ตอนที่ 349
บทที่ 349
September 17, 2026
การเคลื่อนไหวของเซียวอวี้หยุดชะงักไปเล็กน้อย
ความอ่อนโยนที่เกิดขึ้นเมื่อครุ่พลันกลายเป็นความหนาวเย็นในทันที
เซียวอวี้จ้องมองไปที่นาง
“เราเป็นบุรุษ ก็แค่นั้น”
พูดจบ เซียวอวี้ก็ก้มหน้าลงมาจูบนาง
หากว่ากันตามตรงแล้วหาใช่เป็นการจูบไม่
เซียวอวี้กัดลงมาที่ริมฝีปากของเฟิ่งจิ่วอวี้ถึงสองครั้ง พร้อมกับผละออกมา
ในใจของเฟิ่งจิ่วเหยียนพลันเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว
หลังจากที่เซียวอวี้ผละตัวออกมานั้น นางก็จับชายเสื้อของเขาเอาไว้ ก่อนจะกัดริมฝีปากเขากลับไปอย่างไม่ไยดี
เซียวอวี้ตัวแข็งทื่อไปในทันที ราวกับถูกสกัดจุดก็ไม่ปาน
เฟิ่งจิ่วเหยียนกัดเข้าไปเต็มแรง จนทำให้เลือดออก
ใบหน้าของเซียวอวี้พลันมืดครึ้มไปในทันที
น่าตาย!
สตรีบ้าผู้นี้!
เซียวอวี้จับหลังคอของนางเอาไว้เพื่อที่จะสั่งสอนนางให้หลาบจำ
เฟิ่งจิ่วเหยียนหาได้มีท่าทีเกรงกลัวเขาไม่
หากเขากล้าทำอีกละก็ นางจะกัดให้ปากเขาเต็มไปด้วยเลือดเสีย!
ทันใดนั้น ด้านนอกพลันมีเสียงเคาะประตูของเฉินจี๋ดังเข้ามา พร้อมกับน้ำเสียงที่ร้อนรน
“ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ! กระหม่อมมีเรื่องสำคัญที่จะต้องรายงานแก่พระองค์!!”
เซียวอวี้จึงยอมลามือ
เขาเดินออกจากตำหนักไปแล้วไม่กลับมาอีก
ยามที่เหลียนซวงเข้ามาด้านในตำหนักนั้น “ฮองเฮาเพคะ หลังจากที่ฝ่าบาทได้ยินเฉินจี๋รายงานนั้น สีหน้าพลันโกรธเกรี้ยวราวกับมีเรื่องอะไรบางอย่างเกิดขึ้น”
เฟิ่งจิ่วเหยียนเองรู้สึกได้มีบางอย่างผิดปกติไป
เฉินจี๋ที่เป็นคนสนิทของเซียวอวี้นั้น มักจะจัดการเรื่องราวต่าง ๆ ด้วยความใจเย็น
เรื่องที่ทำให้เขาเกิดร้อนใจขึ้นมาเช่นนี้ได้ ย่อมมิใช่เรื่องธรรมดาอย่างแน่นอน
คืนนั้น แสงไฟในตะเกียงของตำหนักจื้อเฉินพลันสว่างไสวตลอดทั้งคืน
เช้าวันรุ่งขึ้น
ยามที่เหล่านางสนมเข้ามาทำความเคารพที่ตำหนักหย่งเหอนั้น ต่างพากันพูดถึงเรื่องที่ได้ยินได้เห็นกันในทันที
“เพียงแค่ราตรีเดียว ก็มีคนตายมากมายเพียงนี้เชียวหรือ มิรู้ว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้นกัน”
“แม้แต่เหล่าองครักษ์ภายในตำหนักจื้อเฉินเอง ยังได้รับการ ‘กวาดล้างครั้งใหญ่’ เช้าวันนี้ฝ่าบาทหาได้มีการว่าความยามเช้าไม่ เรื่องราวช่างดูน่าเป็นกังวลยิ่งนัก”
“ได้ยินมาว่าจับสายลับได้หนึ่งคน...”
ยามที่พวกนางเอ่ยออกมานั้น บรรยากาศโดยรอบราวกับตกอยู่ในความตึงเครียด
ผู้ที่ขี้กลัวนั้นย่อมมิกล้าฟังอีกต่อไป ก่อนจะลุกขึ้นโค้งกายจากลา
เฟิ่งจิ่วเหยียนยังคงนั่งอยู่ที่เดิมด้วยท่าทีเรียบเฉย
หากมีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นเช่นนี้ ย่อมมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน
สองวันต่อมา วังหลวงกลับมีคนตายขึ้นมามาก
ทำเอาผู้คนพากันแตกตื่นไปในทันที
การว่าความยามเช้านั้น ยังมีขุนนางท่านหนึ่งถูกฟันร่างออกเป็นครึ่งซีกอีกด้วย
มิมีผู้ใดรู้ว่า ขุนนางผู้นั้นทำความผิดอันใดให้ฝ่าบาทพิโรธ
ทว่า นี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น
ความโกรธของฝ่าบาท หาได้จางหายไปพร้อมกับการตายของพวกคนเหล่านี้ไม่
หลายวันต่อมา เมืองหลวงพลันเกิดการตรวจตราขึ้นมาอย่างเข้มงวด มองไปทางใดล้วนแต่พบเจอกับเหล่าองครักษ์ผ้าแพรที่มีหน้าตาดุร้าย ทั้งยังจับกุมใครก็ตามที่พวกเขาพบเห็น
ทำเอาเหล่าราษฎรใช้ชีวิตด้วยความหวาดผวา มิรู้ว่าเกิดเรื่องราวอันใดขึ้นกันแน่
ภายในโรงพักแรม
เหล่าราชทูตถูกนำตัวไปสอบสวนทีละคน