ตอนที่ 414
บทที่ 414
September 17, 2026
เป็นครั้งแรกที่เซียวอวี้ มองเห็นดวงตาของนางเปล่งแสงประกายเช่นนี้
รอบด้านเงียบสงบ ดูเหมือนขอเพียงนางมองดูเขาเช่นนี้ เขาจะตอบสนองนางได้ทุกอย่าง
แต่เขาก็ใช่ว่าจะไม่ได้เรื่องขนาดนั้น
หลังจากขาดสติไปชั่วขณะ เขาก็กลับมาเคร่งขรึมเย็นชาเหมือนปกติ พร้อมพูดขึ้นมาอย่างเรียบเฉย
“ปีที่สองที่เราขึ้นครองราชย์ กองกำลังทหารทั้งสี่แคว้นร่วมมือกันโจมตีแคว้นหนานฉี เราออกไปทำศึกด้วยตนเอง หลังจากการศึกครั้งใหญ่จบสิ้นลงแล้วกลับแคว้น เดินทางผ่านป่าหมอกหนาทึบ
“ในป่าทึบนั่น มีนักฆ่าซุ่มอยู่กลุ่มหนึ่ง”
“ตอนที่เราต่อสู้กับนักฆ่า พลางมีคนคลุมหน้าผู้หนึ่ง ปล่อยสิ่งมีชีวิตที่คล้ายมังกรพสุธาออกมา เราถูกมันกัด ทำให้ถูกพิษ ภายหลังค่อยรู้ว่า นั่นคือพิษวารีสวรรค์”
เฟิ่งจิ่วเหยียนก็รู้ พิษวารีสวรรค์นั้น เป็นการเลี้ยงผ่านมังกรพสุธา แต่ละวันนั้นจะให้มันกินยาพิษชนิดพิเศษ ไม่นาน มันก็จะสะสมเป็นพิษชนิดรุนแรง “วารีสวรรค์” ในตัว
การเลี้ยงวารีสวรรค์ตัวหนึ่ง ต้องใช้เวลาสิบปี
และใช่ว่ามังกรพสุธาทุกตัว ล้วนดูดซึมยาพิษพวกนั้น มีชีวิตรอดมาอย่างราบรื่น จนกลายเป็นวารีสวรรค์
ดังนั้น พิษวารีสวรรค์นั้นพบเห็นได้ยาก
นางฟังเซียวอวี้พูดต่อ
“หลังจากที่เราโดนกัด ก็ได้ฆ่าสิ่งมีชีวิตตัวนั้น”
“และข้าได้ดึงเศษผ้ามาจากเจ้าของสิ่งมีชีวิตนั่นมาได้หนึ่งชิ้น”
เฟิ่งจิ่วเหยียนถามขึ้นมาทันที “เบาะแสของท่านก็คือ เศษผ้าชิ้นนั้นหรือ?”
เซียวอวี้กดปลายคางต่ำลงเล็กน้อย
“อืม นั่นไม่ใช่เศษผ้าธรรมดา เราก็ได้ใช้มันตามหาเบาะแสคนวางยาพิษ
“แต่หลายปีมานี้ก็ไม่มีเบาะแสอะไร”
แววตาเฟิ่งจิ่วเหยียนเต็มไปด้วยความหวัง “มัน ยังอยู่หรือไม่?”
“ยังอยู่”
ได้ยินคำตอบของเขา เฟิ่งจิ่วเหยียนค่อยโล่งอก
เซียวอวี้จับจ้องมองดูนาง
“เจ้าอยากสืบเรื่องนี้?”
เฟิ่งจิ่วเหยียนหันไปยกมือผสานถวายความเคารพ “ขอท่านทรงโปรดอนุญาต”
เซียวอวี้ขมวดคิ้วลึก เห็นได้ชัดว่าไม่พอใจ
“สืบเรื่องนี้ ก็จะหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องออกจากวัง งั้นราชกิจในวังหลัง...”
เฟิ่งจิ่วเหยียนพูดรับประกัน “ข้าจะไม่ทำให้ขาดตกบกพร่อง”
ก็ใช่ว่าเซียวอวี้ สนใจราชกิจในวังหลังจริง ๆ เพียงแต่ว่า...
เดิมก็มีแค่หนึ่งปี นางก็ยังคิดจะออกจากวัง
ทว่าเมื่อคิดดูอีกที คดีพิษวารีสวรรค์ ลูกน้องของเขาสืบมาตั้งนาน ผ่านไปหลายปีแล้ว ยังไม่มีเบาะแสอะไร
ฮองเฮามีวิธีการมาก ยังรู้จักซูฮ่วนคนในยุทธภพพวกนั้น หากยกคดีนี้ให้กับนาง ไม่แน่ว่า อาจจะสามารถสืบรู้ความจริงได้
เห็นเซียวอวี้ลังเล เฟิ่งจิ่วเหยียนก็พูดขึ้นมา
“ฝ่าบาท หากคนชั่วช้าคนนั้นยังลอยนวล อาจจะลงมือทำร้ายท่านอีกครั้ง”
เซียวอวี้รู้ดีแก่ใจ
นางไม่ได้ทำเพื่อเขา แต่ทำเพื่อเพื่อนคนนั้นของนาง
ต่อให้เขาไม่อนุญาต นางก็จะแอบไปสืบ
เมื่อคิดได้เช่นนี้ เซียวอวี้จึงตัดสินใจ
“เรื่องนี้อันตราย ทำเท่าที่ทำได้ก็พอ
“ต้องจำไว้ว่า หน้าที่หลักของเจ้า คือจัดการงานราชกิจในวังหลัง เป็นฮองเฮาที่สมฐานะ”
เฟิ่งจิ่วเหยียนสนใจเพียงได้สืบเรื่องนี้หรือไม่
“ฝ่าบาท เศษผ้าชิ้นนั้น...”
“ไม่รีบร้อน พรุ่งนี้เราสั่งเฉินจี๋นำมาให้”