ตอนที่ 303
บทที่ 303
September 17, 2026
เฟิ่งจิ่วเหยียนมิทราบสาเหตุที่ตัวเองหมดสติ
เมื่อตื่นขึ้นมา พลันได้เห็นเซียวอวี้นั่งอยู่ข้างเตียง ด้วยสีหน้าบึ้งตึง และประกายตาคมกริบกว่าเดิม
“ตื่นแล้วรึ?” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง เจือกลิ่นอายสังหาร
นางมองเลยออกไป จึงได้เห็นเหลียนซวงคุกเข่าอยู่บนพื้น
ยังมีเสียงกรีดร้องโหยหวนติดต่อกันอยู่นอกตำหนัก ลอยทะลุเข้ามาในโสตของนาง
หนึ่งในนั้นมีซุนหมัวมัวที่ถูกทรมานอย่างหนักด้วย
นางถูกโบยด้วยไม้ ปากก็ร้องตะโกนขอความเป็นธรรม
“ฝ่าบาท บ่าวมีความภักดีต่อฮองเฮาอย่างสุดซึ้ง! ฝ่าบาทเพคะ——บ่าวไม่มีเหตุผลที่จะทำร้ายพระโอรสเลย...”
เฟิ่งจิ่วเหยียนต้องการลุกขึ้น กลับได้ยินเซียวอวี้กล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก
“นอนลง!”
นางรู้สึกสับสน
ทว่ายังรู้สึกได้ชัดเจนถึงร่างกายที่อ่อนแรงมาก
ราวกับถูกถ่ายเลือดออกมา...
น้ำเสียงของเซียวอวี้มิต่างจากกรวดทราย ที่ประสานกับความหนาวเหน็บของเหมันตฤดู
“หากว่าเจ้ากำลังตั้งครรภ์บุตรอยู่จริง ๆ วันนี้คงรักษาชีวิตไว้มิได้”
เฟิ่งจิ่วเหยียนย่นคิ้วเบา ๆ
ร้ายแรงถึงเพียงนั้นเชียวหรือ?
เหลียนซวงก็เงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นเบ้าตาแดงก่ำ ได้แต่มองนางโดยไร้คำพูด
“ฝ่าบาท หม่อมฉันเป็น...” เฟิ่งจิ่วเหยียนต้องการถามให้กระจ่าง
“ถูกพิษ” เซียวอวี้ตอบอย่างกระชับ ดูคล้ายว่าไม่อยากเสวนากับนางแม้เพียงสักคำ
เฟิ่งจิ่วเหยียนคาดไม่ถึงโดยสมบูรณ์
นางระมัดระวังอย่างมาก จะถูกวางยาพิษได้อย่างไร?
เซียวอวี้ล่วงรู้ได้ว่านางกำลังคิดอันใดอยู่ “อ่างโลหิตจากดินแดนตะวันตก ไร้สีไร้กลิ่น เมื่อผสมลงในสุรา จึงยากที่จะป้องกันได้”
เฟิ่งจิ่วเหยียนถามด้วยความใจเย็น
“เป็นการพุ่งเป้ามาที่รัชทายาทในครรภ์ของหม่อมฉันกระมัง”
เซียวอวี้มิได้ตอบคำถามของนาง
ในเวลานี้ เฉินจี๋ทูลรายงานอยู่ด้านนอก
“ฝ่าบาท กระหม่อมได้ตรวจค้นทั่วตำหนักหย่งเหอแล้ว ไม่พบอ่างโลหิตพ่ะย่ะค่ะ”
“ทางตำหนักฉือหนิงได้ความอย่างไร” เซียวอวี้น้ำเสียงเย็นเยียบ ราวกับเปล่งออกมาพร้อมก้อนน้ำแข็งก็มิปาน
“ยังไม่มีข่าวจากตำหนักฉือหนิงพ่ะย่ะค่ะ”
เฟิ่งจิ่วเหยียนริมฝีปากค่อนข้างซีดเซียว “ฝ่าบาทเพคะ การงมเข็มในมหาสมุทร เกรงว่าจะหาไม่พบ...”
เสียงกรีดร้องที่ด้านนอกตำหนักเหล่านั้น ทำให้นางว้าวุ่นใจจริง ๆ
เซียวอวี้เอ่ยขัดจังหวะนาง ใบหน้าหล่อเหลาเคลือบด้วยความไม่อดทน
“ฮองเฮา ชั่วครู่แห่งค่ำคืนเข้าหอมีค่าดุจพันตำลึงทอง เจ้าได้ทำลายค่ำคืนเข้าหอของเรา บัดนี้เราจะสอบสวนเรื่องนี้ตามวิถีของเรา เจ้าอย่าได้คิดมาชี้นิ้วสั่ง อย่าคิดจะขอร้องแทนข้าหลวงเหล่านั้นด้วย”
ราวกับว่าเขากับจิ้งกุ้ยเหรินมิได้บรรลุเป้าหมาย จึงหาที่ระบายโทสะใส่ผู้อื่น
เฟิ่งจิ่วเหยียนไม่พูดมากความ เพียงเหม่อมองม่านเตียงที่เบื้องบน แล้วหลับตาลง
……
ณ ตำหนักฟางเฟย
มู่หรงฉานรวบมัดผมสีดำไว้อย่างหลวม ๆ สวมชุดนอนเนื้อบางเบา และนั่งอยู่บนเตียงด้วยสีหน้าเฉยเมย
ชิวหงกังวลยิ่งนัก
“กุ้ยเหริน ฝ่าบาทเสด็จออกไปนานมากแล้ว นี่ก็ดึกมากแล้ว ท่านพักผ่อนก่อนดีกว่า ดูแลตัวเองให้ดี ๆ จึงสามารถต่อกรกับฮองเฮาได้เพคะ!”
ในราตรีนี้ กุ้ยเหรินกำลังจะได้ร่วมบรรทม ทว่าฮองเฮากลับเกิดเรื่องอย่างกะทันหัน