ตอนที่ 923
บทที่ 923 เขากับฉันเป็นญาติพี่น้องกัน
October 31, 2026
ชั่วชีวิต?
นรมนนิ่งไปกับประโยคนี้
“คุณกับเชษฐ์รู้จักกันมานานแล้วเหรอคะ?”
“ใช่แล้วละ รู้จักกันมา20กว่าปีแล้ว ถ้าหากว่าไม่เจอเขา บางทีฉันคงจากโลกนี้ไปแล้ว เป็นเวลาหลายปีที่เขาปฏิบัติกับฉันเหมือนที่ตั้งใจไว้ แม้กระทั่งไม่แต่งงาน หรือมีลูกเพื่อฉัน ฉันนี่สมควรที่จะละอายใจกับเขาจริงๆ”
ผู้หญิงคนนั้นรู้สึกเศร้าใจเมื่อเธอพูดขึ้นมา กระทั่งบรรยากาศในห้องก็เปลี่ยนไปเป็นโศกเศร้า
นรมนหยุดไปเล็กน้อย ก่อนจะถามว่า “พ่อแม่เขาเห็นด้วยที่เขาทำอย่างนี้เหรอคะ?”
“พ่อแม่ของเขา? เชษฐ์ก็เหมือนกับฉัน เป็นเด็กที่ถูกทิ้ง? ฉันถูกพ่อแม่ทอดทิ้งด้วยเหตุนี้ ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพ่อแม่ของฉันเป็นใคร ฉันพบเขาในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า”
“เขาไปที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเพื่อช่วยเหลือพวกเด็กกำพร้า ฉันพบเขาพอดี ตอนที่ฉันถูกทุกคนรังแกและกำลังจะตาย เขาช่วยฉันไว้ ถ้าไม่ใช่เพราะการมาของเขา ฉันคงตายไปแล้วจริงๆ”
ผู้หญิงคนนั้นพูดพลางหยิบบางอย่างออกมาจากใต้หมอน แล้วยื่นให้นรมน
เธอยิ้มอย่างมีความสุข
“ดูสิ นี่คือสิ่งที่เขาให้ฉัน ตอนนั้นฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองสามารถสีเพลงได้ไพเราะขนาดนี้ เขาพูดกับฉันว่าตราบเท่าที่ฉันชอบ ตราบเท่าที่ฉันต้องการ ฉันสามารถดึงสิ่งที่ดีที่สุดในโลกออกมาได้ ฉันเชื่อคำพูดของเขา ฉันไม่หยุดที่จะเล่นเพลงนี้ติดต่อกัน ตอนนี้ในที่สุดก็สามารถหยุดลงได้แล้ว ฉันรู้ว่าฉันมีข้อบกพร่องมากมาย คุณช่วยชี้ให้เห็นได้ไหม หลังจากผ่านไปหลายปี คุณเป็นคนนอกกลุ่มแรกที่ก้าวเข้ามาที่นี่ คุณกับเชษฐ์เป็นเพื่อนกันใช่ไหม? ก็ไม่ถูก เชษฐ์แก่มากแล้ว เป็นพ่อของคุณยังได้ พวกคุณมีความสัมพันธ์ยังไงกันเหรอ?”
เมื่อผู้หญิงตรงหน้าพูดจบ นิ้วของเธอก็บีบผ้าห่มแน่น ดูท่าทางเธอจะประหม่าและสนใจมาก
เธอรัก เชษฐ์
หลังจากที่นรมนแน่ใจเรื่องนี้ เธอจึงรีบพูด “ฉันกับเขาเราเป็นญาติกันค่ะ”
“ญาติ?”
ผู้หญิงคนนั้นเงยหน้าขึ้นอย่างแปลกใจ
“ใช่ เขาเป็นอาสองของสามีฉัน ฉันควรเรียกเขาว่าอาสองด้วย”
นรมนมองไปยังดวงตาที่บริสุทธิ์ราวกับทารกของผู้หญิงคนนั้น ในที่สุดก็ทนไม่ได้ที่จะเอ่ยความจริงออกไป
“ที่จริงมันเป็นอย่างนี้ เชษฐ์พบญาติของเขาแล้วใช่ไหม? เขาก็ไม่พูดกับฉัน ฉันคิดว่า คิดว่า… …”
“คิดว่าฉันคือผู้หญิงของเขาเหรอ?”
คำพูดของนรมน ทำให้ผู้หญิงตรงหน้าหน้าแดงด้วยความเขินอาย
“ฉันหน้าไม่อายใช่ไหม? ฉันไม่สามารถมีลูกให้เขาได้ ไม่สามารถแม้แต่จะทำในสิ่งที่ผู้หญิงควรทำ ทำให้ทุกครั้งที่เขามองมาได้แต่หวังแต่ไม่สามารถได้ชิดใกล้ ฉันรู้ดี ผู้หญิงอย่างฉันไม่ควรมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องจะมีความรัก แต่ฉันแค่ควบคุมตัวเองไม่ได้ ฉันรู้ว่าฉันไม่คู่ควรกับเขา และไม่ควรรั้งเขาไว้ แต่หากไม่มีเขาในชีวิต ฉันคงเป็นบ้าไปเสียแล้ว”
นรมนชะงักไปอีกครั้ง
“หมายความว่ายังไงคะ ที่คุณไม่สามารถทำในสิ่งที่ผู้หญิงคนอื่นทำได้?”
