ตอนที่ 809
บทที่ 809 พ่อเคยหลอกลูกตอนไหน
October 31, 2026
“นาวิน! นาวิน!”
บุริศร์ไม่สงบแล้ว เสียงร้องตะโกนค่อนข้างสั่น
“ประธานบุริศร์ เกิดอะไรขึ้น?”
นาวินรีบวิ่งขึ้นมา
“ตัวล่ะ? ไหนตัวพวกเขาล่ะ?”
สีหน้าบุริศร์ซีดเซียว
ในขณะนี้เขาเหมือนปีศาจ ทำให้นาวินสั่นกลัวโดยอัตโนมัติ
“ผมไม่รู้อ่ะ เมื่อกี้พวกเขายังอยู่เลย”
“อะไรคือเมื่อกี้ยังอยู่? คนเป็นๆ ตัวใหญ่แบบนั้น จะระเหยภายในห้องได้เหรอ?”
เสียงบุริศร์ดังขึ้นโดยอัตโนมัติอย่างช่วยไม่ได้
“บุริศร์? คุณกลับมาแล้วเหรอ?”
ทันใดนั้นเสียงนรมนก็ดังขึ้น ทำให้บุริศร์และนาวินมึนงง
“นรมน? คุณอยู่ไหนน่ะ?”
บุริศร์บอกไม่ได้ว่าในใจรู้สึกอย่างไร แต่ก็วางใจ
นรมนเปิดประตูห้องน้ำ เห็นบุริศร์ทำหน้ากังวลและนาวินทำหน้าหวาดกลัว ก็ถามขึ้นอย่างอดไม่ได้
“พวกคุณเป็นอะไร?”
บุริศร์เห็นนรมนปลอดภัยไร้กังวล ก็รีบจับมือเธอมาแล้วถามขึ้น “คุณทำอะไรในห้องน้ำ? กานต์ล่ะ? ธิดาล่ะ?”
“วันนี้กานต์ไม่รู้จะกินอะไร ปวดท้อง เมื่อกี้ขี้แตก น่าอายมากๆ ฉันกับธิดากว่าจะโน้มน้าวให้เขาไปเข้าห้องน้ำได้ ฉันกำลังอาบน้ำให้กานต์อยู่ ธิดาก็กำลังซักกางเกงให้กานต์ เกิดอะไรขึ้นเหรอ?”
นรมนไม่ค่อยเข้าใจความเครียดของบุริศร์
ได้ยินนรมนพูดแบบนี้ บุริศร์ก็โล่งอกทันที
“ไม่มีอะไร อาจจะเพราะฉันเครียดเกินไป ฉันนึกว่าพวกคุณหายตัวไปแล้ว”
“ตาโง่ เราเป็นคนตัวใหญ่ ไม่ใช่อากาศสักหน่อย จู่ๆ จะหายไปได้ยังไง? ดูสิคุณทำนาวินตกใจ จริงสิ นาวิน ได้ยินมานานแล้วว่าพวกคุณจะแต่งงานกัน จัดงานแต่งหรือยัง?”
ได้ยินนรมนถามตัวเองแบบนี้ นาวินก็ยิ้มขณะพูดขึ้น “จดทะเบียนสมรสแล้ว ยังไม่ได้จัดงานแต่ง ธิดาบอกว่าไม่ต้องการ”
“พวกผู้ชายอย่างพวกคุณน่ะ แค่ได้ยินว่าผู้หญิงบอกว่าไม่ต้องการก็ไม่สนใจแล้ว ผู้หญิงบนโลกใบนี้ไม่มีใครไม่ตั้งหน้าตั้งตารอคอยงานแต่งตัวเองหรอก อยากจะใส่ชุดเจ้าสาวสวยๆ ให้กับผู้ชายสุดที่รักกันทั้งนั้น เธอบอกว่าไม่ต้องการ ก็แค่ไม่อยากให้คุณฟุ่มเฟือย ไม่ใช่ว่าไม่อยากจริงๆ สักหน่อย”
นรมนพูดแบบนี้ นาวินก็รู้สึกไม่ค่อยสบายใจ
“แต่เราทั้งคู่เป็นเด็กกำพร้า และไม่มีญาติที่ไหน ถึงจะจัดงานแต่ง ก็มีคนมาไม่เยอะ ถึงตอนนั้นมันจะเหงามาก”
“ก็มีฉันกับบุริศร์ไม่ใช่เหรอ? เราก็เป็นญาติคุณ ฟังฉันนะ จัดงานแต่งให้ธิดา นี่เป็นหนี้ที่คุณติดเธอ”
นรมนพูดแบบนี้ นาวินก็เห็นด้วยอย่างแน่นอน
บุริศร์เห็นนรมนกระตือรือร้นแบบนี้ นึกถึงงานแต่งตัวเองกับนรมน ก็อดยิ้มไม่ได้
“เอาล่ะ กานต์เสร็จหรือยัง?”
