโยนไปที่เบาะด้านหลัง ก่อนจะถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“เฮีย ผู้หญิงคนนี้เมาแล้ว พวกเราจะฆ่าเธอยังไงดี”
“ไอ้ผมทอง พูดอะไร? ของสวยๆงามๆแบบนี้ แต่เดิมคือไม่มีทางทำอะไร จำต้องฆ่าเธอ ตอนนี้เธอเมา พวกแกไม่เล่นกับเธอสักหน่อยเล่า?”
ชายอีกคนกล่าวด้วยรอยยิ้มชั่วร้าย
ไอ้ผมทองมองไปที่ชายคนนั้นที่นั่งอยู่บนเบาะคนขับด้วยความไม่แน่ใจ ก่อนถามอีกครั้ง “เฮีย ฝั่งนู้นบอกว่าให้ลงมือฆ่าเธอนะ”
“แกเข้าใจอะไร? แค่สุดท้ายตายก็สำเร็จแล้ว ผู้หญิงที่สวยขนาดนี้ที่ฉันเคยเห็นเป็นครั้งแรก สามารถเล่นสักหน่อยไม่นับว่าขาดทุน ยิ่งไปกว่านั้น เธอทำให้พวกเราต้องลำบาก พวกเราสูญเสียพี่น้องไปสองคน อันนี้นับว่าชยนต์ไม่ให้กระเป๋าพวกเราอีก”
เฮียพูดจบ ก็สั่งให้ผู้ชายหลายคนขับรถไปยังที่ห่างไกล
ผู้ชายหลายคนหัวเราะอย่างชั่วร้าย
ไอ้ผมทองมองไปที่พวกเขา จากนั้นมองไปที่นรมนที่เมาแอ๋จนสลบไป “เฮีย เธอฝีมือดีมากเลยนะ”
“กลัวอะไร? เจอยาไปสักแก้ว ผู้หญิงที่แข็งแรงแค่ไหนก็จะขอให้พวกเราลูบคลำทั้งนั้น”
คนอื่นๆ ระเบิดเสียงหัวเราะขึ้นมาอีกครั้ง
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ไอ้ผมทองก็รู้สึกโล่งใจ
รถขับขึ้นไปบนภูเขา ระยะทางเริ่มไกลขึ้นเรื่อยๆ อากาศก็หนาวขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน
นรมนแอบเปิดตาของตัวเอง นี่คือถนนบนภูเขาที่บุริศร์นำนลินขึ้นไปครั้งแรก