ตอนที่ 110
บทที่ 110
September 17, 2026
เมื่อวานเฟิ่งเหยียนเฉินได้รับบาดเจ็บจากพวกเซวียฉือ แขนขวาออกแรงไม่ได้ชั่วคราว
หากเขาขึ้นเวทีประลองด้วยสภาพเช่นนี้ จะต้องถูกขวยโต่วโต้กลับอย่างแน่นอน
เฟิ่งจิ่วเหยียนแววตาเย็นยะเยือก
เวลานี้ บนเวทีประลอง เฟิ่งหมิงเซวียนยังคงถูกขวยโต่วต่อยตีอย่างทารุณ
ผู้ใดชนะผู้ใดพ่ายแพ้ มองปราดเดียวก็ทราบชัด
เหล่าเสนาบดีแคว้นหนานฉีต่างรู้สึกอับอาย
อย่างไรก็ตามคุณชายรองตระกูลเฟิ่งนี้ก็ฝึกจากอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ ไยถูกต่อยตีจนไร้ทางสู้กลับเช่นนี้?
ช่างน่าอายเหลือเกิน!
นายท่านเฟิ่งก้มหน้า พยายามทำตัวไม่ให้โดดเด่นอย่างเต็มกำลัง
ขวยโต่วนั้นเก่งกาจเช่นนี้ วันนี้ตระกูลเฟิ่งของเขาอับอายเป็นอย่างมาก!
อยากจะขุดหลุมหมุดผืนพสุธาเสียจริง
ตุ้บ!
เฟิ่งหมิงเซวียนถูกโยนลงจากเวที ท้ายที่สุดก็หมดสติไป
หน้ากากยังคงอยู่บนหน้าเขาอย่างสมบูรณ์ไร้ความเสียหาย
ข้าหลวงรีบพาตัวเขาขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
ถึงแม้นายท่านเฟิ่งจะเป็นห่วง ทว่าก็ไม่กล้ารุดหน้าเข้าไปถามตอนนี้
ขวยโต่วที่อยู่บนเวทีฮึกเหิมดวงตาแดงก่ำ ใช้กำปั้นทุบอกตนเองดั่งชะนีแขนยาว คำรามด้วยความเดือดดาล
“ยังไม่พอ! มีผู้ใดอีก!”
เขาราวกับผู้ล่า สายตามองไปที่เหล่าขุนพลด้านล่างเวที
“มีใครอีก! ขึ้นมา!”
เหล่าขุนพลเดือดดาลอย่างมาก
ขวยโต่วนี้จะกำเริบเสิบสานเกินไปแล้ว!
กุ้ยเฟยจงใจกล่าวเตือน
“ฝ่าบาท ตกลงกันว่าให้คุณชายใหญ่ตระกูลเฟิ่งขึ้นเวทีลำดับที่สอง เขาอยู่ที่ใดกัน?”
หูเอ่อร์ต๋ายกเคราสองข้างขึ้น
ยังต้องถามอีกหรือ? คงจะหวาดกลัวจนสติแตกกระเจิงไปแล้ว!
ดวงตาลึกล้ำของเซียวอวี้ปรากฏความเย็นยะเยือก
“เฟิ่งเหยียนเฉินอยู่ที่ใด!”
ไม่นานนัก ขันทีคนหนึ่งรุดหน้ามากราบทูล
“ฝ่าบาท คุณชายใหญ่เฟิ่งไม่สบายกายกะทันหัน ต้องการพักฟื้นระยะหนึ่งพ่ะย่ะค่ะ”
กุ้ยเฟยหันไปมองโดยรอบอย่างไม่รู้ตัว สีหน้าพลันเปลี่ยนไป
ไยไม่เห็นฮองเฮา?
คงจะไม่ใช่เพราะเห็นสภาพเช่นนั้นของเฟิ่งหมิงเซวียน ตกใจกลัวไปแล้วหรอกกระมัง
การที่เฟิ่งเหยียนเฉินถ่วงเวลาไม่ลงสนาม คงจะไม่ใช่ความคิดของฮองเฮาหรอกกระมัง!
คิดจะหนี?
ไม่ง่ายเช่นนั้นหรอก!
กุ้ยเฟยแววตาเยือกเย็น ดั่งลูกธนูอาบพิษ
“ฝ่าบาท คุณชายใหญ่ตระกูลเฟิ่งคงจะไม่ได้จงใจแกล้งป่วย รออีกประเดี๋ยวดีหรือไม่เพคะ?”
ทว่าขวยโต่วไม่มีความอดทนนี้
ไร้ผู้คนต่อสู้กับเขา อารมณ์ของเขาหงุดหงิดฉุนเฉียว
บัดนี้ เขาโอบเสาไม้ข้างเวทีประลองใช้แรงทีเดียว ถอนทั้งเสาออกมาได้
ตุ้บ!
เขาโยนเสาไม้ลงไปจากเวที คำรามเสียงดัง
“มีใครอีก! แคว้นหนานฉี ไม่มีใครกล้าขึ้นมารึ! อะไรกัน?”
ผู้ชมห่างไกลเวทีเกินไป เขาสุ่มชี้ไปที่เหล่าขันทีที่ดูแลเวทีด้านล่างเหล่านั้น
“เจ้า! ขึ้นมา! มาสู้กับข้า! ”
เหล่าขันทีจะเป็นคู่ต่อสู้เขาได้อย่างไรกัน รีบร้อนก้มหน้า ไม่สบตาใด ๆ ทั้งสิ้น
เห็นว่าขวยโต่วเดือดดาลเช่นนี้ หูเอ่อร์ต๋าจงใจกล่าวยั่วยุต่อ