ตอนที่ 398
บทที่ 398
September 17, 2026
ดวงตาของเฟิ่งจิ่วเหยียนพลันแฝงไปด้วยความเย็นชา
“ฝ่าบาทเพคะ เรื่องที่เฉียวม่อกระทำการแอบอ้างนั้น มีเพียงท่านอาจารย์รับรู้เพียงคนเดียวเท่านั้น”
ในยามนี้ องค์หญิงใหญ่ก็เปิดปากพูดออกมาเช่นกัน
หาได้เหมือนเมื่อก่อนไม่ นางมิคิดจะช่วยเหลือเฉียวม่ออีกแล้ว
“ฝ่าบาทเพคะ การที่เมิ่งเฉียวม่อแอบอ้างเป็นผู้อื่นนั้นถือเป็นการกระทำที่ไร้มนุษยธรรมยิ่งนัก ในยามนี้ยังหันกลับมาแว้งกัดบรรพบุรุษที่สั่งสอนตนเองมานานหลายปีอีก นับว่าเป็นการกระทำที่เนรคุณเป็นอย่างยิ่ง!
“คำพูดของคนเช่นนางนั้น จักสามารถเชื่อถือได้เท่าใดกัน?
“มิจำเป็นต้องฟังคำนางที่หันมาแว้งกัดผู้อื่นเพคะ!”
องค์หญิงใหญ่รู้ดีว่า มิมีทางที่ฮูหยินเมิ่งจักมิมีส่วนรู้เห็นในเรื่องที่เฉียวม่อแอบอ้างสถานนะนี้
ทว่า นางเพียงแค่ต้องการปกป้องฮูหยินเมิ่งเอาไว้
นางเชื่อว่าฝ่าบาทหาใช่คนไร้เหตุผลไม่
หากว่าลงโทษทุกคนที่รู้เห็นเรื่องนี้จนหมดนั้น เกรงว่าค่ายทหารเป่ยต้าคงตกอยู่ในความอลหม่านอย่างแน่นอน
เซียวอวี้ก็เข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดี
อีกทั้ง เขายังคิดถึงฮองเฮาอีกด้วย
หากว่ากันตามตรงแล้ว ฮองเฮาเองก็คงจะรู้เรื่องที่เฉียวม่อแอบอ้างตนเป็นเมิ่งสิงโจวด้วยเช่นกัน ทว่า นางก็ยังคงช่วยเก็บเป็นความลับ คงเพราะต้องการช่วยปกป้องผู้คนในตระกูลเมิ่ง
หากเขาจัดการกับฮูหยินเมิ่งแล้วไซร้ เกรงว่าฮองเฮาย่อมไม่พอใจอย่างแน่นอน
เดิมทีเซียวอวี้ต้องการจะรอสั่งประหารในวันพรุ่งนี้ ทว่า เพื่อป้องกันมิให้เมิ่งเฉียวม่อเอ่ยเรื่องไร้สาระอีกต่อไป เขาจึงจำเป็นต้องจัดการนางให้ไวที่สุด
“ประหารเมิ่งเฉียวม่อเสียตอนนี้”
เฉียวม่อรู้สึกหวาดกลัวยิ่งนัก
“ฝ่าบาท!”
ทันใดนั้น เฉียวม่อพลันเปลี่ยนเรื่องขึ้นมาในทันที “ฝ่าบาทเพคะ ป้ายทองไว้ชีวิต……หม่อมฉันก็มีเช่นกัน! หม่อมฉันมีป้ายทองไว้ชีวิต!”
สายตาของเซียวอวี้หาได้สนใจสิ่งใดไม่
นางยังมีหน้ามาพูดถึงป้ายทองไว้ชีวิตอีกงั้นหรือ?
องค์หญิงใหญ่เองก็นึกโมโหขึ้นมาไม่น้อย
“เมิ่งเฉียวม่อ! เจ้าจำป้ายทองไว้ชีวิตในตอนที่ขอคราแรกได้หรือไม่? นั่นเป็นเหรียญที่ท่านแม่ทัพน้อยเมิ่งเสี่ยงชีวิตตนเองเพื่อเข้าร่วมศึกสงครามจนได้มันมา!