“ยังเลย เห็นคุณตะโกนแบบนี้ เดาว่าไม่มีหน้าออกมาแล้วล่ะ”
นรมนกลอกตาใส่บุริศร์
สำหรับบุริศร์ แค่นรมนสบายดี จะกลอกตาใส่เขาเท่าไรก็ไม่เป็นอะไร
“ฉันจะเข้าไปดูหน่อย คุณให้ธิดาออกมาดูแลคุณเถอะ”
“ฉันไม่เป็นไร คุณอย่าเห็นฉันเป็นคนแก่อ่อนแอป่วยและพิการจะได้ไหม?”
นรมนยิ้มเรียบๆ แต่ในใจมีความสุขมาก
ตอนท้องห้าปีก่อน เธอไม่สัมผัสความอบอุ่นมาก่อน ตอนนี้ได้สัมผัสแล้ว ในขณะนี้เธอรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุดในโลก
“ห้าปีก่อนฉันไม่ได้ดูแลคุณเป็นอย่างดี ตอนนี้คุณให้ฉันเห็นคุณเป็นคนแก่อ่อนแอป่วยและพิการเถอะ ถ้าเป็นไปได้ ฉันยอมคลอดลูกแทนคุณ”
บุริศร์รีบพยุงนรมนนั่งข้างเตียง
นาวินเห็นบุริศร์กับนรมนเป็นแบบนี้ ก็ไม่อยากเป็นก้างขวางคอ รีบถอยออกไป
นรมนมองบุริศร์ตรงหน้า รู้สึกได้ถึงความไม่สบายใจและความสั่นของเขาอย่างชัดเจน ถามขึ้นอย่างอดไม่ได้ “เกิดเรื่องอะไรขึ้นเหรอ? คุณกับอาสามไปไหนมา? ทำไมพอฉันหลับไปแล้วตื่นขึ้นมา กานต์ก็อยู่ข้างๆ ฉัน เด็กๆ ก็อยู่ข้างล่าง ตอนที่ฉันหลับไปมันเกิดเรื่องอะไรขึ้นใช่ไหม?”
“เปล่า ฉันกับอาสามออกไปรอบๆ บอกว่าจะแนะนำสาวให้อาสามไม่ใช่เหรอ? ก็ต้องเลือกเสื้อผ้าสองสามชุดให้เขาสิ ตอนแรกคิดจะฉวยโอกาสทำเรื่องนี้ตอนคุณหลับ ไม่คิดว่าอาสามจะชักช้ามาก ฉันเลยกลับมา”
บุริศร์พูดโกหกตาไม่กะพริบ เขาแค่ไม่อยากให้นรมนวิตกกังวล
ถึงจะแก้ไขปัญหาเรื่องพัสดุด่วนแล้ว แต่ใครจะรู้ว่ามีเรื่องอื่นๆ เกิดขึ้นอีก?
นรมนได้ยินบุริศร์พูดแบบนี้ ก็ยิ้มขึ้นมาทันที
“คุณคิดจะวางแผนแนะนำสาวให้อาสามจริงเหรอ? งานแต่งของพวกทหารจะประมาทไม่ได้นะ?”
“คุณตั้งใจจะให้เขาครองโสดไปตลอดชีวิตเหรอ? นี่อายุเท่าไรแล้ว ควรสร้างครอบครัวและเริ่มธุรกิจแล้ว ฉันคิดว่าเบื้องบนก็เห็นด้วย”
บุริศร์จับมือนรมนก็รู้สึกจิตใจสงบไม่น้อย
“เอาล่ะ เรื่องอาสามเดี๋ยวค่อยว่ากัน คุณไปพากานต์ออกมาก่อน เด็กคนนี้หน้าบาง ครั้งนี้เดาว่าอับอายจนตายแน่”
เมื่อนรมนนึกถึงท่าทางลูกชายกางเกงราด ก็ตลกอย่างมาก
รู้สึกมาตลอดว่ากานต์คล้ายเด็กที่เหมือนผู้ใหญ่เกินไป แตกต่างจากคนวัยเดียวกันทุกอย่าง สุดท้ายก็ทำให้เธอรู้สึกว่าลูกชายเธอเป็นแค่เด็กสี่ขวบเท่านั้น
บุริศร์ก็ยิ้มขึ้นมาเช่นกัน
“ทำไมขี้แตกล่ะ?”
“ไม่รู้ ท้องไส้ไม่ดี ฉันให้ธิดาเอายาให้เขากินแล้ว”
นรมนยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่ากานต์น่ารักมากเลย
บุริศร์เห็นนรมนยิ้มมีความสุขแบบนี้ ก็รู้สึกว่าสิ่งที่ตัวเองทำนั้นคุ้มค่าแล้ว
“คุณไปพักผ่อนสักหน่อย ฉันจะไปอุ้มเจ้าเด็กแสบออกมา”
“อย่าบังคับนะ กานต์ดื้อรั้น คุณคุยดีๆ กับเขาหน่อย”
“รู้แล้ว”
บุริศร์รินน้ำอุ่นให้นรมนหนึ่งแก้วก่อนจะเข้าไปในห้องน้ำ
ธิดากำลังทำให้กานต์สงบอยู่
“คุณชายกานต์ คุณรีบออกมาเถอะ ทำแบบนี้ต่อไปคุณจะหายใจไม่ออกตายนะ”
ทั้งร่างกานต์จมอยู่ในอ่างอาบน้ำ ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ออกมา
อับอายแทบตายแล้ว