ตอนที่ 347
บทที่ 347
September 17, 2026
เมื่อเผชิญหน้ากับการชี้ตัวของนางกำนัลนั้น หนิงเฟยจึงได้แต่ต้องปฏิเสธออกมา
“ฮองเฮาเพคะ หม่อมฉันหาได้รู้จักนางไม่เพคะ!”
เฟิ่งจิ่วเหยียนพลันเงยหน้าขึ้น ก่อนจ้องมองมาด้วยแววตาเฉียบคม
“ยังมิถึงคราวที่เจ้าจักต้องพูดออกมา”
นางกำนัลผู้นั้นพลางชำเลืองมองหนิงเฟย ก่อนจะรีบก้มหน้าลงอย่างรวดเร็ว พลางหลับตากล่าวออกมาว่า
“เป็นหนิงเฟยที่ซื้อตัวบ่าวมาเพคะ ทั้งยังสั่งให้บ่าวช่วยนำพิษหอมที่ทำให้สตรีมิอาจตั้งครรภ์ได้ใส่ลงไปในของขวัญที่จิ้งเฟยจัดเตรียมเป็นของขวัญมอบให้กับฮองเฮาเพคะ…”
“ไร้สาระ!” หนิงเฟยหันมาตวาดนางกำนัลด้วยความโกรธเกรี้ยว
หนิงเฟยรีบเอ่ยแก้ตัวออกมาในทันที
“ฮองเฮาเพคะ ท่านมิสามารถเชื่อเพียงลมปากของบ่าวไพร่แล้วคิดว่าหม่อมฉันมีฐานความผิดเช่นนี้นะเพคะ
“สิ่งที่นางกำนัลผู้นี้กล่าวออกมานั้น หม่อมฉันหาได้เคยทำไม่!”
นางกำนัลผู้นั้นมิอาจนำหลักฐานอื่น ๆ ออกมาได้แล้ว
นางจึงทำได้เพียงแต่ใช้หัวโขกลงบนพื้นเพื่อคำนับซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“ฮองเฮาเพคะ บ่าวสมควรตายเพคะ ทุกอย่างเป็นสิ่งที่หนิงเฟยเอ่ยสั่งการให้บ่าวกระทำเพคะ! หากหม่อมฉันพูดปดแม้แต่เพียงเล็กน้อย ขอให้ฟ้าผ่าตายได้เลยเพคะ!”
น้ำเสียงของเฟิ่งจิ่วเหยียนเต็มไปด้วยความเฉยเมย
“เจ้าออกไปก่อน”
หลังจากที่นางกำนัลเดินออกไปด้วยท่าทีตื่นกลัวนั้น หนิงเฟยที่ยังคิดจะเอ่ยแก้ตัวออกมา
เฟิ่งจิ่วเหยียนจึงกล่าวออกมาด้วยท่าทีเย็นชาว่า
“คุกเข่า”
ใบหน้าของหนิงเฟยพลันแข็งค้างไปในทันที
“ฮองเฮาเพคะ หม่อมฉันเป็นผู้บริสุทธิ์เพคะ…”
“คุกเข่าลง!” น้ำเสียงของเฟิ่งจิ่วเหยียนเต็มไปด้วยความแข็งกร้าว มิอาจไม่เชื่อฟังนางได้
หนิงเฟยมิพอใจนัก
ทว่า สายตาน่ากลัวที่เจือไปด้วยความข่มขู่ของเฟิ่งจิ่วเหยียนที่มองลงมา ทำให้หนิงเฟยมิอาจไม่ยินยอมคุกเข่าลงได้
เฟิ่งจิ่วเหยียนจึงเอ่ยขึ้นมาว่า
“หากอยากจะเอาชนะ ก็ควรจะชนะอย่างสมศักดิ์ศรี หากในคราต่อไปยังคิดใช้วิธีน่ารังเกียจเช่นนี้อีกละก็ เราจักนำของสิ่งนี้และนางกำนัลผู้นั้นส่งไปให้ฝ่าบาท”
“เป็นจิ้งเฟยที่ต้องการทำร้ายท่านเพคะ! สิ่งที่นางกำนัลผู้นั้นเอ่ยขึ้นมาทั้งหมด ย่อมเป็นจิ้งเฟยที่คอยปลูกฝังนางอย่างแน่นอน ถึงแม้ว่าเรื่องราวนี้จักไปถึงหูของฝ่าบาท หม่อมฉันก็ยังเป็นผู้บริสุทธิ์เพคะ!”
เฟิ่งจิ่วเหยียนหาได้สนใจไม่
นางจักเดาไม่ออกหรือ ว่าการกระทำของหนิงเฟยในยามนี้คือการยิงปืนนัดเดียวเพื่อให้ได้นกสองตัว สามารถกำจัดนางได้ทั้งยังกำจัดจิ้งเฟยไปได้อีก
“เราให้โอกาสเจ้าแล้ว หากเจ้ามิอยากได้ละก็ ดี เช่นนั้นเราก็จักให้ฝ่าบาทเป็นคนสืบหาเรื่องนี้เอง พวกเจ้าเข้ามา...”
“ฮองเฮาเพคะ!” หนิงเฟยพลันมีท่าทีตื่นตระหนกไปในทันที
นางเอ่ยตัดบทยามที่เฟิ่งจิ่วเหยียนเรียกข้ารับใช้ขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
เดิมทีฝ่าบาทหาได้ชื่นชอบนางไม่ หากมีนางกำนัลเป็นพยานในเรื่องนี้แล้วไซร้ ล้วนแต่มิเป็นผลดีต่อนาง
หากฝ่าบาทลงมาตรวจสอบเรื่องนี้ด้วยตนเองแล้วนั้น นางย่อมมีจุดจบที่ไม่น่าดูอย่างแน่นอน
หนิงเฟยมิกล้าพนันในเรื่องนี้
ทว่า การร้องตะโกนของนางเมื่อครู่ ก็ได้เผยทุกอย่างออกมาหมดแล้ว
เฟิ่งจิ่วเหยียนมองนางด้วยสีหน้าที่ไร้อารมณ์
ถึงแม้ว่าจะมิได้มีการเอ่ยซักถามใด ๆ ออกมาก็ตาม หากแต่ทำให้หนิงเฟยรับรู้ได้ถึงความกดดันอะไรบางอย่าง ที่ทำให้นางรู้สึกไม่สบายใจยิ่งนัก
หนิงเฟยได้แต่ก้มหน้าลง ราวกับพยายามปิดกั้นทุกสิ่ง
“ฮองเฮาเพคะ เทศกาลไหว้พระจันทร์เมื่อปีที่แล้ว ยามที่จิ้งเฟยต้องการจะจัดการท่านนั้น มิใช่หม่อมฉันหรือเพคะที่ช่วยส่งข่าวบอกท่าน การกระทำของหม่อมฉันในครานี้… เป็นหม่อมฉันที่เลอะเลือนไป ได้โปรดปล่อยหม่อมฉันไปสักครั้งเถอะเพคะ!”
สำหรับผู้ที่หยิ่งยโสโอหังเช่นหนิงเฟยนั้น การสั่งให้นางยอมรับความผิดพลาดของตน ก็มิต่างอันใดกับการฉีกหน้าตาตนเองจนถูกผู้คนเหยียบย่ำ
ใบหน้าของหนิงเฟยพลันซีดเผือดไปในทันที ราวกับว่าถูกกระชากกระดูกสันหลังออกมาจนทั่วร่างสั่นเทา