“ผู้ที่แอบอ้างคนอื่นเช่นเจ้า สมควรได้รับป้ายทองไว้ชีวิตงั้นหรือ?
“เจ้าช่างไร้ยางอายยิ่งนัก!”
องค์หญิงใหญ่ที่เคยหาทางปกป้องนางทุกวิถีทางนั้น ในยามนี้โกรธเกลียดนางเข้าไส้
ภายในใจของเฉียวม่อรู้สึกด้านชายิ่งนัก
หรือเป็นเพราะนางมิใช่เมิ่งสิงโจวแล้ว ตนเองจึงมิได้รับการยอมรับจากองค์หญิงใหญ่แล้วงั้นหรือ?
หลายวันที่ผ่านมา ยามที่พวกนางดื่มกินร่ำสุรา ถกเถียงเรื่องราวที่ตนเองชมชอบด้วยกันนั้น ล้วนแต่เป็นเรื่องหลอกลวงทั้งหมดงั้นหรือ?
องค์หญิงใหญ่กลัวว่าเซียวอวี้จะหน้ามืดตามัว พลางเอ่ยเตือนสติเขาขึ้นมาอีกครั้ง
“ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ ถึงแม้ว่าป้ายทองไว้ชีวิตของเมิ่งเฉียวม่อจักสามารถใช้การได้ ทว่า มันได้ถูกใช้ไปแล้วในยามที่นางถูกลงโทษเรื่องการลอบทำลายกองทัพมังกรพยัคฆ์
“ฉะนั้นแล้ว คราวนี้นางจักตายสถานเดียว!”
นางโง่เง่าเสียจริง ในยามนั้นนางยังช่วยเมิ่งเฉียวม่อเอาไว้ ทั้งยังคิดว่านางตกอยู่ในความลำบาก เป็นผู้บริสุทธิ์
ทั้งยังช่วยเหลือเมิ่งเฉียวม่อให้หลบหนีออกจากคุกอีก...
นับว่าโชคดีที่เมิ่งสิงโจวตัวจริงมาปรากฏตัวขึ้น
เมื่อเฉียวม่อเห็นว่าป้ายทองไว้ชีวิตมิอาจใช้การได้นั้น นางจึงกล่าวขึ้นมาอีกว่า
“ฝ่าบาทเพคะ อย่าประหารหม่อมฉันเลย หม่อมฉันยังมีประโยชน์ต่อท่านอยู่! พวกเป่ยเยี่ยนเองก็กำลังจับตาเฝ้าดูพวกเรา ท่านยังต้องการให้หม่อมฉันช่วยปรับเปลี่ยนปืนหอกไฟอยู่ ท่านลืมไปแล้วหรือ?”
เซียวอวี้ขมวดคิ้วเป็นปมเล็กน้อย
เรื่องนี้นับว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนจริง ๆ
ทว่า……
“เจ้าลืมไปแล้วหรือ ว่าตนเองหาได้รู้วิธีดัดแปลงปืนหอกไฟไม่” เฟิงจิ่วเหยียนเอ่ยออกมาด้วยความเย็นชา
องค์หญิงใหญ่นึกเกลียดชังเฉียวม่อยิ่งนัก
เมิ่งเฉียวม่อผู้นี้แอบอ้างตนเองเป็นท่านแม่ทัพน้อยเมิ่ง แม้แต่พรสวรรค์ในการสร้างศาสตราวุธก็ยังแอบอ้างมาเป็นของตนเองด้วย!
นางที่ทำสิ่งใดไม่เป็นสักอย่าง ยังมีหน้ามาเอ่ยเรื่องนี้อีกหรือ?
เฉียวม่อพยายามต่อสู้เพื่อตนเองอีกครั้ง: “ฝ่าบาท! หม่อมฉันทำได้เพคะ! หม่อมฉันเองก็เชี่ยวชาญในเรื่องนี้เช่นกัน ศาสตราวุธมากมายที่ถูกสร้างขึ้นในค่ายทหารเป่ยต้านั้น หม่อมฉันล้วนมีส่วนเข้าร่วม... ฝ่าบาท ได้โปรดให้โอกาสหม่อมฉันอีกครั้ง หม่อมฉันทำได้...”