ตอนที่ 121
บทที่ 123 จัดนายโลมทีเดียวแปดคน
October 21, 2026
“นายท่านเกอ พวกเขาพูดใส่ร้าย นายมาร์ควิสไม่เคยกระทำเรื่องพวกนี้ ขอนายท่านเกอให้ความเป็นธรรม”
ในขณะที่เกอเฉิงฮุยไม่รู้จะทำยังไง มู่กุ้ยผิงพูดขึ้นมา ตอนที่พูดเช่นนี้ สีหน้ามู่กุ้ยผิงร่มรื่น ร่างกายยืดตรง แสดงท่าทีสูงส่ง
เกอเฉิงฮุยใช้ประโยชน์จากที่เอื้ออำนวย รีบพูดเสริมขึ้นว่า “ใช่ พวกเขาต้องสร้างเรื่องใส่ร้ายป้ายสีแน่ ทหาร ลากคนพวกนี้ออกไป โบยคนล่ะห้าสิบที ข้าจะรอดูว่าพวกเขาจะยอมพูดความจริงไหม”
เกอเฉิงฮุยพูดออกมาเช่นนี้ สีหน้าคนที่คุกเข่าอยู่หน้าศาลต่างเปลี่ยนไป
โบยตีห้าสิบที คนคนนี้จะยังมีชีวิตรอดหรือ?
สีหน้าลั่วเสี่ยวปิงก็เครียด เห็นทีเจ้าเมืองคนนี้ต้องการที่จะปกปิดความจริงอย่างโจ่งแจ้งแล้ว
“ข้าไม่เคยรู้มาก่อน นายท่านเกอตัดสินคดีกันแบบนี้”
ทุกคนต่างหันไปมอง กลับเห็นตรงหน้าประตู มีชายคนหนึ่งอายุราวประมาณสามสิบ สวมชุดข้าราชการลายสิงโตกำลังเดินเข้ามา
เห็นมีคนมา สีหน้าเกอเฉิงฮุยกับมู่กุ้ยผิงต่างเปลี่ยนไป
เกอเฉิงฮุยอึ้งไปสักพัก แล้วรีบเดินออกมาจากที่นั่ง เดินไปทำความเคารพ
“ข้าน้อยทำความเคารพนายท่านสวินฝู่“
คนที่มาคือสวินฝู่เซี่ยงเซียวเซียนที่ดูแลปกครองหยงโจวและเหลียงโจวสองแคว้น
เซี่ยงเซียวเซียนมองดูเกอเฉิงฮุยด้วยสายตาเยือกเย็น เดินผ่านเกอเฉิงฮุยไปนั่งลงตรงหลังโต๊ะ
เกอเฉิงฮุยตื่นตระหนกตกใจ ตกใจจนเหงื่อไหลชุ่ม กลับยังคงต้องรักษาท่าที่ทำความเคารพค้างไว้
เซี่ยงเซียวเซียนกลับเหมือนลืมเกอเฉิงฮุยคนนี้ไปแล้ว มองดูหน้าศาล สายตากวาดมองดูทุกคนที่ยืนอยู่พวกนั้นหนึ่งรอบ แล้วมาหยุดอยู่ที่ลั่วเสี่ยวปิง
ดูสวยงดงามจริงๆ
แต่ในเมืองหลวง สาวงามแบบไหนจะไม่มี? ผู้หญิงคนนี้หากอาศัยเพียงหน้าตาก็สามารถทำให้ต้นไม้เหล็กออกดอกได้ พูดยังไงเขาก็ไม่เชื่อ
เซี่ยงเซียวเซียนจ้องมองดูลั่วเสี่ยวปิง ราวกับจะดูให้ชัดเจนว่า ลั่วเสี่ยวปิงคนนี้มีอะไรไม่ธรรมดาแตกต่างจากคนอื่น
แต่สายตาเซี่ยงเซียวเซียนจดจ่อเกินไป ดังนั้นไม่นานเขาก็รู้สึกเย็นยะเยือกไปทั้งตัว
เมื่อเงยหน้าขึ้น ก็เห็นสายตาเย็นชาของฉีเทียนเห้า
คิดถึงครั้งก่อน ตนเองมีประสบการณ์ที่เห็นสายตาแบบนี้ เซี่ยงเซียวเซียนอดไม่ได้ที่จะขนลุกไปทั้งตัว นั่นถือเป็นฝันร้ายของเขา เขาเพียงแค่แปลกใจว่าผู้หญิงยังไงที่ทำให้เขาสั่งคนตามให้เขารีบมา ไม่ได้มีความหมายอย่างอื่นจริงๆ และก็ไม่ได้คิดที่จะแย่งของใคร….
