ตอนที่ 298
บทที่ 298
September 17, 2026
เมื่อเฉียวม่อเห็นฝ่าบาทเดินออกจากตำหนักหย่งเหอไปนั้น นางจึงรีบติดตามไปในทันที
นางที่เป็นเพียงองครักษ์อารักขาประตูนั้น โดยปกติแล้วหากมิได้มีพระราชโองการเรียกตัวย่อมมิอาจเข้ามาในวังได้
ในฐานะที่นางเป็นสตรีนั้น เกรงว่าไม่ว่าจักมียศถาบรรดาศักดิ์ใหญ่โตเพียงใด ก็มิอาจเข้าร่วมการว่าความหรือการประชุมเพื่อพูดคุยเรื่องบ้านเมืองได้
หากว่ากันแล้ว นางมีโอกาสน้อยมากนักที่จะได้พบฮ่องเต้
ยามที่นางอยากจะเอ่ยเรื่องบางอย่างออกมานั้น กลับเห็นนัยน์ตาที่แดงก่ำทั้งสองข้างของฮ่องเต้เข้าเสียก่อน ราวกับอยากจะสังหารผู้ใดก็ไม่ปาน
นางพลันรู้สึกหวาดผวาไปในทันที
ความประทับใจที่ฝ่าบาทมีให้แก่นางนั้น อย่างมากที่สุดคือท่าทีเข้มงวดหรือใบหน้าที่มีรอยยิ้ม หาได้น่ากลัวเท่ากับวันนี้ไม่
“เรื่องใด?” กลิ่นอายที่แผ่ออกมาทั่วร่างของเซียวอวี้ราวกับประติมากรรมน้ำแข็งก็ไม่ปาน สามารถแช่แข็งความอบอุ่นโดยรอบที่หลงเหลืออยู่
เฉียวม่อที่ได้สติกลับมานั้น นางจึงรีบยกมือขึ้นคำนับในทันที
“หม่อมฉันมีพิมพ์เขียวอาวุธที่หม่อมฉันอยากจะนำมาถวายแด่ฝ่าบาทเพคะ!”
ลมหนาวที่พัดผ่านหน้าทำเอารู้สึกความเจ็บปวดขึ้นมา
ในฐานะฮ่องเต้ของแผ่นดินนั้น เพียงพริบตาเดียวความคิดของเซียวอวี้ก็ถูกดึงออกมาจากเรื่องส่วนตัวของตนเองในทันที
เขารับพิมพ์เขียวอาวุธขึ้นมาดูคร่าว ๆ
พริบตาเดียวแววตาพลันปรากฏความปิติยินดีออกมา ก่อนจะเอ่ยชมเชยยกย่องเฉียวม่อว่า
“เราได้ยินถึงความสามารถของเจ้ามาไม่น้อยเลย คิดค้นยุทโธปกรณ์ใหม่ ๆ ขึ้นมา ให้เจ้าเข้ามาเป็นองครักษ์อารักขาประตูนั้น นับว่าเป็นการกีดกั้นพรสวรรค์ของเจ้าจริง ๆ ”
เฉียวม่อโค้งกายคำนับ ทว่า แววตาหาได้มีความรู้สึกดีใจที่ตนเองได้รับคำชมไม่
นั่นเป็นเพราะนางมิได้วาดรูปนี้ขึ้นมาด้วยตนเอง หากแต่เป็นนางที่ไปขโมยมาจากห้องของศิษย์พี่
……
ตำหนักหย่งเหอ
ซุนหมัวมัวคล้ายกับสุนัขล่าเนื้อที่ดมกลิ่นก็ไม่ปาน นางรีบเข้ามารายงานแก่เฟิ่งจิ่วเหยียนโดยไว
“ฮองเฮาเพคะ แม่ทัพน้อยเมิ่งเป็นสตรีผู้หนึ่ง ท่านจะมิป้องกันนางมิได้นะเพคะ เพียงแค่ได้ยินว่าฝ่าบาทก้าวเท้าออกจากตำหนักไปนั้น นางก็รีบก้าวตามติดออกไปเลยเพคะ
“ในยามนี้ ทั้งสองคนกำลังนั่งดื่มพูดคุยกันที่ศาลาจุยอวิ๋น!
“จุ๊ จุ๊... ฉากนั้น หากว่าฮองเฮาได้เห็นละก็ ย่อมมิอาจรับได้อย่างแน่นอนเพคะ แม่ทัพน้อยเมิ่งผู้นั้นหาได้รู้จักประมาณตนไม่ ทั้งยังพูดคุยหัวเราะยิ้มแย้มต่อหน้าบุรุษอีก”
สิ่งที่ซุนหมัวมัวเอ่ยออกมานั้น เฟิ่งจิ่วเหยียนหาได้รู้สึกอันใดไม่
นางยืนคัดอักษรอยู่ ด้านข้างมีเหลียนซวงกำลังคอยฝนหมึกให้นางด้วยบรรยากาศที่เงียบสงบและผ่อนคลาย
เมื่อซุนหมัวมัวเห็นว่าเฟิ่งจิ่วเหยียนยังมีท่าทีใจเย็นนั้น นางจึงอดมิได้ที่จะชื่นชมออกมา
ฮองเฮาก็คือฮองเฮา หาได้เหมือนนางสนมทั่วไปไม่ หากว่าได้ยินฝ่าบาทไปเข้าใกล้สตรีนางอื่นเมื่อใด พวกนางคงมิได้ที่จะกระโดดเข้าไปร่วมวงในทันที