ตอนที่ 160
บทที่ 160
September 17, 2026
เฟิ่งจิ่วเหยียนไม่คาดคิดว่า เซียวอวี้จะมาหานางในเวลากลางคืนเช่นนี้
นกพิราบสื่อสารบินออกจากตำหนักหย่งเหอ โดยปกติไม่ส่งเสียงเคลื่อนไหวมากนัก
ทว่าเซียวอวี้ และราชองครักษ์ที่อยู่รอบกายเขา ทั้งหมดล้วนเป็นปรมาจารย์ด้านกำลังภายในขั้นสูง การเคลื่อนไหวใด ๆ มิอาจเล็ดลอดหูตาของพวกเขาได้
เฟิ่งจิ่วเหยียนรีบซ่อนจดหมายลับไว้ และกวาดสายตามองไปยังทิศทางที่นกพิราบสื่อสารบินจากไป
เรื่องเร่งด่วนในตอนนี้คือ ต้องส่งเสียงดังเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ...
เฟิ่งจิ่วเหยียนจึงร้องตะโกนทันที
“มีนักฆ่า!”
เหลียนซวงก็ตอบสนองได้ว่องไว จึงช่วยตะโกน
“ทหาร! คุ้มครองฮองเฮา!”
ทันใดนั้น เซียวอวี้และราชองครักษ์ก็เข้ามาในตำหนัก
เซียวอวี้เดินตรงเข้าสู่ตำหนักชั้นใน
ทว่าสิ่งแรกที่เขาสนใจ มิใช่ความปลอดภัยและอันตรายของเฟิ่งจิ่วเหยียนผู้เป็นฮองเฮา
“นักฆ่าอยู่ที่ใด!”
หรือว่านักฆ่าหญิงผู้นั้นก่อเรื่องอีกแล้ว
นางเพิ่งจะขับพิษวารีสวรรค์ทั้งหมดให้เขา พลังภายในยังไม่ฟื้นฟู กลับกล้ามาก่อความวุ่นวายในวัง!
ทว่า นั่นอาจจะมิใช่นาง
เฟิ่งจิ่วเหยียนชี้ไปทางหน้าต่างที่เปิดอยู่
“เพิ่งกระโดดหนีไปทางหน้าต่างเมื่อครู่นี้เองเพคะ”
“พบนักฆ่าได้อย่างไร แล้วเป็นชายหรือหญิง!”
“หม่อมฉันมองเห็นไม่ชัดเจน เห็นเพียงเงาดำสายหนึ่งแวบผ่านไปเพคะ” เฟิ่งจิ่วเหยียนตอบอย่างกำกวม
เซียวอวี้เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยจนแทบไม่สังเกต
“เฉินจี๋ นำคนกลุ่มหนึ่งติดตามไป”
“น้อมรับพระบัญชา!”
เฟิ่งจิ่วเหยียนย่อตัวคำนับ “ไม่รู้ว่าฝ่าบาทจะเสด็จมา จึงพลาดการต้อนรับเพคะ”
เซียวอวี้เห็นว่านางดูสงบนิ่งและไม่ตื่นกลัวกับนักฆ่า จึงมองประเมินนาง
“เจ้าใจกล้าตลอดเวลาเลยกระมัง”
เฟิ่งจิ่วเหยียนตอบอย่างสงบเยือกเย็น “ไม่เพคะ เพียงแต่ผู้ที่เพิ่งประสบกับเหตุการณ์น่ากลัวที่สุดในใต้หล้า เรื่องอื่นย่อมจะไม่รู้สึกน่ากลัวอีกเป็นเรื่องธรรมดา”
เซียวอวี้ยกชายฉลองพระองค์ขึ้นแล้วนั่งบนเก้าอี้ โดยมีเหลียนซวงยกน้ำชาด้วยความระมัดระวัง
เขามิได้ดื่มชา หว่างคิ้วสะท้อนความเย็นชาแหลมคม
“เดิมเราคิดจะปลดฮองเฮา”
เฟิ่งจิ่วเหยียนเงยหน้าขึ้นทันที ทว่าแววตาไม่เศร้าโศกไม่ยินดี เสมือนบ่อน้ำโบราณไร้คลื่น
นางเงียบงัน รอฟังเขาพูดต่อ
“การปลดฮองเฮาแล้วแต่งตั้งใหม่ ยังต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง”
“ปีนี้มากด้วยปัญหา ชายแดนเหนือไม่สงบ ชายแดนใต้ใกล้จะเกิดสงครามตามมา
“วังหลังของเรา จึงต้องมีคนคอยดูแล
“ดังนั้น เราจะยังไม่ปลดฮองเฮาในเวลานี้”
เขาพูดจบแล้ว คิดว่าฮองเฮาจะแสดงสีหน้าที่ปีติยินดีมากแค่ไหน กลับเห็นเพียงสีหน้าสงบนิ่งของนาง ทำให้ผู้คนยากที่จะคาดเดาความคิดของนางได้
เฟิ่งจิ่วเหยียนเม้มปากนิด ๆ หลังจากนั้นจึงย่อตัวคำนับ
“หม่อมฉันอยู่ในตำแหน่งหนึ่งวัน ก็จะรับผิดชอบต่อหน้าที่หนึ่งวัน มุ่งมั่นปฏิบัติตามพระประสงค์ของฝ่าบาทเพคะ”
บัดนี้เซียวอวี้เพิ่งจะเปิดฝาถ้วยชา แล้วยกชาขึ้นจิบ
“ในวันอภิเษกครานั้น คำพูดของเรายังมิแปรเปลี่ยน
“เจ้าจะยังบริสุทธิ์หรือไม่ เราไม่สน
“นับจากนี้ ห้ามหลอกหลวงเบื้องสูง”
สีหน้าของเฟิ่งจิ่วเหยียนเงียบสงบ ราวกับไม่ได้ยิน