ผู้หญิงคนนั้นก้มศีรษะลงอย่างเขินอาย แต่พูดด้วยรอยยิ้มที่ขมขื่น “ฉันนอนกับผู้ชายไม่ได้”
“อะไรนะ?”
“จริงนะ เมื่อฉันมีความสัมพันธ์กับผู้ชายคนหนึ่ง ผู้ชายคนนั้นจะตาย และเขาก็จะตายอย่างน่าอนาถ เลือดออกจากรูทวารทั้ง7 นั่นเป็นเหตุผลที่พวกเขาบอกว่าฉันเป็นสัตว์ประหลาด บางทีฉันอาจจะเป็นจริงๆ”
ผู้หญิงคนนั้นเบือนหน้าหนี พร้อมน้ำตาที่ไหลพราก
นรมนตกตะลึง
ทำไมเรื่องของผู้หญิงคนนี้ถึงฟังดูแล้วไม่เหมือนความบกพร่องทางพันธุกรรม แต่เป็นการโดนวางยา?
แต่เธอไม่ใช่หมอ และไม่สามารถระบุปัญหานี้ได้
เธอกระซิบ “เอาละ พวกเราอย่าพูดถึงเรื่องนี้กันเลยเชษฐ์ทำสิ่งนี้กับคุณมาตลอด20ปีเลยเหรอ?”
“ใช่ เขาทำให้ฉันมีชีวิตอยู่ตั้งแต่ยังเป็นเด็ก และฉันก็มีความสุขที่ได้ใช้ชีวิตแบบนี้ ไม่ใช่ว่าฉันไม่รู้อะไรเลย เพียงแต่เชษฐ์ไม่อยากให้ฉันถูกโลกภายนอกปนเปื้อน ไม่เป็นไรสำหรับฉันที่จะเป็นนกขมิ้นที่เขาเลี้ยง แต่ดูเหมือนฉันไม่มีคุณสมบัติสำหรับนกขมิ้นเลยด้วยซ้ำ”
คำพูดของหญิงสาวมีร่องรอยของความเหงา
นรมนไม่รู้จะพูดอะไรเลย
ฉันเคยคิดว่า เชษฐ์เป็นวายร้ายตัวยง และไปศึกษาการวิจัยทางพันธุกรรมเพื่อความทะเยอทะยานของตัวเอง ตอนนี้ เธอมีความคิดอย่างหนึ่ง บางทีทุกสิ่งที่ เชษฐ์ทำไป ก็เพื่อผู้หญิงคนนี้
เป็นไปได้ไหม?
คนที่ใจดำไร้ความรู้สึก โหดร้ายต่อครอบครัวมาก นึกไม่ถึงว่าจะเป็นศัตรูกับคนทั้งโลกเพื่อผู้หญิงอย่างนี้?
หากเห็นแก่ได้กับร่างกายของเธอ นรมนก็พอเข้าใจได้ แต่เมื่อผู้หญิงคนนี้บอกว่า พวกเขาแม้แต่การหลับนอนขั้นพื้นฐานยังไม่สามารถทำได้ นรมนละแปลกใจเสียจริง
รักที่จิตวิญญาณเหรอ?
เชษฐ์ก็ทำได้?
นรมนไม่รู้เลยว่าควรแสดงความคิดของเธออย่างไร เธอพูดเสียงต่ำ “พวกเรามาพูดเรื่องดนตรีกันเถอะ”
“โอเค”
ทันทีที่พูดถึงเรื่องนี้ ดวงตาของเธอก็เปล่งประกายขึ้นมาทันที ราวกับดาวบนฟ้าแสนสุกสกาว สะดุดตา
นรมนรู้สึกได้ไม่มากก็น้อยว่า เชษฐ์อาจจะรักผู้หญิงคนนี้จริงๆ
“คุณชื่ออะไร?”
“ฉันอชิระ”
“ฉันนรมนค่ะ”
นรมนแนะนำตัวเอง ในขณะเดียวกันก็จดจำชื่อของอชิระ
ทั้งสองเริ่มคุยกันเรื่องไวโอลิน
เดิมทีเธอคิดว่า อชิระเรียนด้วยตัวเอง และคงไม่พูดภาษาเดียวกันกับเธอ นึกไม่ถึงเลยว่าผู้หญิงคนนี้จะมีความสามารถด้านดนตรีสูง
ทั้งสองคุยกัน จนถึงเวลาอาหารค่ำ
เชษฐ์ไม่รู้ว่ามาเมื่อไหร่ เขาไม่ได้เห็น อชิระตื่นเต้นอย่างนี้มานานแล้ว
ดวงตาของเธอดูเต็มไปด้วยความหลงใหล และท่าทางการแสดงออกที่พูดกับนรมนก็ดูตื่นเต้นมาก
เชษฐ์มองไปที่ อชิระตรงหน้าเขา ดวงตาของเขารื้นเล็กน้อย
รอจนกว่าอชิระจะไอ เขาจึงค่อยเปิดปากพูดขึ้น