ในใจเซี่ยงเซียวเซียนอยากร้องไห้ แต่สีหน้ากลับไม่แสดงอาการใดๆ กำลังหันสายตาไปจากฉีเทียนเห้า จ้องมองกลุ่มคนที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าพร้อมพูดขึ้นว่า “ใครคือผู้กล่าวหา?”
น้ำเสียงเคร่งขรึม พูดออกมาแล้วก็ทำให้รู้สึกได้ถึงความมีอำนาจของตำแหน่ง
แต่ว่าเวลานี้สายตาของเซี่ยงเซียวเซียนกลับไม่กล้ามองดูลั่วเสี่ยวปิง เขากลัวว่าจะถูกคนบางคนเกลียดแค้นขึ้นมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ จากนั้นตนเองก็จะได้รับภารกิจที่ไม่สามารถทำได้อย่างไม่ได้ตั้งใจ
สายตาเซี่ยงเซียวเซียนที่มองดูลั่วเสี่ยวปิงก่อนหน้านี้ ลั่วเสี่ยวปิงรู้ตัว แต่เซี่ยงเซียวเซียนชำนาญในการปกปิดอารมณ์ความรู้สึกของตนเอง ดังนั้นลั่วเสี่ยวปิงจึงมองไม่เห็นถึงความผิดปกติ
ได้ยินเซี่ยงเซียวเซียนถามเช่นนี้ ลั่วเสี่ยวปิงจึงพูดขึ้นว่า “เรียนใต้เท้า ข้าน้อยเอง”
สายตาเซี่ยงเซียวเซียนมองดูลั่วเสี่ยวปิงแวบเดียว จากนั้นก็รีบหันไปทางอื่น แต่เมื่อสายตามองผ่านไปแล้ว เซี่ยงเซียวเซียนกลับมองเห็นอานอานที่อยู่ด้านข้างลั่วเสี่ยวปิง แล้วก็ตื่นตระหนกตกใจสั่นสะเทือน
กลัวว่าคนอื่นจะมองเห็นถึงความผิดปกติ เซี่ยงเซียวเซียนพยายามอย่างสุดขีด เพื่อระงับไม่ให้ตนเองแสดงท่าทีแปลกประหลาดใจออกมา
ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง ถึงว่า….มิน่าล่ะ….
เซี่ยงเซียวเซียนไม่ได้ชักช้า รีบพูดขึ้นว่า “ความเดือดร้อนของเจ้ากับลูกชายข้าพอรู้มาบ้างแล้ว พวกเจ้าได้รับความตกใจ จึงไม่ต้องคุกเข่าแล้วลุกขึ้นมาพูดเถอะ”
ให้ความกล้าเขาอีก 10 เท่า เขาก็ไม่กล้าให้ผู้หญิงคนนั้นกับลูกชายคุกเข่าให้กับตนเอง นอกเสียจากไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว
เมื่อคิดได้เช่นนี้ เซี่ยงเซียวเซียนหันไปมองเกอเฉิงฮุยที่คงเห็นว่าตนอายุยืน ด้วยสายตาที่แฝงไปด้วยความสงสารพร้อมพูดขึ้นว่า “นายท่านเกอทำไมยังยืนอยู่ตรงนั้นล่ะ? นั่งลงฟังคำสืบสวนสิ”
เกอเฉิงฮุย “….” เขาอยากยืนอยู่แบบนี้หรือ?
ส่วนลั่วเสี่ยวปิง ได้ยินว่าตนเองไม่ต้องคุกเข่าก็อดไม่ได้ที่จะอึ้ง
ยังจะทำอย่างไรได้อีก?
แต่ว่าไม่ต้องคุกเข่านั้น ลั่วเสี่ยวปิงยินดีอยู่แล้ว จึงจูงอานอานแล้วขอบคุณเซี่ยงเซียวเซียน จากนั้นก็ลุกขึ้นมา