ตอนที่ 296
บทที่ 296
September 17, 2026
เมื่อได้ยินว่าเฉียวม่อเป็นลม สายตาของเซียวอวี้พลันเปลี่ยนไปในทันที
พลางขมวดคิ้วเป็นปม เพื่ออดกลั้นน้ำเสียงที่เจือไปด้วยความโมโหเอาไว้ พร้อมเอ่ยตำหนิเฟิ่งจิ่วเหยียนออกมาว่า
“เจ้าทำได้ ‘ดี’ ยิ่ง!”
เซียวอวี้จึงสั่งให้คนไปอุ้มเฉียวม่อเข้าไปพักที่ตำหนักข้าง ทั้งยังเรียกตัวให้หมอหลวงเข้ามาตรวจดูอาการของนาง
ในขณะเดียวกันก็ออกคำสั่ง ห้ามคนภายในตำหนักหย่งเหอแพร่งพรายเรื่องราวในวันนี้ออกไป
ไม่นานนัก เฉียวม่อจึงตื่นขึ้นมาภายในตำหนักที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น
มีนางกำนัลสาวใช้ที่รอปรนนิบัตินางอยู่ภายในตำหนักนั้น
“ใต้เท้าเมิ่ง ท่านรู้สึกดีขึ้นบ้างหรือไม่เจ้าคะ?” นางกำนัลเอ่ยถามด้วยความเป็นกังวล
เฉียวม่อหาได้เป็นลมจริง ๆ ไม่
นางเพียงแค่อดทนรอไม่ไหวเท่านั้น
ในยามนี้นางกำลังนอนอยู่บนเตียง พลางแสดงท่าทีเหนื่อยอ่อนแรงออกมาให้เห็น
“พยุงข้า...ขึ้นมา ข้ายังคุกเข่าไม่ครบหนึ่งชั่วยาม...”
ตึก!
นางทำเหมือนขาทั้งสองข้างได้ถูกแช่แข็งเอาไว้ แม้แต่จะลุกขึ้นยืนยังไม่ไหว เมื่อนางลุกขึ้นมานั้นร่างกายจึงล้มลงไปบนพื้นในทันที
นางกำนัลจึงเข้ามาช่วยพยุงนางลุกขึ้นโดยไว
“ใต้เท้าเมิ่ง ท่านมิต้องเป็นกังวลไปเจ้าค่ะ ฝ่าบาทมีรับสั่งออกมาแล้วว่า วันนี้ห้ามมิให้ท่านคุกเข่าอีก…”
เฉียวม่อพลันส่ายหัวไปมา ก่อนจะเอามือจับไปที่ขอบเตียง เพื่อฝืนบังคับให้ตัวเองลุกขึ้นยืน
“ไม่ได้ ฮองเฮามีรับสั่งให้ข้าคุกเข่า ข้าจะไม่คุกเข่าได้อย่างไร?”
นางมิอาจให้การคุกเข่านางสูญเปล่าไปได้ ต้องทำให้ฝ่าบาทได้รับรู้ว่า เฟิ่งจิ่วเหยียนทำเช่นไรกับแม่ทัพน้ำดีเช่นนาง!
นางกำนัลที่ช่วยพยุงเฉียวม่อไม่ไหวนั้น พลางถอนหายใจออกมา ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยท่าทีเป็นกังวลว่า
“ใต้เท้าเมิ่งมิจำเป็นต้องคุกเข่าจริง ๆ เจ้าค่ะ! ฝ่าบาทรับรู้เรื่องที่ท่านกระทำหมดแล้ว ทั้งยังมีรับสั่งอีกว่า หลังจากที่ท่านฟื้นขึ้นมานั้น มิจำเป็นต้องคุกเข่าอีก เพียงแค่ทำการคัดอักษร คัดกฎหมายของหนานฉีเป็นจำนวนหนึ่งร้อยจบมอบให้ฮองเฮาแทนการคุกเข่าก็พอแล้วเจ้าค่ะ”
เฉียวม่อ : !
ฝ่าบาททำเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร!
พระองค์คิดว่านางผิดจริง ๆ งั้นหรือ?
“แล้ว ฮองเฮา...”
ฮองเฮามิถูกลงโทษหรือ?
นางย่อมมิอาจเอ่ยถามออกไปตรง ๆ ได้ จึงได้แต่กล่าวออกมาอ้อม ๆ แทน
“ฝ่าบาทและฮองเฮารักใคร่ต่อกันยิ่งนัก”
นางกำนัลพลางแย้มยิ้มออกมาอย่างเขินอาย
“ย่อมเป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ ใต้เท้าเมิ่ง ท่านพักผ่อนก่อนเถอะ”
เฉียวม่อกำหมัดในมือของตนเองเอาไว้แน่น
ฝ่าบาทชมชอบศิษย์พี่มากนักหรือ ถึงได้ตามใจนางมากมายเช่นนี้?
อีกด้านหนึ่ง
ภายในตำหนักใน
เซียวอวี้ที่นั่งอยู่บนตำแหน่งด้านบนนั้น เฟิ่งจิ่วเหยียนก็นั่งลงข้างกายเช่นกัน
ทั้งคู่กลับเงียบงันผิดปกติ
ใบหน้าหล่อเหลาของเซียวอวี้คล้ายกับถูกปกคลุมไปด้วยเกร็ดน้ำแข็งบาง ๆ หนาวเหน็บกว่าบรรยากาศที่อยู่ด้านนอกเสียอีก
เมื่อนางกำนัลเข้ามารายงานว่าเฉียวม่อฟื้นขึ้นมาแล้วนั้น ใบหน้าของเซียวอวี้จึงค่อย ๆ อ่อนลง
“ฮองเฮา เมิ่งเฉียวม่อเป็นแม่ทัพที่หาได้ยากยิ่ง เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ หวังว่าจะมิเกิดขึ้นอีกในคราหน้า”
สายตาของเฟิ่งจิ่วเหยียนเจือไปด้วยความเฉยเมย